คอลัมนิสต์

ผู้นำชาวบ้าน

ผู้นำชาวบ้าน

09 ธ.ค. 2558

ผู้นำชาวบ้าน : ไปสู่ถนนดินลูกรัง โดย เฉลิมศักดิ์ แหงมงาม

           ผมเคยเป็นคณะทำงานร่วมกับชาวบ้านมาหลายชุด ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการรอบโรงไฟฟ้า ประธานคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านระดับอำเภอ ไปจนถึงกรรมการกองทุนสินค้าโอท็อป หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ในระดับอำเภออีกเช่นกัน เคยประชุมร่วมกับผู้แทนชาวบ้านอย่างต่อเนื่อง เกือบทุกเดือน รับรู้ปัญหาอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงเห็นการเคลื่อนไหวของภาคประชาชนเสมอมา จุดมุ่งก็คือเพื่อพัฒนารายได้ ก่อให้เกิดการหมุนเวียนเม็ดเงิน สร้างรายได้ความมีอยู่มีกินให้แก่ประชาชนในพื้นที่

           อยากจะกล่าวว่าชนบททุกวันนี้ ประชาชนพัฒนาไปไกลแล้ว จากเคยอยู่อย่างสังคมเกษตรกรรม ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก็กำลังก้าวย่างเข้าสู่การมีอยู่มีกินอย่างอิ่มหมีพีมันกันทั่วหน้าในอนาคตอันใกล้

           นั่นหมายถึงว่า เขาเริ่มเติบโต เรียนรู้วิธีคิด ของผู้ที่เอาเงินมาให้ ว่าควรจะพัฒนาไปในทิศทางใดต่อไป จึงจะเจริญเติบโต หรือมีอยู่มีกินกันทั่วหน้า และกำลังพัฒนาไปสู่ความเห็นแก่ตัวในอนาคต

           เพราะเม็ดเงินที่หว่านลงไปนั้น ไม่เข้าใครออกใคร เน้นให้ผู้นำหมู่บ้านเป็นผู้ใช้เงิน

           ในที่นี้ ผมหมายถึง กรรมการทุกระดับ ไม่ว่า กรรมการวัด กรรมการโรงเรียน กรรมการรอบโรงไฟฟ้า กรรมการสินค้าโอท็อป แม้กระทั่งกรรมการกองทุนหมู่บ้าน สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล นายกองค์การบริหารส่วนตำบล แม้กระทั่งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรรมการหมู่บ้าน

           จากการมองเห็นเพียงอยากได้แหล่งน้ำ เหมืองฝาย ถนนหนทาง หรือไฟฟ้าเข้าไปในหมู่บ้าน เหมือนครั้งอดีตสมัยปู่ย่าตายายคิดและทำอย่างง่ายๆ อิงธรรมชาติเป็นหลัก ไม่ได้ให้ความสำคัญกับเม็ดเงินมากมายนัก แต่ผู้นำชาวบ้านยุคใหม่ เริ่มคิดเป็นทำเป็น รู้ว่ากระบวนการนั้นทำอย่างไร ขณะทำงานไป เพื่อเรียนรู้การใช้เงิน เขาก็เริ่มคิดถึงค่าเหนื่อย ค่าหยดเหงื่อที่สูญเสีย คิดแม้กระทั่ง กลุ่มตนเอง หมู่บ้านตนเอง ชุมชนตนเอง จะได้เงินเท่าไร น้อยกว่าที่อื่นหรือไม่ เม็ดเงินจะตกสู่ชาวบ้านหรือกลุ่มตนเองมากน้อยเพียงใด การเสียสละอย่างเต็มกอบเต็มกำเพื่อชาติบ้านเมืองเหมือนในอดีต ค่อยๆ หดหาย คิดเพียงช่วงชิงเม็ดเงินเพื่อมาเข้ากลุ่มพวกพ้องตนเองเท่านั้น

           โครงการที่ส่งลงไปจึงเป็นเบี้ยหัวแตก ได้งานอย่างไม่เป็นชิ้นเป็นอัน

           ผู้บังคับบัญชาคนไหนที่ขัดขวาง ไม่เข้ากับวิธีคิดของกลุ่มพวกพ้องตนเอง ก็พยายามกีดกัน ถ้าไม่ให้เข้ามายุ่งเกี่ยวกับกลุ่มพวกพ้องตนเองได้เป็นดีที่สุด

           เมื่อเงินถึงหมู่บ้าน แทนที่จะให้ชาวบ้านแท้ๆ ชาวไร่ชาวนา เป็นผู้บริหารหรือเข้ามาเกี่ยวข้อง ก็ใช้ความเป็นผู้นำ ใช้กลเม็ดที่เหนือกว่าจัดการบริหารเงินด้วยตนเองอย่างเบ็ดเสร็จ

           นี่คือสิ่งที่กำลังพัฒนาไปอย่างไร้ทิศทางของภาคประชาชน โดยผู้นำที่มักอ้างความเชื่อถือ ชาวบ้านไว้วางใจ ลงคะแนนให้ตนเองเป็นผู้แทนของคนรากหญ้า

           ปากก็ตะโกนจะปราบปรามคอร์รัปชั่นให้สิ้นซาก แต่เบื้องหลัง ก็ยังมีกลุ่ม ตัวตนแฝงอยู่อย่างน่ากลัว อัตตาตัวตนมากล้นปรากฏชัด กลับกลายเป็นความเชื่อมั่นในประชาธิปไตยอย่างผิดๆ คิดว่าเสียงประชาชน โดยประชาชน คือเสียงสวรรค์ทางเดียวเท่านั้น

           แท้จริงคือนรกรออยู่เบื้องหน้า ชาติบ้านเมืองจะป่นปี้ กับการกลับกลายเป็นกระบวนการ รุมทึ้งแย่งชิงผลประโยชน์อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

           จิตสำนึกของพลเมืองที่ดีในอดีตนั้นขาดหายไป เหลือเพียงประชาชนที่หวังแต่เม็ดเงินและผลประโยชน์เป็นที่ตั้ง

           นี่คือสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศไทย ในยุคเยาวชนคิดว่าคอร์รัปชั่นคือความถูกต้องของสังคม