คอลัมนิสต์

เสี่ยงถูกตุ๋นขาย-แลกดอลลาร์ปลอมแนะสังเกต3จุดหลักบนแบงก์

เสี่ยงถูกตุ๋นขาย-แลกดอลลาร์ปลอมแนะสังเกต3จุดหลักบนแบงก์

11 ธ.ค. 2558

เตือนนักธุรกิจท่องเที่ยวรายย่อย เสี่ยงถูกตุ๋นขาย-แลกดอลลาร์ปลอม แนะสังเกต 3 จุดหลักบนแบงก์ : สายตรวจระวังภัย โดยศุภชัย เพชรเทวี

           เมื่อช่วงต้นเดือนธันวาคมมีกระแสว่า “แบงก์ดอลลาร์ปลอม” เริ่มระบาดหนักในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โดยเฉพาะผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวรายย่อย สร้างความเดือดร้อนเสียหายในหลายพื้นที่ทั่วเมืองกรุง กระทั่งต่อมาชุดสืบสวนกองกำกับการสายตรวจ กองบังคับการสายตรวจปฏิบัติการพิเศษ (กก.สายตรวจ บก.สปพ.) ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่ามีแก๊งมิจฉาชีพนำแบงก์ดอลลาร์สหรัฐอเมริกามาปล่อยขายให้แก่กลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวรายย่อยในหลายพื้นที่ เช่น ห้วยขวาง ลุมพินี บางรัก เยาวราช ทำให้เกิดความเดือดร้อนเสียหายและส่งผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวประเทศไทยเป็นจำนวนมาก

           ทันทีที่ กก.สายตรวจ บก.สปพ. ได้รับข้อมูล พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ ผบก.สปพ. จึงสั่งการมายัง พ.ต.อ.สำราญ นวลมา ผกก.สายตรวจ บก.สปพ. ซึ่งมอบหมายให้ พ.ต.ต.นันทพล ทองน่วม สว.งานสายตรวจ 1 บก.สปพ. นำทีมออกสืบสวนจับกุม ต่อมาเจ้าหน้าที่สืบสวนจนทราบรายละเอียดรูปพรรณสัณฐานของแก๊งมิจฉาชีพ เมื่อลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณด้านหน้าโรงแรมศรีกรุง ถนนกรุงเกษม แขวงและเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กทม. ก็พบ นายจิงคุง แซ่เตียว อายุ 59 ปี กำลังเดินขายแบงก์ดอลลาร์อยู่บริเวณด้านหน้าโรงแรม พอเข้าตรวจสอบพบว่าเป็นแบงก์ดอลลาร์ปลอม จึงจับกุมและยึดของกลางเป็นแบงก์ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาปลอม จำนวน 483 ฉบับ ฉบับละ 100 ดอลลาร์ รวมเป็นเงินจำนวน 48,300 ดอลลาร์ คิดเป็นเงินไทยประมาณ 1,690,500 บาท

           พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ เผยว่า การจับกุมเงินดอลลาร์ปลอมในครั้งนี้ ถือว่าลักษณะการปลอมแปลงมีความเหมือนกับธนบัตรดอลลาร์จริงถึง 80 เปอร์เซ็นต์ จึงฝากประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนระมัดระวังเรื่องธนบัตรปลอม เพื่อไม่ให้กระทบต่อระบบเศรษฐกิจและภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศไทย และจากการสอบสวนนายจิงคุง ก็ให้การอ้างว่าเพิ่งทำเป็นครั้งแรก โดยติดต่อรับแบงก์ดอลลาร์ปลอมทั้งหมดมาจากชาวลาว (ไม่ทราบชื่อและสกุลจริง) ที่แขวงสะหวันนะเขต ประเทศลาว โดยมีเพื่อนแนะนำมาอีกที ก่อนจะนัดรับเงินดอลลาร์ปลอมที่ จ.มุกดาหาร จากนั้นลักลอบขนเข้ามาใน กทม. ซึ่งจะมีคนมารับแบงก์ดอลลาร์ปลอมอีกทอดหนึ่ง เพื่อนำไปขายหรือแลกเปลี่ยนเงิน ส่วนค่าตอบแทนนั้นจะได้ฉบับละ 100 บาท

           ขณะที่ พ.ต.ต.นันทพล เป็นห่วงนักธุรกิจท่องเที่ยวรายย่อย รวมทั้งพี่น้องประชาชนทั่วไป กลัวจะตกเป็นเหยื่อ ถูกซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนแบงก์ดอลลาร์ปลอม รวมถึงแบงก์ปลอมสกุลต่างๆ ทั้งไทยและเทศ จึงได้แนะนำวิธีการสังเกตว่า วิธีการตรวจสอบธนบัตรปลอม ขอให้ประชาชนหรือผู้ประกอบการร้านค้าสังเกต 3 จุดสำคัญบนธนบัตร จุดแรกคือบริเวณหน้าแบงก์ด้านขวา ซึ่งเมื่อส่องกับแสงจะเห็นเป็นลายน้ำรูปหน้าบุคคล ซึ่งตรงกับลายหน้าบุคคลบนธนบัตร จุดที่สองคือเส้นใยใส ที่จะมีตัวหนังสือระบุมูลค่าธนบัตร ปรากฏอยู่ที่ด้านบนซ้ายธนบัตร และจุดที่สาม คือเลขมูลค่าธนบัตร จะสามารถเปลี่ยนสีได้ เมื่อส่องดูจากมุมที่ต่างกัน จึงขอให้ประชาชนและร้านค้าร่วมกันตรวจสอบ เพื่อไม่ให้กระทบต่อระบบเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของไทย

           แม้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการปราบปรามจับกุมอย่างจริงจัง แต่แก๊งมิจฉาชีพที่หากินแบบ “ทุจริต” ยังคงหลงเหลือ จะเห็นได้ว่ามีการจับกุมอยู่เรื่อยมา อาจทิ้งช่วงเวลาบ้าง เท่าที่มีการนำเสนอข่าวที่ผ่านมานั้นจะเป็นการปลอมเงินไทย ทั้งธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท 500 บาท 100 บาท แม้กระทั่งฉบับละ 20 บาท ยังมีการปลอมแปลง สร้างความเดือดร้อนโดยเฉพาะบรรดา “พ่อค้าแม่ขาย” คนหาเช้ากินค่ำ ตอนนี้ยกระดับปลอมเงินสกุลดอลลาร์มาตุ๋นนักธุรกิจตามย่านแหล่งท่องเที่ยว ประชาชนหรือนักท่องเที่ยวก็พลอยโดน “หางเลข” ไปด้วย สิ่งหนึ่งที่จะเอาตัวรอดได้คือหลักสังเกต 3 จุดหลักบนแบงก์ต่างๆ ตามที่ตำรวจได้แนะนำเอาไว้ และอย่าลืมหากพบเห็นเงินปลอมรีบแจ้งตำรวจให้สืบสวนจับกุมสาวไปถึงตัว “บงการใหญ่” ด้วยจะดีมาก เพื่อไม่ให้หลงเหลือสร้างความเดือดร้อนได้อีกต่อไป