
'พะเยา'เงินกู้ระบาดตร.เตือนระวังตกเป็นเหยื่อ
'พะเยา'เงินกู้ระบาดตร.เตือนระวังตกเป็นเหยื่อ : สายตรวจระวังภัย โดยนพพร ทาทาน
ขึ้นชื่อว่าพวกปล่อยเงินกู้ ไม่มีเจ้าไหน รายใด ที่จะทำอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม มีแต่คิดจะคดโกง เอาเปรียบผู้กู้สารพัด สายตรวจระวังภัยวันนี้ จะนำท่านไปที่ “อ.ปง จ.พะเยา” ซึ่งถือว่าเป็นอำเภอเล็กๆ มีประชากรกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ชาวบ้านอยู่กันอย่างพึ่งพาอาศัยกัน แต่เมื่อความเจริญถาโถมเข้ามา ทุกคนต่างดิ้นรน หาสิ่งอำนวยความสะดวกให้แก่ตัวเองและครอบครัว เช่นซื้อรถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือการกู้หนี้ยืมสินมาเป็นทุนในการทำการเกษตร หรือนำเงินส่งเสียให้ลูกได้เรียน จนทำให้เข้าสู่วังวนของเงินกู้แบบไม่รู้จักหมดจักสิ้น
นายคำปั๋น (นามสมมุติ) พร้อมชาวบ้านกว่า 50 ราย ใน อ.ปง ได้เล่าถึงความเดือดร้อน จากการกระทำของเจ้าหนี้เงินกู้นอกระบบกับเสี่ย “ส” คนดัง อ.ปง ว่า เมื่อหลายปีก่อนได้ตัดสินใจไปกู้เงินจากเสี่ย “ส” เป็นเงิน 9 หมื่นบาท โดยใช้ที่นาจำนวน 8 ไร่ เป็นตัวค้ำประกัน โดยตกลงกันว่าจะมีดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี ซึ่งตนเองก็ได้ตกลงทำสัญญา แต่พอวันทำสัญญาเสี่ย “ส” กลับบอกว่าลืมเอาสัญญามาด้วย มีเพียงกระดาษเปล่ามา ให้ลงชื่อไว้ในกระดาษเปล่าไว้ก่อน เดี๋ยวกลับไปบ้านจะเขียนสัญญามาให้ พร้อมกับพยายามยัดเยียดเงินจำนวน 9 หมื่นบาทให้ และขอใบ น.ส.3 ที่นา
จากนั้นทุกๆ เดือนตนก็ใช้หนี้พร้อมดอกเบี้ยไม่เคยขาด โดยเมื่อไปจ่ายเสี่ย “ส” ก็จะเขียนเครื่องหมายถูกไว้หน้าชื่อและเอกสารนั้นก็อยู่ที่บ้านเสี่ย “ส” ซึ่งลูกหนี้เสี่ย “ส” ก็จะถูกทำแบบนี้ทุกราย จากนั้นอีกประมาณ 5 ปี เสี่ย “ส” ก็ยื่นหนังสือทวงถามเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยการผิดนัดชำระเป็นเงิน 2 แสนบาท ตนจึงไม่จ่าย และขอดูสัญญาการกู้ยืมปรากฏว่าในสัญญาระบุว่าดอกเบี้ยร้อยละ 10 ต่อเดือน ไม่ใช่ร้อยละ 15 ต่อปี และเงินต้นไม่ใช่ 9 หมื่นบาท แต่เป็น 2 แสนบาท สุดท้ายที่ดินของตนถูกยึดไปหมด
แม่อุ้ยคำแปง หญิงชราวัยเกือบ 80 ปี ก็ตกอยู่ในสถานการณ์แบบนายคำปั๋น ต่างกันแต่ความเสียหาย แม่อุ้ยคำแปง ถูกยึดที่นา 3.5 ไร่ เงินกู้จาก 1 หมื่นบาท กลายเป็น 1 แสนบาท ซึ่งคดีทั้งหมดนี้อยู่ในความดูแลของกรมบังคับคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แล้ว
ขณะที่ พ.ต.อ.สำราญ วงศ์ศิริ ผกก.สภ.ปง กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ปกติตนพร้อมลูกน้องชุดมวลชนสัมพันธ์ จะลงพื้นที่ทุกตำบลอยู่เป็นประจำ ซึ่งที่ผ่านมาได้พยายามแจ้งข้อมูล ข่าวสาร และเตือนภัยต่างๆ ให้ชาวบ้านได้รับทราบตลอดเวลา และได้ให้ความสำคัญกับเรื่องเงินกู้นอกระบบเป็นพิเศษ เพราะถ้าเกิดขึ้นในพื้นที่ความเสียหายจะมีมาก ไม่ใช่แค่ตัวเงิน แต่หมายถึงชีวิตและทรัพย์สินอื่นๆ ด้วยของชาวบ้านด้วย
“ผมอยากจะเตือนพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะคนชรา ถ้าจะทำนิติกรรมใด หรือการเขียนเอกสารใดๆ ถ้าไม่มีลูกหลานที่มีความรู้อยู่ด้วย อย่าได้รีบทำเขียนชื่อ ลงรายมือชื่อในเอกสารเปล่าอย่างเด็ดขาด ไม่ว่าคนคนนั้น จะรู้จักหรือสนิทกันเพียงใดก็ตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าบุคคลเหล่านั้นเป็นพวกปล่อยเงินกู้ ยิ่งไม่ควรเขียนลายมือชื่อ หรือยอมให้เขาปั๊มหัวแม่มืออย่างเด็ดขาด ถ้าต้องการใช้เงินจริงๆ ควรจะไปติดต่อสถาบันการเงิน เช่น สหกรณ์ต่างๆ ธ.ก.ส. หรือธนาคารพาณิชย์ใดๆ ที่อยู่ในท้องที่ตัวเอง จะดีกว่า เพราะถือว่าปลอดภัยที่สุด” พ.ต.อ.สำราญ กล่าว



