คอลัมนิสต์

เรือแป๊ะ-แพขนานยนต์ที่มีรูรั่ว

เรือแป๊ะ-แพขนานยนต์ที่มีรูรั่ว

30 พ.ย. 2558

เรือแป๊ะ-แพขนานยนต์ที่มีรูรั่ว : ขยายปมร้อน สำนักข่าวเนชั่น จีรพงษ์ ประเสริฐพลกรัง

            การเปรียบเทียบองคาพยพของรัฐบาลและคสช.ว่าเป็นเรือแป๊ะ-แพขนานยนต์ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเเละหัวหน้าคสช.นั้น หมายความว่า ทุกฝ่ายต้องร่วมมือ-ร่วมใจกันฝ่ากระแสน้ำที่เชี่ยวกรากไปให้ได้

            หนึ่งในความเชี่ยวกรากนั้นคือ ปัญหาทุจริตที่เกาะกินมานาน และความตั้งใจของ พล.อ.ประยุทธ์คือ จัดการให้จบสิ้นและวางระบบใหม่ขึ้นมาเพื่อไม่ให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นอีก

            แต่ตอนนี้ความท้าทายในการจัดการการทุจริตนั้น กำลังเป็นสิ่งวัดใจ พล.อ.ประยุทธ์เป็นอย่างยิ่ง เพราะสถานการณ์ยามนี้เสมือนสนิมเกิดแต่เนื้อในตน

            นั่นคืออุทยานราชภักดิ์ที่เป็นของแสลงสำหรับนายกฯ ไปเสียแล้ว เพราะท่าทีและน้ำเสียงของนายกฯ ในเรื่องนี้ ใครหลายคนจับอาการได้ทันทีว่า หงุดหงิดและไม่อยากพูดเรื่องนี้ เพราะยิ่งตอบคำถามมันก็ยิ่งเสมือนเชือกรัดคอตัวเอง แม้จะมีการเเก้เกมคือตั้งกรรมการสอบสวนขึ้นมาคือ กองทัพบกและกระทรวงกลาโหม แต่ใช่ว่ามันจะกลบกระแสได้

            เพราะผลสอบของกองทัพบกระบุว่าไม่มีการทุจริต แต่หน่วยงานอิสระอย่าง ป.ป.ช.และสตง.ก็พร้อมที่จะเข้ามาตรวจสอบ เพราะเงิน 60 ล้านบาทจากงบกลางที่นำไปใช้ในเบื้องต้นนั้น มันคืองบประมาณแผ่นดิน

            เมื่อเป็นแบบนี้ ขั้วตรงข้ามอย่างพรรคเพื่อไทยและนปช.ก็นำมาเขย่าเก้าอี้แบบรายวัน เพราะคดีจำนำข้าวที่แกนนำพรรคอย่างยิ่งลักษณ์ ชินวัตรและพลพรรคเผชิญอยู่ ก็เป็นของหนักที่มาจากน้ำมือของ คสช.นั่นเอง ฉะนั้นเมื่อมีโอกาสเอาคืน มีหรือที่ขั้วตรงข้ามจะรามือ

            “จะชวนนายจตุพร พรหมพันธ์ุ ประธาน นปช.เดินทางไปยังอุทยานราชภักดิ์ในวันที่ 30 พฤศจิกายนนี้ เพื่อสัมผัสความจริงจากสถานที่จริง พร้อมสังเกตการณ์องค์รูปหล่อและต้นปาล์มที่ได้รับบริจาค รวมทั้งประเด็นอื่นๆ ที่สังคมคลางแคลงสงสัย ทั้งนี้ยืนยันว่าเป็นการทำหน้าที่ในฐานะคนไทยที่จะไม่ยินยอมให้โครงการมหามงคลของแผ่นดินต้องแปดเปื้อนมลทินการทุจริต โดยจะไม่มีการเคลื่อนขบวนมวลชนหรือทำกิจกรรมใดให้เกิดความวุ่นวายต่อสถานที่ จึงหวังว่ารัฐบาลจะไม่ขัดขวางหรือใช้อำนาจใดๆ ปิดกั้นการเดินทางไปในครั้งนี้” เสียงของณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เเกนนำคนเสื้อเเดงที่เตรียมจัดเต็มกับเรื่องนี้

