
สังคมยังให้โอกาส เร่งเคลียร์ราชภักดิ์
08 ธ.ค. 2558
สังคมยังให้โอกาส เร่งเคลียร์ราชภักดิ์ : บทบรรณาธิการ 8 ธ.ค. 58
ปัญหา “อุทยานราชภักดิ์” ยังคงเป็นปมร้อนที่ถูกจับตาอย่างมาก ซึ่งรัฐบาลได้สั่งการให้กระทรวงกลาโหมตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงขึ้นมา เพื่อตรวจสอบว่าโครงการดังกล่าวมีปัญหาความไม่โปร่งใสอย่างไรหรือไม่ และมีผู้ใดเข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดหรือไม่ ซึ่งนับเป็นคณะกรรมการชุดที่สองก็ว่าได้ หลังจากกองทัพบกตั้งขึ้นมาแล้วชุดหนึ่ง พร้อมสรุปผลตรวจสอบว่า โครงการไม่มีเรื่องทุจริต แต่ก็ยังมีปมคาใจของสังคม จึงต้องตั้งกรรมการอีกชุดเพื่อคลี่คลายเรื่องนี้ให้กระจ่าง โดยเฉพาะข้อข้องใจในเรื่องการหักค่าหัวคิวจากโรงหล่อ ซึ่งประเด็นนี้เกี่ยวพันกับบุคคลในรัฐบาลโดยตรง จึงอยู่ที่ว่าจะชี้แจงหรือมีหลักฐานใดมาหักล้างแสดงให้เห็นว่าโครงการนี้เป็นไปอย่างโปร่งใสเพื่อขจัดความเคลือบแคลงไปได้
เมื่อผนวกเข้ากับกลุ่มการเมืองที่ฉกฉวยโอกาสเข้ามากระหน่ำเรื่องนี้ ย่อมกระทบภาพลักษณ์ของรัฐบาล เพราะการปล่อยเวลาให้เนิ่นนานไปไม่เป็นผลดีต่อรัฐบาลแน่นอน เห็นได้จากการออกมาเคลื่อนไหวของกลุ่มจัดกิจกรรมที่มีนักศึกษาเป็นแกนนำก็จะยิ่งทำให้สถานการณ์ป่วนขึ้น แม้จะมีข้อสงสัยถึงเบื้องหลังการออกมาเคลื่อนไหวครั้งนี้ แต่ต้องระวังว่า อาจกลายเป็นจุดชนวนติดลุกลามไปได้ หากมีการใช้ความรุนแรงเกินไป โอกาสที่สถานการณ์พลิกกลับย่อมเกิดขึ้นได้ ซึ่งบทเรียนในอดีตที่ผ่านมาก็เคยมีมาแล้ว ดังนั้นการแก้ปมปัญหานี้จึงเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องใช้ความรอบคอบและไม่ใช้ความรุนแรงเกินขอบเขต อีกทั้งจุดสำคัญต้องกล้าตัดสินใจว่าจะดำเนินการด้วยวิธีใดให้จบลงก่อนที่สถานการณ์จะขยายวงมากกว่านี้
ในส่วนสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือป.ป.ช. ได้ตระหนักถึงปัญหาการคอร์รัปชั่น และจากการผลักดันได้พัฒนาเครื่องมือวัดความโปร่งใสของหน่วยงานภาครัฐ ได้จัดทำเครื่องมือที่เรียกว่าดัชนีวัดความโปร่งใสของหน่วยงานภาครัฐ ในปี 2554 จากนั้นได้ปรับปรุงดัชนีวัดความโปร่งใสของหน่วยงานภาครัฐ ปี 2555 ประกอบด้วย 7 ดัชนี และ 18 ตัวชี้วัด เพื่อให้เป็นเครื่องมือที่สามารถแสดงผลการปฏิบัติราชการที่ดี ส่งเสริมการขับเคลื่อนความโปร่งใสของส่วนราชการให้ดียิ่งขึ้น ดังนั้น ป.ป.ช.จึงเป็นองค์กรที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการป้องกันและปราบปรามทุจริต จึงเป็นอีกหน่วยงานหนึ่งที่เลี่ยงไม่ได้ต้องเข้ามามีส่วนในการสอบสวนด้วยเพื่อให้เกิดความชัดเจนเป็นกลางให้มากที่สุด
จากผลสำรวจของกรุงเทพโพลล์ ในเรื่อง “ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นในสังคมไทย ในยุคนายกฯ ประยุทธ์” ที่ได้สำรวจช่วงวันที่ 9 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันต่อต้านการทุจริตสากล พบว่าประชาชนร้อยละ 55.3 เชื่อว่ารัฐบาลตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างจริงจังและเท่าเทียมกับทุกฝ่าย และส่วนใหญ่ร้อยละ 80.4 เชื่อมั่นต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในความตั้งใจปราบปรามและแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น และร้อยละ 77 เห็นว่าภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ ปัญหาคอร์รัปชั่นดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้านี้ ซึ่งผลสำรวจดังกล่าวเป็นเครื่องสะท้อนอีกนัยหนึ่งให้เห็นว่า สังคมยังให้โอกาสให้ความเชื่อมั่นรัฐบาลและผู้นำในการปราบปรามทุจริต จึงอยู่ที่ว่าจะใช้โอกาสอันนี้ให้สมกับที่สังคมคาดหวังและให้ความเชื่อถือได้หรือไม่



