
ช่วงเวลาตัดสินใจ
ช่วงเวลาตัดสินใจ : ขยายปมร้อน โดย อนพัทย์ ดีช่วย (@anapat_nna) สำนักข่าวเนชั่น
ในช่วงที่ผ่านมาเริ่มมีการกระเพื่อมถึงกระแสข่าวการปรับ ครม.อีกระลอก ซึ่งชนวนก็คงไม่พ้นมาจากปัญหาในเรื่องความโปร่งใสจากการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ และขณะนี้ก็อยู่ในช่วงของกระบวนการสอบสวน
พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รองปลัดกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ เปิดเผยเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า คณะกรรมการคงสอบเสร็จในสัปดาห์นี้ ทั้งนี้เมื่อผลสอบสวนออกมาแบบไหนก็คงจะทำให้ปมของเรื่องนี้คลายไปบ้าง เพราะที่ผ่านมาปัญหานี้ก็ “ซัดเซาะ” รัฐบาล มาพอสมควร เนื่องจากเรื่องของปัญหาการทุจริตนั้นเป็นสิ่งที่ “พล.อ.ประยุทธ์” ประกาศกร้าวไว้ตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งแล้วว่า ต้องเอาจริงกับเรื่องนี้ และยกให้เป็นวาระแห่งชาติ
และกับกระแสการคาดการณ์กันว่า การสอบสวนปมอุทยานราชภักดิ์นั้น น่าจะเสร็จสิ้นก่อนการแถลงผลงานรัฐบาลครบรอบ 1 ปี ที่จะมีขึ้นในวันที่ 23-25 ธันวาคมนี้ ก็ดูลงล็อกพอดี เพราะหากปล่อยให้ยืดเยื้อไปถึงการแถลงผลงานรัฐบาลเรื่องนี้ย่อมไม่พ้นถูกพุ่งเป้าเป็นแน่
อีกทั้งเรื่องปัญหาความโปร่งใสของโครงการอุทยานราชภักดิ์ ทำให้ที่ผ่านมารัฐบาลถูกโจมตี วิพากษ์วิจารณ์จากฝั่งพรรคเพื่อไทยอยู่เป็นระลอก ซึ่ง “บิ๊กตู่” เองก็สวนกลับไปว่า เป็นการสร้างกระแสเพื่อกลบเรื่องคดีทุจริตจำนำข้าว พร้อมกับตอบคำถามถึงกระแสข่าวการปรับ ครม.จากเรื่องนี้ด้วยว่า จะยังไม่มีการปรับในตอนนี้ เพราะถึงแม้จะปรับ ครม.ก็ไม่ทำให้เรื่องจบ ตราบใดที่ผลสอบออกมาไม่ชัดเจน
คำพูดหนึ่งในงานการประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านการทุจริต เนื่องในงานวันต่อต้านคอร์รัปชั่นสากล เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น “นายกฯ ตู่” เองก็ได้เปรยไปกับทุกส่วนราชการว่า จากนี้ต้องมีการชี้แจงถึงที่มาที่ไปของโครงการต่างๆ ให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้ปัญหาความขัดแย้งลักษณะนี้เกิดขึ้นมาอีก
"ผมอยากให้ทุกส่วนราชการชี้แจงการทำงานให้ชัดเจนว่า งบประมาณ แผนการดำเนินงานมาอย่างไร ถ้าตรวจสอบพบแล้วจะทำอย่างไรต่อ ถ้าไม่พูดก็จะเป็นอยู่แบบนี้ จะเกิดความขัดแย้งไปเรื่อยๆ เพราะแต่ละส่วนย่อมมีคนดีและไม่ดี มีในทุกประเทศ อยู่ที่ว่าเราจะมีมาตรการในการปฏิบัติต่อกลุ่มบุคคลเหล่านี้อย่างไร สิ่งสำคัญคือคนส่วนใหญ่ต้องเข้าใจกฎหมาย”
อย่างไรก็ตามก็ต้องติดตามถึงผลสอบของคณะกรรมการตรวจสอบโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ ที่คาดว่าจะออกมาในเร็ววันนี้ว่าจะมีชัดเจน และลบความเคลือบแคลงสงสัยจากสังคมออกไปได้หรือไม่ เพราะหากปล่อยให้ปมปัญหานี้ลากยาวยืดเยื้อย่อมไม่เป็นผลดีกับเสถียรภาพรัฐบาล
ส่วนเรื่องการปรับ ครม.ที่ถูกลากโยงเข้ามานั้น หากลองวิเคราะห์ดูแล้ว ช่วงหลังการแถลงผลงาน 1 ปีรัฐบาลเสร็จสิ้น ก็จะเข้าสู่ปี 59 อีกช่วงเวลาสำคัญ 1 ปีเต็มของการบริหารประเทศ ก่อนสู่ปลายทางโรดแม็พที่วางไว้ในเดือนกรกฎาคม 2560 ซึ่งนายกฯ ก็สั่งให้ทุกกระทรวงวางโรดแม็พของตัวเองไว้ด้วยว่าจะทำอะไรบ้าง และนอกจากนี้ยังมีแหล่งข่าวกระซิบว่า “นายกฯ” ก็กำลังถึงช่วงที่ต้องตัดสินใจในเรื่องนี้ด้วย
จากเวลาที่งวดเข้ามา ผลงานของกระทรวงไหนไม่เข้าตา หรือดูแล้วยังไม่ผ่าน “บิ๊กตู่” คงไม่รอช้าที่จะต้องประเมินแล้วปรับอีกครั้งก็เป็นได้



