
หยิกเล็บก็เจ็บเนื้อ
หยิกเล็บก็เจ็บเนื้อ : ขยายปมร้อน โดยศรุติ ศรุตา
ถึงแม้ว่า กระทรวงกลาโหมจะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ แต่ดูเหมือนว่า จะไม่ลดแรงกดดันที่พุ่งเป้าไปยัง พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เลยแม้แต่น้อย
นั่นอาจเป็นเพราะว่า การก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์เริ่มขึ้นเมื่อครั้ง พล.อ.อุดมเดช เป็นผู้บัญชาการทหารบก และเมื่อพ้นตำแหน่งดังกล่าว พล.อ.อุดมเดชก็ยังมีตำแหน่งเป็นประธานกรรมการมูลนิธิราชภักดิ์
แต่ถ้ามองความจริงในอีกมุมหนึ่ง พล.อ.อุดมเดช กำลังเป็นจุดอ่อนของรัฐบาลและ คสช. ที่เปิดช่องให้ ฝ่ายการเมืองโต้กลับ
ความเคลื่อนไหวของ จตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. และ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. ที่นัดหมายแนวร่วมให้ไปรวมตัวกันที่ มหาชัย เมืองใหม่ เพื่อเดินทางไปยังอุทยานราชภักดิ์ ถือเป็นการเคลื่อนไหวที่เป็นรูปธรรมของนักการเมืองในซีกเสื้อแดง หลังจากเคยออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลแสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น
และเป็นที่คาดเดากันได้ล่วงหน้าว่า อย่างไรเสีย ทหารก็คงจะปล่อยให้แกนนำคนเสื้อแดงทั้งสองบรรลุเป้าหมายเดินทางไปถึงอุทยานราชภักดิ์ ที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ไม่ได้
แต่นั่นก็ไม่ได้อยู่นอกเหนือความคาดหมายของแกนนำคนเสื้อแดงเช่นกัน หลังจากออกมาตีข่าวว่า ถูกทหารไปตั้งด่านอยู่ใกล้ที่พัก เพื่อเรียกแขกมาแล้วก่อนหน้านั้น
การเข้าควบคุมตัว “ตู่-เต้น” จึงน่าเป็นบันไดขั้นแรก ที่จะปูทางไปสู่ความเคลื่อนไหวอื่นของฝ่ายการเมือง
ซึ่งการคุมตัวทั้งสองมีขึ้นก่อนเที่ยงวันจันทร์ และในช่วงเย็นวันเดียวกัน ก็มีกระแสข่าวว่า เหวง โตจิราการ-ธิดา ถาวรเศรษฐ แกนนำคนเสื้อแดง จะเดินทางไปยื่นหนังสือเรียกร้องให้รัฐบาลปล่อยตัว “ตู่-เต้น” ที่ทำเนียบรัฐบาลในวันอังคารนี้
นั่นก็หมายความว่า น่าจะมี “ประเด็นทางการเมือง” อื่นๆ เพิ่มมา เพื่อ “เลี้ยงกระแส” ให้ต่อเนื่องไปจนกว่า จะมีหน่วยงาน หรือองค์กรอื่นออกมารับลูก
เพราะแน่นอนว่า ข้อหาที่ “ตู่-เต้น” น่าจะต้องโดนแน่ๆ ก็คือ “ขัดคำสั่ง คสช.” ซึ่งก็น่าจะ “เข้าทาง” องค์กรนอกประเทศ ที่กลืนกินสิทธิเสรีภาพเป็นภักษาหาร
ยิ่งมีการควบคุมตัวทั้งสองไปที่ค่ายทหารก็ยิ่งเข้าเต็มข้อ



