
เล็งจัดระเบียบสะพานพุทธขจัดมาเฟีย-แหล่งมั่วสุมวัยรุ่น
เล็งจัดระเบียบสะพานพุทธ ขจัดมาเฟีย-แหล่งมั่วสุมวัยรุ่น ป้องเหตุอาชญากรรม : สายตรวจระวังภัย โดยนิธิศ นาเจริญ/ภัทรลดา ก้อนทอง
สะพานพุทธยอดฟ้า หรือที่เรียกติดหูกันสั้นๆ ว่า “สะพานพุทธ” ถือเป็นอีกแหล่งที่มีคนพลุกพล่าน บนสะพานมีคนไปชมวิวทิวทัศน์ยามค่ำคืน จนช่วงหลังมานี้กลายเป็นแหล่งมั่วสุมของเหล่าวัยรุ่น จับกลุ่มดื่มสุราจนเกิดการทะเลาะวิวาท บางครั้งก็เป็นจุดเสี่ยงของการก่ออาชญากรรมเกี่ยวกับทรัพย์ ทั้งวิ่งราวและจี้ชิงทรัพย์ ส่วนด้านล่างใกล้เชิงสะพานจะมี “ตลาดใต้สะพานพุทธ” โดยมีข้อมูลว่าเป็นแหล่งขายสินค้าเถื่อนหนีภาษี ละเมิดลิขสิทธิ์ จึงเป็นช่องให้เหล่าผู้มีอิทธิพลหรือนักเลง ที่เรียกว่า “มาเฟีย” คอยเก็บค่าคุ้มครอง แม้ที่ผ่านมามีการจัดระเบียบของภาครัฐ แต่ปัญหามาเฟียกับแหล่งมั่วสุมวัยรุ่นยังมีให้เห็นอยู่ในปัจจุบัน
ด้วยปัญหาที่เกิดขึ้นยังแก้ไม่ตก ทางกรุงเทพมหานคร ซึ่งตั้งเป้าว่า ในต้นปี 2559 นี้ พื้นที่สะพานพุทธจะเป็นอีกหนึ่งจุด ที่ทางกรุงเทพมหานครเตรียมลงพื้นที่จัดระเบียบ เพื่อจัดการแหล่งมั่วสุมเยาวชน แหล่งขายสินค้าเถื่อน รวมถึงล้างบางกลุ่มผู้มีอิทธิพลเรียกรับผลประโยชน์ในพื้นที่ ซึ่งจากข้อมูลที่มีอยู่นั้นมีบุคคลกระทำพฤติการณ์เข้าข่ายมาเฟีย 6-7 คน เข้าไปจัดเก็บค่าเช่าแผงและค่าคุ้มครอง จากผู้ค้าบริเวณตลาดใต้สะพานพุทธ หากผู้ค้ารายใดไม่ยอมจ่ายหรือตั้งแผงค้าล่าช้าจะถูกคนกลุ่มนี้ไล่ และให้ผู้ค้ารายอื่นตั้งแผงจำหน่ายสินค้าแทน เฉลี่ยแล้วกลุ่มผู้ค้าในตลาดแห่งนี้ต้องยอมจ่ายค่าคุ้มครองให้แก่กลุ่มมาเฟียเดือนละ 800 บาท และยังไม่นับค่าเช่าแผงอีกเดือนละ 8,000 บาท เพื่อแลกกับการได้ทำมาหากินตรงนี้
พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ที่ปรึกษากรุงเทพมหานคร ระบุว่า ต้องยอมรับกติกาเวลา จุดไหนมีการค้าคนเยอะ ปัญหาที่ตามมาคือยาเสพติด อาชญากรรม สิ่งสำคัญคือบริเวณนั้นถือว่าเป็นพื้นที่ความมั่นคง เพราะมีต่างชาติ ต่างด้าวมาขายของ ดังนั้นต้องเข้าไปจัดระเบียบ เพื่อขจัดปัญหาทุกรูปแบบ ทั้งยาเสพติด แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย แหล่งมั่วสุมของวัยรุ่นซึ่งไม่เหมาะสม ในยามวิกาลไม่ควรจับกลุ่มสุมหัวกันอยู่บนสะพาน เพราะจะทำให้ปัญหาอาชญากรรมอื่นๆ ตามมาอีก ส่วนพวกมาเฟียเรียกรับผลประโยชน์ต้องกำจัด ต้องจับกุม จัดระเบียบแผงค้าให้ถูกต้อง ตัดวงจรเรียกเก็บค่าคุ้มครอง โดยเดือนมกราคม ปี 2559 นี้ สะพานพุทธจะเป็นสถานที่ลำดับแรกๆ ที่กรุงเทพมหานครจะเข้าจัดระเบียบ เพื่อคืนพื้นที่ให้แก่ประชาชน ด้วยการร่วมมือกับทหารและตำรวจ มาตรการกับข้อกฎหมายที่จะนำมาจัดระเบียบนั้นอยู่ระหว่างการวางแนวทาง เพื่อให้รัดกุมและเป็นรูปธรรม
ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครมีข้อมูลว่า ในย่านตลาดสะพานพุทธ มี “เฮียแดง” และลูกน้องอีก 2 คน มีพฤติการณ์เข้าข่ายมาเฟีย จัดเก็บค่าเช่าแผงและค่าคุ้มครองเป็นรายเดือน โดยเงินจำนวนนั้นบางส่วนอ้างว่านำส่งให้แก่เจ้าหน้าที่รัฐบางหน่วยงาน
ส่วนกรณีที่มีวัยรุ่นจับกลุ่มมั่วสุมบนสะพานพุทธ หากมองเพียงผิวเผินก็อาจเป็นเรื่องที่เคยชินสำหรับคนในย่านนี้ไปแล้ว เพราะเป็นอีกแหล่งมั่วสุมที่มีวัยรุ่นอายุระหว่าง 16-18 ปี มารวมกลุ่มกันเป็นจำนวนมาก ทำให้ที่ผ่านมาเกิดเหตุอาชญากรรมอยู่บ่อยครั้ง สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนที่จำต้องใช้เส้นทางนี้ โดยที่ผ่านมาทางตำรวจมีมาตรการกวดขันการรวมกลุ่มของวัยรุ่นในยามวิกาลบนสะพานพุทธ ก็ส่งผลให้ดีขึ้นมาบ้าง แต่ก็ยังมีเล็ดลอดมารวมกลุ่มมั่วสุมในช่วงเวลาที่ตำรวจออกตรวจผ่านพ้นไปแล้ว และจากสถิติการเกิดเหตุอาชญากรรมของ สน.ปากคลองสาน กับ สน.พระราชวัง ซึ่งเป็นพื้นที่สะพานพุทธและต่อเนื่อง พบว่า ปี 2557 ถึง 2558 มีคดีชิงทรัพย์ 2 คดี คดีวิ่งราวทรัพย์ 1 คดี คดีลักทรัพย์ 3 คดี และคดีทำร้ายร่างกายอีก 2 คดี
เกี่ยวกับเรื่องนี้ พ.ต.ท.ณัฏฐกิตติ์ ศิริวงศ์ถวัลย์ รอง ผกก.ป. สน.ปากคลองสาน อธิบายว่า เหตุที่ผ่านมาบนสะพานพุทธ มีคดีเกี่ยวกับทรัพย์ และทำร้ายร่างกาย โดยตำรวจ สน.ปากคลองสาน ได้วาง 3 มาตรการ ลำดับแรกป้องกันการชิงทรัพย์ในช่วงเด็กเลิกเรียน เวลา 15.00-16.00 น. โดยส่งเจ้าหน้าที่สายตรวจในเครื่องแบบและเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรดูแลพื้นที่ ลำดับที่สองป้องการการมั่วสุมเสพสารเสพติด ดื่มสุราและเหตุชิงทรัพย์ โดยให้สายตรวจออกตรวจดูแลความปลอดภัยช่วงเวลา 20.00-22.00 น. ลำดับที่สามช่วงเวลาหลังเที่ยงคืน กวดขันไม่ให้มีการรวมกลับมั่วสุม ตักเตือน แล้วผลักดันให้กลับบ้าน โดยทุกช่วงที่ออกตรวจจะเปิดสัญญาณไฟวับวาบ เพื่อป้องกันเหตุอาชญากรรม โดยมีสายตรวจนอกเครื่องแบบด้วย
คงต้องถึงเวลาจัดระเบียบเอาจริงเอาจังเสียที ตั้งเป้าไม่ให้เป็นแหล่งมั่วสุม จุดรวมตัวของมาเฟีย จนเกิดเหตุอาชญากรรม หากการจัดระเบียบในต้นปีหน้าสัมฤทธิผล สะพานพุทธ ก็จะไม่ใช่แหล่งอันตรายล่อแหลมเหมือนช่วงเวลาที่ผ่านมา



