คอลัมนิสต์

ตำรวจจัดโชว์

ตำรวจจัดโชว์

16 ธ.ค. 2558

ตำรวจจัดโชว์ : โลกตำรวจ โดยปนัดดา ชำนาญสุข

            แทบไม่น่าเชื่อว่า คนจะแห่สมัครสอบแข่งขันเพื่อเป็นตำรวจจำนวนมาก ถึงแม้จะมีคนจำนวนไม่น้อยกล่าวว่า “เกลียดตำรวจ”​

            ในขณะที่มีตำรวจจำนวนไม่น้อยที่สิ้นสุดความเป็นตำรวจด้วยความจำยอม

            จำยอมต้องลาออก เพราะ สุดจะทน เหลือทน เกินทน

            ความอดทน ที่ถูกปลูกฝังหล่อหลอมมาเพื่อให้ยอมรับการกระทำต่างๆ ที่ส่งผลให้คนเป็นตำรวจเชื่อว่า ความเจ็บใจเป็นสิ่งที่ตำรวจที่ดีพึงกระทำ ถึงแม้ว่าบ่อยครั้งบริบทของเหตุการณ์ต่างๆ ที่นำมาซึ่งความเจ็บใจนั้นไม่ควรที่จะเกิดขึ้นเสียด้วยซ้ำ ยกตัวอย่างเช่น กรณีผู้กระทำผิดกฎหมายจราจรในคดีไม่สวมหมวกนิรภัยที่กฎหมายกำหนด ถูกตำรวจจับถึงแม้ว่าสถานที่ที่ถูกจับจะอยู่ไม่ไกลจากบ้านพักมากนัก

            “ทำไมไม่ไปจับคนทำผิดเรื่องใหญ่ มาจ้องจับแต่เรื่องไม่เป็นเรื่องเพื่อหวังส่วนแบ่งค่าปรับ” ความคิดเห็นที่กลายเป็นเรื่องปกติและนิยมคิดกัน

            ความคิดในลักษณะนี้ได้ลุกลามไปจนถึงทุกๆ พฤติกรรมการทำงานของตำรวจจนอาจพูดได้ว่า

            เพียงแค่เห็นตำรวจจราจรยืนอยู่ริมถนนโดยในมือถือใบสั่ง ก็เกิดความรู้สึกไม่ดีผ่านการตีความหมายว่า “จ้องแต่จะขูดรีด”

            ตัวอย่างของความรู้สึกลบๆ ที่ประชาชนมีต่อตำรวจดังที่เล่าข้างต้น ไม่ได้ทำให้ตำรวจมีความคิดจะลาออกให้หลุดพ้นจากความเป็นตำรวจ

            หากแต่การลาออก หรือการที่อยากจะลาออกในกลุ่มตำรวจนั้น เกิดขึ้นจากความรู้สึกลบๆ ที่มีต่อนายและระบบการบริหารจัดการของนาย เรียกสั้นๆ คือ เบื่อคำสั่งนาย

            นอกเหนือจาก “สั่งในลักษณะของผู้ที่มีประสบการณ์ในงานด้านนั้นอันน้อยนิดแล้ว การสั่งงานในลักษณะวูบวาบฉาบฉวยเพื่อโชว์ก็กลายเป็นภารกิจที่ผู้ใต้บังคับบัญชาต้องใช้ความอดทนและเกิดความขัดแย้งในจิตใจอย่างมาก"

            “งานในหน้าที่(ตำรวจ)ไม่สนใจจะทำ แต่ในเมื่อเราเป็นลูกน้องเขา ก็(จำต้อง)ทำ” นายตำรวจเล่าถึงสารพัดงาน สารพัดโครงการที่สั่งลงมาราวกลับคลื่นสึนามิ ที่พร้อมจะโหมกระหน่ำ

            โครงการจำนวนมากถูกสร้างขึ้นมาเพื่อ “โชว์” มากกว่า เพื่อดำเนินการอย่างจริงจังให้บรรลุผลสุดท้ายคือ เพิ่มความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินผ่านการบังคับใช้กฎหมาย และเป็นการเพิ่มภาระให้แก่ตำรวจผู้ปฏิบัติงานโดยไม่จำเป็น

            การทำงานตามคำสั่งในลักษณะที่ไม่สมควรสั่งทำให้เหล่าบรรดาตำรวจเชื่อมั่นอย่างปักใจว่า วิ่ง คือทางเดียวเท่านั้นที่จะเติบโตและก้าวหน้าในโลกของตำรวจ เพราะคำสั่งที่เลื่อนลอยไม่สมเหตุสมผลไม่น่าจะเป็นสิ่งยืนยันได้ว่าจะเกิดผลงานที่มีประสิทธิภาพแท้จริง

            สำหรับตำรวจที่ไร้หนทางวิ่ง และสุดจะทนต่อการจัดโชว์ที่มากมายได้นั้น คงเหลือเพียงทางสุดท้าย

            อย่างนี้ต้องลาออกเท่านั้น!

            เพราะหากยุคที่ปลอดจากการเมืองเช่นยุคนี้ ยังไม่สามารถเปลี่ยนแปลงวิถีวัฒนธรรมการทำงานในโลกของตำรวจได้ ก็คงต้องยอมรับได้เสียทีว่า

            การเปลี่ยนโลกตำรวจมิใช่เรื่องง่ายๆ หรือว่า มีอะไรมากมายซ่อนอยู่ภายใต้กลไกการทำงานของตำรวจไทย?