            ส่วนนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.กล่าวว่า "หลังจากที่ผมตกลงกับนายณัฐวุฒิ จะร่วมเดินทางไปอุทยานราชภักดิ์แล้ว ปรากฏว่าในเช้าวันนี้ (29 พ.ย.) มีทหารมาตรึงทางเข้า-ออกหมู่บ้านของผม ซึ่งแสดงถึงการสกัดหรือขัดขวางไม่ให้ไป แต่พวกผมจะเดินทางไปตามเดิม ถ้าไม่ไปแล้วจะยิ่งทำให้ประชาชนเกิดความสงสัย ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อรัฐบาลยิ่งขึ้น ดังนั้นทางที่ดีกองทัพควรร่วมเดินทางไปด้วยกัน เพราะการทุจริตทุกอย่างนั้นเลวที่สุด การที่ผมและนายณัฐวุฒิต้องไปอุทยานราชภักดิ์นั้น ไม่ได้เป็นเรื่องของตัวเอง เพราะประชาชน ไม่ว่าทหารหรืออาชีพใดก็ตาม ล้วนไม่สบายใจกรณีโครงการอุทยานราชภักดิ์ จึงขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ควรจะอำนวยความสะดวกในการเดินทาง“

            นาทีนี้คนที่หนักใจมากที่สุดน่าจะไม่พ้นนายกฯและพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรมว.กลาโหม เนื่องจากเป้าใหญ่ของกระแสข่าวการทุจริตอุทยานราชภักดิ์คือ คนใกล้ตัวบิ๊กป้อมเเละนายกฯ ตู่ คือ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหมและประธานมูลนิธิอุทยานราชภักดิ์นั่นเอง

            เพราะนายทหารคนใกล้ชิดบิ๊กโด่งเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ แม้จะมีการออกหมายจับไปแล้ว แต่ “อาการกั๊ก” ในเรื่องนี้ของนายกฯ และบิ๊กป้อมก็มีออกมาให้เห็น เพราะตอนแรกทั้งสองคนเสียงเข้มป้องอดีต ผบ.ทบ.เต็มที่ แม้ช่วงหลังจะเริ่มยอมๆ ตามกระแสสังคมบ้าง

            ภาวะน้ำท่วมปากของคีย์แมน คสช.และรัฐบาลในเรื่องนี้นั่น น่าเห็นใจ เพราะจะพูดมากก็เข้าตัว หากปล่อยเลยตามเลยก็จะโดนสังคมครหาว่า จะเข้ามาปราบทุจริต แต่ดันมีคนใกล้ตัวไปร่วมขบวนการเสียเองนั้น

            มันก็น่าเห็นใจบิ๊กตู่และบิ๊กป้อมไม่น้อย เเม้ล่าสุด พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า “พล.อ.ประยุทธ์ สั่งการให้กระทรวงกลาโหมอำนวยความสะดวกและให้การสนับสนุนแก่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ต้องการตรวจสอบกรณีการจัดสร้างอุทยานราชภักดิ์อย่างเต็มที่ก็ตาม”

            สมมุติว่า เรื่องนี้เข้าช่วงไคลแมกซ์ไปเรื่อยๆ น้ำที่รั่วเข้ามายังเรือแป๊ะ-แพขนานยนต์จนทำให้เอียงและใกล้จะจมน้ำนั้น การแก้ไขสถานการณ์จะควรเป็นเช่นใด

            -ให้ พล.อ.อุดมเดชไขก๊อก เพื่อรักษาองคาพยพ แต่ก็จะโดนสังคมกล่าวหาว่า เรื่องนี้มีมูล เพราะไม่ผิดจะลาออกทำไม

            -บิ๊กโด่งอยู่ในตำแหน่งต่อไปเรื่อยๆ แล้วแก้เกมแบบวันต่อวัน แต่ทรงนี้จะอยู่ได้นานแค่ไหน เพราะสตง.และป.ป.ช.ก็พร้อมจะเข้ามาตรวจสอบเรื่องนี้ให้กระจ่าง

            -รอผลสอบของกระทรวงกลาโหมว่าจะชี้มูลอย่างไร หากออกมาไม่ผิดเหมือนผลสอบกองทัพบก ก็จะโดนค่อนแคะว่า ช่วยพรรคพวก แต่หากชี้ว่ามีมูล แล้วทำไมผลสอบของกองทัพบกกลับบอกไม่มีการทุจริต คสช.และรัฐบาลก็โดนทั้งขึ้นทั้งล่อง

            รูรั่วของเรือแป๊ะและแพขนานยนต์นี้ น่าหนักใจสำหรับนายกฯและบิ๊กป้อมยิ่งนัก เพราะไม่ว่าจะอุดอย่างไรก็คล้ายว่าจะเอาไม่อยู่เสียเเล้ว เเต่หากไม่อุดก็จะล่มไปกันหมด

            กลืนไม่เข้า คายไม่ออกจริงๆ สำหรับเรื่องนี้