คอลัมนิสต์

น้อมนำคำสอนไปปฏิบัติ

น้อมนำคำสอนไปปฏิบัติ

17 ธ.ค. 2558

น้อมนำคำสอนไปปฏิบัติ : บทบรรณาธิการประจำวันที่17ธ.ค.2558

           สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เป็นสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ 19 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ มีพระนามเดิมว่า “เจริญ คชวัตร” ประสูติเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2456 ทรงบรรพชาเป็นสามเณรขณะมีพระชนมายุ 14 พรรษา ตลอดพระชนม์ชีพทรงศึกษาพระธรรม ทรงเป็นพระมหาเถระผู้คงแก่เรียนรอบรู้แตกฉานในพระพุทธศาสนาทั้งในด้านทฤษฎีหรือปริยัติและในด้านปฏิบัติ อีกทั้งทรงมีคุณูปการในด้านการศึกษา การปกครอง การสั่งสอนเผยแผ่ การก่อสร้างปฏิสังขรณ์ และด้านการสาธารณสงเคราะห์ ทรงพระปรีชาสามารถด้านภาษาอังกฤษ, ฝรั่งเศส, เยอรมัน และจีน รวมถึงอักษรขอมโบราณ อักษรพม่า อักษรสิงหล และอักษรเทวนาครี โดยทรงประกอบศาสนกิจเป็นคุณประโยชน์อเนกอนันต์

           สมเด็จพระสังฆราชเป็นพระองค์แรกที่ทรงดำริเผยแผ่พระพุทธศาสนาไปยังต่างประเทศในปี 2509 พระองค์จึงทรงเป็นประธานกรรมการอำนวยการฝึกอบรมพระธรรมทูตในต่างประเทศ โดยเลือกจากพระเณรให้ฝึกพูดภาษาอังกฤษและฝึกให้ใช้ชีวิตที่เปลี่ยนตามสภาพแวดล้อมได้ เพื่อง่ายต่อการส่งไปเผยแผ่ศาสนายังวัดในต่างประเทศ จนถึงปัจจุบันมีพระธรรมทูตที่ไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาและสร้างวัดทั่วโลกถึงกว่า 200 แห่ง และในปี 2519 ทรงเป็นพระมหาเถระรูปแรกที่เป็นอาจารย์พิเศษสอนวิชาสมถะและวิปัสสนาในมหาวิทยาลัย ทรงได้รับอาราธนาจากคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ให้เป็นอาจารย์พิเศษไปสอนนิสิต มุ่งเน้นฝึกปฏิบัติสมาธิอันเป็นผลดีต่อการปลูกฝังจริยธรรมคุณธรรม

           ที่ประชุมสุดยอดพุทธศาสนิกแห่งโลก ที่มีสุดยอดผู้นำชาวพุทธโลกจาก 32 ประเทศเข้าร่วมประชุมที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อปี 2555 ได้มีมติถวายตำแหน่งพระเกียรติยศอันสูงสุด “ผู้นำคณะสงฆ์สูงสุดแห่งโลกพระพุทธศาสนา” แด่ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก แห่งราชอาณาจักรไทย ในฐานะผู้ทรงได้รับการเคารพอย่างสูงสุดจากพุทธศาสนิกชนชาวไทยที่เต็มเปี่ยมด้วยศรัทธา ทรงเป็นผู้สอนพระธรรมคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้ทุกคนปฏิบัติธรรมตั้งอยู่ในพระปัญญาธรรมและพระกรุณาธรรม ทั้งทรงเป็นผู้นำราชอาณาจักรไทยไปสู่สันติภาพและความเจริญรุ่งเรือง นับว่าเป็นแบบอย่างของสากลโลก ทรงมีพระบารมีปกแผ่ไพศาลไปทั่วไทยและประเทศพุทธศาสนาทั่วโลก

           สมเด็จพระสังฆราชทรงนิพนธ์งานวิชาการและความรู้ด้านพระพุทธศาสนาจำนวนมาก ถือเป็นสมบัติที่ทรงคุณค่าแก่พุทธศาสนาและพุทธศาสนิกชน และยังทรงริเริ่มให้แปลตำราทางพุทธศาสนาเป็นภาษาอังกฤษ ส่วนหนังสือทั่วไปก็มีจำนวนมาก อาทิ หลักพระพุทธศาสนา พระพุทธเจ้าสั่งสอนอะไร พระพุทธศาสนากับสังคมไทย เป็นต้น ไม่เพียงแต่ทรงนิพนธ์งานที่มีคุณค่าเท่านั้น พระองค์ยังทรงถ่ายทอดคำสอนในการประพฤติครองตัวครองสติ ซึ่งแม้พระองค์สิ้นพระชนม์ไปแล้ว พุทธศาสนิกชนทั้งหลายควรน้อมนําหลักธรรมจากหนังสือพระนิพนธ์และคําสอนต่างๆ และแบบอย่างอันดีงามจากพระจริยวัตรหลักปฏิบัติของพระองค์ไปประพฤติปฏิบัติในชีวิตประจําวันเพื่อประโยชน์สุขแก่บุคคล สังคม และประเทศชาติ