
รับมือเศรษฐกิจผันผวน
รับมือเศรษฐกิจผันผวน : บทบรรณาธิการประจำวันจันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2558
รัฐบาลเดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนของประเทศ หลังความซบเซาทางเศรษฐกิจที่เกิดจากราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ และภาคส่งออกที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกที่ถดถอยอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้จะมีแผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทั้งสิ้น 1.8 แสนล้านบาท จาก 6 โครงการ และในปีหน้าจะลงนามได้เพิ่มอีก 20 โครงการ วงเงิน 1.6 ล้านล้านบาท แต่เม็ดเงินในแต่ละโครงการจะทยอยเข้าสู่ระบบ โดยปี 2559 คาดว่าจะมีเม็ดเงินเข้าระบบได้ 1.34 แสนล้านบาท ปี 2560 มีเม็ดเงินอีกกว่า 3 แสนล้านบาท และในปี 2561 เงินลงทุนออกสู่ระบบ 4 แสนล้านบาท เมื่อเงินลงทุนภาครัฐออกสู่ระบบก็จะสร้างความเชื่อมั่นให้เอกชนพิจารณาแผนการลงทุนได้มากขึ้น
จากภาวะเศรษฐกิจในดือนตุลาคม ที่ผ่านมา เริ่มมีสัญญาณบวกจากความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ โดยจะเห็นได้จากดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวมที่ปรับเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 10 เดือน ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากนโยบายและมาตรการของรัฐบาลในช่วงที่่ผ่านมาส่งผลให้เศรษฐกิจ 3 ไตรมาสขยายตัวได้ 2.9% และน่าจะขยายตัวต่อเนื่องไตรมาส 4 และปีหน้า โดยไตรมาส 4 ของปีนี้หรือไตรมาสแรกของงบประมาณปี 2559 จะมีเงินลงทุนของภาครัฐอัดฉีดเข้าไปกว่า 3.8 แสนล้านบาท ส่วนปีหน้าจะมีเงินภาครัฐเข้าสู่ระบบรวมกว่า 3.77 ล้านล้านบาท จึงน่าจะเป็นแรงกระตุ้นให้ภาคเอกชนเร่งลงทุนตาม โดยจะเห็นได้จากเดือนตุลาคม ที่ผ่านมามีการนำเข้าสินค้าทุนในหมวดเครื่องมือเครื่องจักรขยายตัวถึง 5.4%
ขณะที่การส่งออกในปี 2559 คาดว่าจะมีโอกาสกลับมาเป็นบวกหลังจากยังติดลบที่ระดับ 5.4% ในปีนี้ เนื่องจากแนวโน้มเศรษฐกิจโลกน่าจะถึงจุดต่ำสุดแล้ว โดยเฉพาะเศรษฐกิจในกลุ่มสหภาพยุโรป (อียู) รวมถึงญี่ปุ่นที่น่าจะค่อยๆ ฟื้นตัวอย่างช้าๆ ขณะที่สหรัฐอเมริกามีสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจน แต่อาจยังไม่มากนัก ส่วนจีนนั้นอาจจะยังชะลอตัวอยู่ในปีหน้า จึงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ เนื่องจากจีนเป็นคู่ค้ากับไทยถึง 11% ซึ่งหากเศรษฐกิจจีนชะลอตัวอาจมีผลต่อนโยบายค่าเงินหยวนอ่อนเพื่อที่จะส่งออกมากขึ้น จุดนี้ก็จะมาแย่งตลาดกันเอง ทำให้หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจทั้งปีหน้าจะยังขยายตัวที่ระดับ 2.8% และอาจขยายตัวได้ถึง 3% หากการใช้จ่ายเงินของภาครัฐเป็นไปตามเป้าหมายและภาคเอกชนลงทุนเร็วขึ้น
แต่กระนั้นยังมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ที่ยังตามติดมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยเฟด จะมีผลต่อความผันผวนค่าเงินแค่ไหน แนวโน้มราคาน้ำมันที่คาดว่าจะถึงจุดต่ำสุด โดยปีนี้เฉลี่ยอยู่ที่ 47 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และในปีหน้าจะค่อยๆ ขยับตัวเพิ่มขึ้นก็จะมีผลต่อสินค้าโภคภัณฑ์ให้มีราคาเพิ่มขึ้น สินค้าภาคการเกษตรของไทยจะมีทิศทางที่ดีสดใสขึ้น รวมถึงภาคอุตสาหกรรมด้วย ขณะเดียวกันสถานการณ์ก่อการร้ายที่ขยายวงกว้างขึ้น ก็จะเป็นตัวฉุดความเชื่อมั่นการบริโภคในแถบยุโรป ซึ่งจะมีผลการส่งออกลดลงเช่นกัน รวมทั้งความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับตุรกี ซึ่งรัฐบาลต้องจับตาความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นอย่างใกล้ชิดเพื่อรับมือได้ทันท่วงทีอย่างเหมาะสม ประคับประคองเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง



