
ความปลอดภัยวันลอยกระทง
ความปลอดภัยวันลอยกระทง : บทบรรณาธิการประจำวันที่25พ.ย.2558
รัฐบาลมีความพยายามผลักดันให้วันลอยกระทงของบ้านเราเป็นเทศกาลระดับสากล เป้าหมายเพื่อดึงนักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลกเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยเพื่อเป็นรายได้หลักจากสภาพเศรษฐกิจที่ยังทรงๆ อยู่แบบนี้ โดยเฉพาะในจังหวัดหลักๆ กระจายไปทั้งภาคเหนืออย่างเชียงใหม่ สุโขทัย ตาก หรือภาคกลางเช่นสมุทรสงคราม พระนครศรีอยุธยา เป็นต้น ซึ่งทุกปีงานเทศกาลในจังหวัดเหล่านี้จะมีความคึกคักมากกว่า แต่การที่จะส่งเสริมสนับสนุนประเพณีสงกรานต์เข้าสู่ระดับสากล สิ่งสำคัญคือ การรักษาความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยว ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ ส่วนสำคัญที่สุดคือ ความปลอดภัยในการใช้ท่าเรือเพื่อลอยกระทงหรือกระทั่งในพื้นที่เอกชนที่จัดงาน จะต้องมีความปลอดภัยสูงสุด
ที่ผ่านมาพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีผู้คนร่วมลอยกระทงมาก ท่าเทียบเรือกลายเป็นจุดสำคัญ โป๊ะท่าต่างๆ ต้องได้รับการตรวจสอบเป็นระยะเพราะไม่ใช่เฉพาะในเทศกาลเท่านั้น การใช้ท่าเรือหรือโป๊ะประจำวันก็มีความสำคัญเช่นกัน ผู้โดยสารบางท่าใช้กันนับหมื่น การตรวจซ่อมบำรุงจึงเป็นงานหลัก เมื่อเข้าสู่เทศกาลลอยกระทงต้องไม่มีคำถามหรือข้อติติงถึงจุดเหล่านี้ แต่ในขณะนี้มีการเตือนถึงท่าเรือและโป๊ะต่างๆ ที่จัดอยู่ในเขตอันตราย ถ้าจะสังเกต ทุกปีจะมีการเตือนแบบนี้แล้วก็เป็นโป๊ะหรือท่าเดิมๆ ซึ่งยังไม่มีการปรับปรุงเรื่องความปลอดภััย จริงอยู่แม้ว่าจะมีการเตือนแต่ในความเป็นจริงก็ยังมีชาวบ้านหรือนักท่องเที่ยวคงใช้อยู่ ไม่มีใครคาดเดาได้ว่าจะเกิดโศกนาฏกรรมขึ้นเมื่อใด ดังนั้นการจัดงานในพื้นที่ต่างๆ ต้องมีการควบคุมดูแลจากเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด ที่สำคัญคือ ต้องมีเจ้าหน้าที่คอยเตือนอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวด้วย ไม่ใช่อนุญาตให้ใช้พื้นที่ได้แต่ไม่มีเจ้าหน้าที่คอยดูแล
กรุงเทพมหานครเองก็มีการประกาศเตือนว่าท่าเรือในพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร มีที่ใช้ได้อยู่ 436 ท่า และที่ชำรุดใช้งานไม่ได้มีอยู่ 53 ท่า ปีนี้กทม.บอกว่าจะมีการติดป้ายประกาศห้ามใช้งานท่าเรือจะใช้การไม่ได้ ส่วนท่าเรืออื่นๆ จะมีการติดป้ายการรองรับน้ำหนักของแต่ละท่า รวมถึงจำนวนคนที่สามารถขึ้นไปได้ให้ทราบ ความจริงนอกเหนือจากคำประกาศยังต้องมีเจ้าหน้าที่อย่างที่บอกเพราะหากไม่มีการคุมเข้ม บรรดานักท่องเที่ยวก็อาจจะไม่ฟังหรือได้อ่านคำประกาศจนเกิดเหตุอันตรายขึ้นได้ ดังนั้นการจะทำให้ประเพณีที่ถือว่ายิ่งใหญ่ของบ้านเราขึ้นสู่สากลได้ หัวใจคือ ความปลอดภัยเช่นในพื้นที่ของต่างประเทศ ที่มีการเข้มงวดเรื่องนี้เป็นหลัก ถือว่าเป็นงานอันดับหนึ่งเลยก็ว่าได้ เพราะงานเทศกาลใหญ่ๆ หากมีเหตุทำให้มีผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บจะทำให้นักท่องเที่ยวขาดความมั่นใจ การจะดันให้ไปสู่ความเป็นประเพณีสากล หรือผลักดันด้านการท่องเที่ยวจะยิ่งยากลำบากขึ้น



