
คู่กัดพม่า : ซูจีกับตันฉ่วย
08 ธ.ค. 2558
โลกสาระจิปาถะ : คู่กัดพม่า ซูจีกับตันฉ่วย : โดย...กวี จงกิจถาวร [email protected]
อาทิตย์ที่ผ่านมา นายพลตัน ฉ่วย ได้พบกับซูจี ที่บ้านพักที่กรุงเนปิดอว์ จนเป็นข่าวทั่วโลกว่า มันเกิดอะไรกับการเมืองเมียนมาร์ ซึ่งมีแต่ความเข้มข้นซ่อนเงื่อนขึ้นทุกวัน หลังจากพรรคสันนิบาตแห่งชาติ (National League for Democracy) หรือพรรคเอ็นแอลดี ของนางออง ซาน ซูจี ชนะการเลือกตั้งอย่างลอยลำเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน
ตัน ฉ่วย คงรู้สึกเสียวสันหลังว่า พรรคเอ็นแอลดีอาจจะตามเช็กบิลทีหลัง เพราะตัน ฉ่วย ในช่วงที่เป็นผู้นำ ได้สร้างความเสียหายต่อเมียนมาร์มาก เนื่องจากมี ส.ส.ในกำมือที่ควบคุมทุกอย่าง ตอนนี้สถานการณ์กลับกันแล้ว ซูจีจะเป็นผู้นำคนเดียวที่กุมอำนาจสูงสุดในประเทศ จะทำอะไรก็ได้ ในลักษณะนี้ที่รัฐบาลมีพรรคเดียวกุมอำนาจก็จะนำไปสู่ระบอบเผด็จการในรัฐสภาอย่างแน่นอน แบบที่เห็นในไทยยุคสมัยทักษิณ
ตัน ฉ่วย ต้องการสร้างความมั่นใจว่า ในอนาคตซูจีจะไม่รื้อฟื้นหรือเอาเรื่องในอดีตมาเป็นประเด็น เพราะถ้าเอาเรื่อง เป็นเรื่องยากที่ ตัน ฉ่วย กับสมัครพรรคพวกจะรอดมือนักกฎหมายไปได้ ฉะนั้นในอนาคตต้องติดตามดูว่า การจัดตั้งรัฐบาลนั้นจะมีน้ำหนักแค่ไหน
ในการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคเอ็นแอลดีได้ที่นั่งประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ ในสามรัฐสภาทั้งล่าง บน และในภูมิภาค ชัยชนะครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความรู้สึกลึกๆ ที่แท้จริงของประชาชนทุกเผ่าพันธุ์ในเมียนมาร์ว่ามีท่าทีต่อรัฐบาลของประธานาธิบดีเต็ง เส่ง อย่างไร ซึ่งมีโอกาสปกครองบ้านเมืองและได้ทำการปฏิรูปเศรษฐกิจและการเมืองในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา
พูดง่ายๆ ตามภาษาชาวบ้านคือ ประชาชนได้ทำโทษรัฐบาลชุดนี้ โดยการลงคะแนนโหวตไม่เอาเต็ง เส่ง ไม่เอาพรรครัฐบาลเหมือนกับที่ประชาชนเลือกพรรคเอ็นแอลดีในปี 1990 แต่ถูกผู้นำทหารเบี้ยวไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง มาครั้งนี้ได้ล้างแค้นสะใจ ยิ่งกลุ่มคนหนุ่มสาวของเมียนมาร์ยิ่งไม่ชอบรัฐบาลทหาร เพราะถือว่าเป็นตัวมาถ่วงความเจริญของสังคม ครั้งนี้ต้องยอมรับว่า การเมืองพม่าเป็นไปอย่างเรียบง่ายที่สุด คือเลือกซูจีเท่านั้นเพื่อความเปลี่ยนแปลง
ที่น่าสนใจคือ ผลการเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่เป็นไปตามที่สื่อมวลชน นักวิเคราะห์ทั้งหลาย ที่ไม่คาดฝันมาก่อนว่า พรรคฝ่ายค้านจะมาแรงขนาดนี้ เพราะอย่างน้อยๆ พรรครัฐบาลน่าจะได้ที่นั่งสัก 20 เปอร์เซ็นต์ แม้แต่คนในพรรคยังไม่เชื่อเลยว่า คะแนนเสียงจะได้อย่างท่วมท้น พรรครัฐบาลเองก็งงๆ ไม่ได้ชนะใจประชาชน ทั้งๆ ที่ได้พยายามสร้างสรรค์ใหม่ให้แก่ประชาชนเมียนมาร์ที่ต้องทนทุกข์ทรมานภายใต้เผด็จการพม่ามาเป็นเวลากว่า 5 ทศวรรษ
ประชาชนเมียนมาร์ยังไว้ใจซูจีมากๆ เลือกเข้ามาเพื่อเป็นผู้เลือกสรรบุคคลทรงคุณวุฒิทั้งหลาย สำหรับคณะรัฐบาลชุดใหม่นี้ ต้องคอยติดตามดูว่า บุคคลประเภทไหนจะได้มาอยู่รัฐบาลชุดแรกของนางออง ซาน
แนวโน้มที่น่ากลัวและคาดการณ์ล่วงหน้าไม่ได้คือ ผลกระทบกระเทือนที่อาจจะมีต่อสัมพันธ์ไทย-เมียนมาร์ในอนาคต โดยเฉพาะเรื่องชายแดนทั้งหลาย เนื่องจากยังมีปัญหาคั่งค้างอยู่เป็นจำนวนมาก ตามตะเข็บชายแดนยาว 2,401 กิโลเมตร รัฐบาลเต็ง เส่ง กับรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้ากันได้ดี ช่วยเหลือซึ่งกันและกันในประเด็นแรงงานทาสที่มีคนเมียนมาร์เข้ามาเกี่ยวข้อง
นอกจากนั้น ยังมีเรื่องเพิ่มขีดความสามารถของแรงงานเมียนมาร์ที่อาศัยอยู่ในไทยเวลานี้ เพราะในอนาคตแรงงานกลุ่มนี้ยังอยู่ในเมืองไทยต่อไป เศรษฐกิจไทยและโรงงานหลายหมื่นโรงยังมีความต้องการอยู่
ท้ายที่สุด หวังว่ารัฐบาลใหม่ของฝ่ายค้านที่จะเข้ารับตำแหน่งในเมษายนปีหน้า จะเป็นรัฐบาลผสมปรองดองแห่งชาติ ส่วนเรื่องนโยบายต่อไทยต้องอดทน เนื่องจากรัฐบาลใหม่เมียนมาร์จะไม่ได้เข้ารับตำแหน่ง เพื่อความต่อเนื่องและมิตรไมตรี มิฉะนั้นมันจะส่งผลอย่างไรต่อการเป็นประชาคมอาเซียนและสัมพันธ์ทวิภาคีอีกต่อไป
-----------------------
(โลกสาระจิปาถะ : คู่กัดพม่า ซูจีกับตันฉ่วย : โดย...กวี จงกิจถาวร [email protected])



