
ตร.'พะเยา'คุมเข้มโจรงัดเบาะรถจยย.
ตร.'พะเยา'คุมเข้มโจรงัดเบาะรถจยย. : สายตรวจระวังภัย โดยนพพร ทาทาน
มิจฉาชีพที่มักโจรกรรมทรัพย์สินใต้เบาะรถจักรยานยนต์ หรือในรถยนต์ ยังคงสร้างปัญหาให้ก่เจ้าทรัพย์ได้ไม่เว้นในแต่ละวัน โดยเฉพาะในเขต อ.เมืองพะเยา บรรดาคนร้ายมักเลือกเหยื่อที่นำรถไปจอดไว้บริเวณสวนสาธารณะ ขณะไปออกกำลังกาย หรือไปจอดทำธุระในที่เปลี่ยว และมืด ซึ่งง่ายต่อการลงมือก่อเหตุ
วันนี้สายตรวจระวังภัย จึงได้ติดต่อกับเจ้าทุกข์รายหนึ่ง ที่ตกเหยื่อของแก๊งมิจฉาชีพกลุ่มนี้ และต้องสูญเสียทรัพย์สินไปด้วยเช่นกัน น.ส.น้ำฝน (นามสมมุติ) อายุ 20 ปี หญิงสาวที่อาศัยอยู่ในเขต อ.เมืองพะเยา ระบุว่า ทุกเย็นจะไปออกกำลังกายบริเวณสนามสำหรับออกกำลังกายภายในหมู่บ้าน โดยจะนำรถไปจอดไว้บริเวณจุดจอดรถ จากนั้นก็จะนำโทรศัพท์มือถือใส่ไว้ใต้เบาะรถจักรยานยนต์ตามปกติเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา แต่หลังจากคล้อยหลังไปประมาณ 2 ชั่วโมง หรือช่วงที่เลิกออกกำลังกาย เมื่อมาถึงรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่ ก็พบว่าเบาะรถมีร่องรอยถูกงัด และเมื่อเปิดเบาะออกมาตรวจสอบ ปรากฏว่า โทรศัพท์มือถือยี่ห้อซัมซุง รุ่นแกรนด์แพน มูลค่า 8,000 กว่าบาท หายไป ด้วยความตกใจ จึงรีบเข้าไปแจ้งความที่ สภ.เมืองพะเยา ทันที
“ที่ผ่านมาไม่เคยเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในพื้นที่ จึงไม่ได้ระมัดระวังอะไรมากมาย เชื่อว่าคนร้ายน่าจะมาดูลาดเลาในบริเวณนั้นมานานแล้ว เพราะรถคันอื่นๆ ที่จอดอยู่ใกล้ๆ กัน ก็ไม่โดนงัด มีแต่รถของตัวเองที่ถูกงัดเอาทรัพย์สิน คาดว่าคนร้ายน่าจะแอบมาดูพฤติกรรมที่นำโทรศัพท์ไว้ใต้เบาะรถจักรยานยนต์มานานแล้ว และเมื่อสบโอกาสจึงลงมืองัดเบาะรถจักรยานยนต์ทันที ฉะนั้น จึงอยากเตือนประชาชนทั่วไปว่า ถ้าจะไปออกกำลังกาย ไม่ควรนำกรเะเป๋าเงิน หรือทรัพย์สินมีค่าอื่นๆ หรือโทรศัพท์ไว้ใต้เบาะรถอย่างเด็ดขาด” น.ส.น้ำฝน ระบุ
ขณะที่ พ.ต.ท.เกรียงศักดิ์ วงศ์อุทัย รอง ผกก.ป.สภ.เมืองพะเยา ยอมรับว่า ปัญหาการโจรกรรมทรัพย์สินใต้เบาะรถจักรยานยนต์ และในรถยนต์ นับวันจะมีแนวโน้มสูงขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอย และการตกงานของคนไทยที่มีมากขึ้น ซึ่งปัญหานี้เริ่มขยายไปทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ด้วยเหตุนี้ เจ้าของรถจะต้องป้องกันตนเองก่อนเป็นอันดับแรก โดยจะต้องไม่ทิ้งกระเป๋าสัมภาระและทรัพย์สินมีค่าไว้ในรถ หรือใต้เบาะรถจักรยานยนต์โดยเด็ดขาด แม้จะจอดรถไว้ในสถานที่ที่มั่นใจว่ามีความปลอดภัยเพียงพอแล้วก็ตาม ทั้งนี้ หากหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ หรือต้องเก็บสัมภาระของมีค่าไว้ในรถ หรือใต้เบาะรถจักรยานยนต์ ควรเก็บไว้ในที่มิดชิด เช่น ช่องเก็บของท้ายรถ ส่วนรถจักรยานยนต์ไม่ควรอย่างยิ่งจะนำทรัพย์สินไปไว้ใต้เบาะ ซึ่งง่ายต่อการลักทรัพย์ และควรหาที่จอดรถที่มี รปภ. มีกล้องวงจรปิด หรือจุดที่มีคนพลุกพล่าน และควรติดสัญญาณกันขโมย หรืออุปกรณ์ป้องกันการโจรกรรมรถไว้ให้พร้อม
“แม้จะเราจะพยายามป้องกันทรัพย์สินเราแค่ไหน แต่ถ้าเราประมาท เช่น นำทรัพย์สินของมีค่าไปไว้ใต้เบาะรถจักรยานยนต์ หรือนำไปไว้ในรถยนต์ ซึ่งสามารถมองเห็นทรัพย์สินที่วางเอาไว้ภายในรถยนต์ได้ นั่นย่อมเป็นมูลเหตุเริ่มต้นของการถูกลักทรัพย์ ฉะนั้น วิธีการทั้งหมดที่ระบุไว้ เป็นเพียงแนวทางในการระมัดระวัง เพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกโจรกรรมเท่านั้น ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาให้หมดไป ส่วนวิธีการแก้ปัญหาที่ถูกต้องและรัดกุมที่สุด คือต้องไม่ทิ้งทรัพย์สินมีค่าเอาไว้อย่างเด็ดขาด” พ.ต.ท.เกรียงศักดิ์ กล่าว



