
สืบจากกล้องวงจรปิด'ตร.แพร่'โชว์จับขโมยถังแก๊ส
สืบจากกล้องวงจรปิด'ตร.แพร่'โชว์จับขโมยถังแก๊ส : สายตรวจระวังภัย โดยสุภัทร แสงดอก
สายตรวจระวังภัยวันนี้ จะนำท่านผู้อ่านไปพบกับภาพจากกล้องวงจรปิด หรือซีซีทีวี ที่สามารถบันทึกเหตุการณ์ ขณะคนร้ายกำลังขโมยถังแก๊สร้านโจ๊ก “แม่คำแปง” ของน.ส.วัลภา ดีมี อายุ 30 ปี บริเวณฝั่งตรงข้ามโรงพยาบาลแพร่คริสเตียน อ.เมือง จ.แพร่ โดยหลังเกิดเหตุ น.ส.วัลภา ได้เข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ท.ประกิต ผัดขัน สารวัตรเวรสอบสวน สภ.เมืองแพร่ เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน
เกี่ยวกับเรื่องนี้ น.ส.วัลภา ได้เล่าถึงเรื่องที่เกิดขึ้นว่า ตามปกติแล้ว ถังแก๊สจะวางไว้บริเวณหน้าบ้าน ซึ่งจะใช้ต้มโจ๊ก และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดแล้ว พบว่า คนร้ายเป็นชายพบอายุประมาณ 35-45 ปี สวมเสื้อเชิ้ตแขนสั้น กางเกงสั้น ได้แอบเข้ามาถอดสายเชื่อมแก๊สกับเตาแก๊สออกไป แล้วยกถังแก๊สราคาประมาณ 2,000 บาท ยกขึ้นรถกระบะหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว โดยใช้เวลาในการก่อเหตุประมาณ 15 นาที ซึ่งพฤติกรรมนี้ ถือเป็นภัยสังคมอีกรูปแบบหนึ่งก็ว่าได้
น.ส.วัลภา เล่าอีกว่า ก่อนเกิดเหตุเตรียมตัวที่จะเดินทางไปที่ร้าน เพื่อเตรียมต้มน้ำไว้ขายโจ๊ก แต่เมื่อไปถึงกลับพบว่าถังแก๊สได้หายไป และเมื่อเปิดกล้องวงจรปิดดู พบว่าถูกคนร้ายขโมยไปแล้ว ดังนั้น จึงได้แจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เมืองแพร่ เพื่อให้ติดตามคนร้ายมาดำเนินคดี หลังเกิดเหตุต้องรีบไปซื้อถังแก๊สใหม่ เพื่อนำมาเปิดร้านค้าขายเหมือนทุกวัน โดยคราวนี้ได้เขียนข้อความบนป้ายติดไว้ว่า “ห้ามขโมยมีกล้องเห็นนะ” ซึ่งการเขียนข้อความดังกล่าว ถือเป็นการป้องกัน เพื่อไม่ให้ถังแก๊สถูกขโมยซ้ำอีก
“ต่อมาทราบว่า ตำรวจได้จับกุมหัวขโมยรายนี้เอาไว้ได้ โดยผู้ต้องหาอ้างว่า สาเหตุที่ลงมือก่อเหตุ เพราะต้องการนำถังแก๊สไปติดเตาที่บ้าน เพื่อทำกับข้าว ซึ่งที่ผ่านมาคดีลักษณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นคนร้ายกระชากกระเป๋าเงิน หรือขโมยรถจักรยานยนต์ ตำรวจสภ.เมืองแพร่ได้นำภาพจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพไว้ได้ นำมาสืบสวนจนสามารถจับกุมคนร้ายได้ในที่สุด”
ขณะที่ พ.ต.ท.ยรรยงค์ สุริยะมณี รอง ผกก.ป.สภ.เมืองแพร่ ระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดป้องกันปราบปราม สภ.เมืองแพร่ ได้รับมอบนโยบายมาจากผบช.ภ.5 ในการนำกล้องวงจรปิด หรือซีซีทีวี มาติดตามจับกุมคนร้าย ซึ่งในส่วนของบริษัทร้านค้า ได้ขอความร่วมมือในการติดตั้ง รวมถึงบ้านเรือนที่พักอาศัยของประชาชน ก็ขอความร่วมมือในกรณีที่ติดตั้งแล้ว จุดตำแหน่งกล้องควรจะจับภาพไปยังบริเวณถนนที่ผ่านไปมาบริเวณด้านหน้าที่พักอาศัยของตนเองด้วย เพื่อมีส่วนร่วมในการเป็นหูเป็นตาในการสกัดกั้นปัญหาอาชญากรรม
“นโยบายของ ผบช.ภ.5 ในการติดตั้งกล้องวงจรปิดของร้านค้า และที่พักอาศัยนั้น บางแห่งเมื่อติดบริเวณด้านหน้าอาคารแล้ว แต่ไม่ได้หันกล้องออกไปด้านนอกหรือถนน ซึ่งเรื่องนี้อยากจะขอความร่วมมือในการปรับมุมกล้องด้วย เพราะเมื่อคนร้ายก่อเหตุจะได้ทราบว่า คนร้ายว่ามาจากทิศทางใด ใช้พาหนะชนิดใด ทั้งนี้ ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากภาคเอกชนมาโดยตลอด แต่ถ้าหากกล้องจุดใดที่ยังไม่ได้ปรับมุมไปบริเวณท้องถนน ก็อยากจะขอความร่วมมือในส่วนนี้ด้วย” รอง ผกก.ป.สภ.เมืองแพร่ ระบุ



