คอลัมนิสต์

ปริศนาค่าต๋งแสนล้าน4จี!

ปริศนาค่าต๋งแสนล้าน4จี!

14 ธ.ค. 2558

ปริศนาค่าต๋งแสนล้าน4จี! : กระดานความคิด โดยน้ำเชี่ยว บูรพา

           เหลือบไปเห็นข่าวนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือกสทช. ออกมาตีปี๊บถึงการประมูล 4จี บนคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ ที่จะมีขึ้นในวันที่ 15 ธันวาคมนี้ โดยเชื่อว่าบริษัทสื่อสารคงจะเคาะราคากันดุเดือดเลือดสาดแน่!

           เพราะจากบทเรียนของการประมูล 4จี บนคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ ที่สามารถดึงเม็ดเงินค่าธรรมเนียมการประมูลเข้ารัฐสูงกว่า 8 หมื่นล้านบาทนั้น เชื่อว่าผู้เข้าร่วมประมูลทั้ง 4 ราย คือ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด บริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด บริษัท ดีแทคไตรเน็ต จำกัด และ บริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ จำกัด ต่างฝ่ายต่างจะไม่ยอมให้คู่แข่งรายใดรายหนึ่งได้ราคาคลื่น 900 ต่ำกว่าราคาคลื่น 1800 แน่

           ที่สำคัญหากเปรียบเทียบมูลค่าราคาคลื่นความถี่ที่ผู้ประมูลได้ไปจะเห็นได้ว่า ยังถูกกว่าค่าสัมปทานมือถือที่บริษัทสื่อสารจ่ายตลอด 25 ปีที่ผ่านมาด้วย โดยมีเอกชนบางรายแจ้งว่า ต้องจ่ายค่าสัมปทานตลอด 25 ปี ราว 2 แสนล้านบาท หรือเฉลี่ยปีละ 1 หมื่นล้านบาท

           “การเคาะราคาประมูลคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ ที่มีอายุใบอนุญาต 18 ปี ได้เงินประมูลรวม 80,778 ล้านบาท มูลค่าคลื่นที่จ่ายก็เฉลี่ยปีละราว 2,000 ล้านบาทต่อใบอนุญาตเท่านั้น เมื่อรวมกับค่าธรรมเนียมรายปี 5.25% ของรายได้ ค่าธรรมเนียมเลขหมายละ 2 บาทต่อเดือน ยังถือว่าถูกกว่าค่าสัมปทานที่ชำระมาตลอด 25 ปี จึงเชื่อว่าการเคาะราคาคลื่น 900 นั้นคงจะทะลุ 3 หมื่นล้านบาทต่อใบ อย่างแน่นอน”

           อ่านบทสัมภาษณ์เลขาธิการ กสทช.ต่อกรณีค่าธรรมเนียมประมูลและค่าสัมปทานข้างต้นแล้วก็ทำให้สะดุดกึก และนึกย้อนไปถึงค่าสัมปทานสื่อสารในอดีตที่เคยสูงถึง 25-30% คิดเป็นมูลค่านับแสนล้าน เหตุใดวันนี้ถึงหดหายกันไปดื้อๆ

           ทั้งหลายทั้งปวงก็ล้วนเป็นงานของนักวิชาการ “ไดโนซอรัส” และรัฐบาล “ขิงเน่า-เต่าง่อย” ในอดีต ที่หลวมตัวไปยกเลิกพระราชกำหนดภาษีสรรพสามิตโทรคมนาคมนั่นแหละ

           เพราะหากทุกฝ่ายจะได้ย้อนกลับไปพิจารณาในช่วงที่รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในอดีตผลักดัน พ.ร.ก.ภาษีสรรพสามิตโทรคมนาคมออกมานั้น วันนั้นทั้งนักวิชาการ คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ และใครต่อใครต่างก็ “ตราหน้า” ว่า เป็นการตรากฎหมายจัดเก็บภาษีเพื่อกีดกันผู้ประกอบการรายใหม่ไม่ให้เกิดการแข่งขันเสรี ก่อนที่รัฐบาลจะตัดสินใจยกเลิกกฎหมายดังกล่าวไป

           วันนี้ทุกฝ่ายคงประจักษ์ชัดกันแล้วว่า ที่มโนกันไปเป็นวรรคเป็นเวรนั้น ได้ทำให้ประเทศต้องสูญเสียประโยชน์ไปมหาศาลแค่ไหน? และการยกเลิกกฎหมายดังกล่าวไปได้บริษัทสื่อสารโทรคมนาคมหน้าใหม่ๆ จากทั่วโลกชักแถวเข้ามาประมูลกันหรือไม่

           ตรงกันข้าม! หากวันนี้รัฐยังคงมีการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตโทรคมนาคมนี้อยู่ แม้การประมูล 4จี บนคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ จะทำให้รัฐได้เงินค่าธรรมเนียมการประมูลเข้ารัฐกว่า 8 หมื่นล้านบาท ขณะที่คลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ ก็คาดว่าจะอยู่ในระดับใกล้เคียงกัน รวม 4 ใบอนุญาตจะทำให้รัฐได้เม็ดเงินมากกว่า 1.5 แสนล้าน แต่บริษัทสื่อสารเหล่านี้ก็ยังคงมีหน้าที่ต้องเสียภาษีสรรพสามิตโทรคมนาคมให้รัฐอีกต่อในอัตราตั้งแต่ 2-20% สำหรับบริการโทรพื้นฐาน และ 20-50% สำหรับบริการมือถือ

           แต่เพราะความอคติและความคิดอันคับแคบในอดีต จึงทำให้วันนี้รัฐไม่มีเครื่องไม้เครื่องมืออะไรที่จะไปไล่เบี้ยจากบริษัทสื่อสารที่ได้ใบอนุญาตจาก กสทช.ได้อีก วันนี้บริษัทสื่อสารจ่ายแค่ “ค่าธรรมเนียมการประมูล” ราว 7-8 หมื่นล้านบาทเศษต่อใบอนุญาต กับค่าธรรมเนียมต่างๆ ราว 4-5% ก็ได้ใบอนุญาต 4จี ที่มีอายุ 15-20 ปี ไปครองแล้ว

           ผลประโยชน์อีกนับแสนล้านบาทที่หดหายไปนี้ ถือเป็นความสูญเสียที่ประเทศไม่อาจจะเรียกร้องความเสียหายจากใครได้จริงๆ !