
สายน้ำไม่ไหลกลับ
สายน้ำไม่ไหลกลับ : กระดานความคิด โดยคนที วิถีไทย
หากคืนลอยกระทงในปีใด มีสายฝนโปรยปรายลงมา มักเชื่อกันว่า นั่นคือฝนสั่งฟ้าบอกลาเปิดทางลมหนาวจากทางภาคเหนือของประเทศห่มคลุมและดูดซับความชื้นที่สั่งสมมานานหลายเดือนก่อนหน้า
คืนลอยกระทง จึงเปรียบเสมือนหมุดหมายของการเปลี่ยนฤดูกาล อาจจะเร็วหรือช้ากว่านั้นเล็กน้อย แต่ก็ไม่ผิดเพี้ยนไปมาก
หากแต่ในสภาพความเป็นจริงอีกด้านหนึ่ง “วันเพ็ญเดือนสิบสอง น้ำก็นองเต็มตลิ่ง” ใกล้จะถูกบันทึกเอาไว้ในหอประวัติภูมิศาสตร์โลกเต็มทน เพราะพลังดูดจากจันทร์เพ็ญเต็มดวงบนฟ้าไม่อาจจะสร้างอิทธิพล ดึงน้ำขึ้นปริ่มตลิ่งได้อย่างแต่ก่อน เพราะปริมาณน้ำท่าต้นทุนในแม่น้ำถูกบริหารจัดการด้วยระบบที่ถูกสร้างขึ้นทั้งเขื่อนและประตูน้ำ เว้นแต่ในบางปีที่น้ำเหนือหลากมาก เพราะอ่างเก็บน้ำของเขื่อนต่างๆรับน้ำสะสมเอาไว้เกินกำลังจนอยู่ในสภาพเต็มกลืน ต้องคายระบายออกสู่ระบบด้านล่าง ก็จะมีคืนเพ็ญเดือนสิบสอง ที่น้ำตาของชาวนาชาวสวนเนืองนองไปก่อนหน้าเพราะพื้นที่เพาะปลูกถูกน้ำกลืนกินจนแทบไม่เหลืออารมณ์เริงรื่นลอยกระทง
เมื่อธรรมชาติถูกดัดแปลงไปเพื่อการจัดการน้ำอย่างเป็นระบบที่เรียกว่าชลประทาน ในปีที่น้ำน้อยหรือแล้งน้ำ สภาพน้ำก้นคลองจึงไม่เอื้ออำนวยใดๆ กับกิจกรรมลอยกระทง กรรมการ พระ และผู้บริหารวัดหลายแห่งในภาคกลาง ดัดแปลงวิธีลอยกระทงไปในรูปแบบต่างๆ กัน อย่างเช่น ลอยกระทงในคูเทียมที่น้ำถูกอุ้มเอาไว้ด้วยพลาสติกรอบพระอุโบสถ ทั้งที่เดินออกจากบริเวณนั้นไปเพียงอีกไม่กี่ก้าวก็จะลงสู่แม่น้ำใหญ่ อันขึ้นชื่อว่าเป็นสายหลักสายหนึ่งของประเทศ
พระสงฆ์ระดับผู้ใหญ่ให้เหตุผลว่า การจัดงานลอยกระทงขึ้นเช่นนั้น ก็เพื่ออำนวยความสะดวกให้ญาติโยมไม่ต้องเสี่ยงภัยนานาระหว่างลงไปลอยกระทงในกลางน้ำที่ขอดก้น อันระหว่างทางเต็มไปด้วยพงหญ้าและอันตรายจากนานาสัตว์รวมทั้งคน
เหตุที่เป็นเช่นนั้น เพราะสภาพทางธรรมชาติเปลี่ยนแปลงไป ระดับน้ำลดลงมาก จนตลิ่งกลายเป็นเนินสูงชัน การเดินลงไปหาแหล่งน้ำจึงคล้ายเดินลงจากเนินเขา
อีกจังหวัดในภาคกลาง บริเวณที่ราบลุ่มน้ำเจ้าพระยา แม้ระดับน้ำจะไม่ได้ลดลงมากนัก แต่การนำสิ่งอำนวยความสะดวกแปลกใหม่เข้ามาเอาใจชาวชุมชน ก็เป็นเครื่องยืนยันว่า สภาพทางธรรมชาติไม่ใช่ปัจจัยสำคัญ วันเพ็ญเดือนสิบสองน้ำจะนองหรือน้ำจะแห้ง พวกเขาก็ยังลอยกระทงกันได้อย่างชื่นบานด้วยรางน้ำขนาดใหญ่ที่ถูกประดิษฐ์ขึ้นให้กระแสน้ำไหลด้วยแรงดันมอเตอร์ไฟฟ้าช่วยพากระทงน้อยใหญ่ลงสู่แม่น้ำ ทดแทนการลงสู่โป๊ะ ท่าน้ำ ที่อาจเป็นอันตราย คลองโอ่งอ่าง คูคลองเมืองประวัติศาสตร์ ถูกเนรมิตขึ้นใหม่เพื่อกิจกรรมตอบโจทย์คนเมือง เช่น สถานที่พักผ่อนหย่อนใจ และออกกำลัง เดินทอดน่องดูสายน้ำสไตล์สโลว์ไลฟ์ และจะถูกใช้เป็นสายน้ำรองรับประเพณีลอยกระทง หลังจากกรุงเทพมหานครปฏิบัติการขอคืนพื้นที่จากผู้ค้าสะพานเหล็ก พร้อมกับการคืนน้ำใส และภูมิิทัศน์ใหม่สะอาดตา
งานประเพณีลอยกระทงคลองโองอ่าง จึงเป็นอีกกิจกรรมลอยกระทงภายใต้บริบทการบริหารจัดการทั้งความเป็นระเบียบเรียบร้อยของชุมชน และสายน้ำที่ปรับเปลี่ยนได้ ด้วยระบบประตูระบายน้ำ
คืนเพ็ญลอยกระทงปีนี้ ยังคงเป็นหมุดหมายบอกลาหน้าฝนเหมือนทุกๆ ปี และแม้ว่านี่คือสัญญาณสำคัญว่า กำลังเข้าสู่ห้วงยามของความทุกข์ยากจากภาวะแห้งแล้ง และอาจเลยรวมไปถึงข้าวยากหมากแพง แต่ทุกคนย่อมต้องพร้อมทำใจยอมรับและร่วมฝ่าฟัน
ไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่านี้ ในเมื่อแต่ละวิถีถูกลิขิตด้วยการจัดการด้วยมือของพวกเขาเอง
ยามที่สายน้ำถูกกำหนดด้วยระบบบริหารจัดการ ย่อมเป็นต้นธารของวิถีผู้คน ที่ในวันนี้พวกเขาพยายามปรับเปลี่ยนให้ลงตัวกับจริตสูงสุด กระทงหลายหลากรูปแบบ รวมทั้งขยะกองใหญ่เท่าภูเขาเลากาที่เป็นผลผลิต คือสื่อสะท้อนสภาวะนั้น



