คอลัมนิสต์

โรคร้ายสายพันธุ์ใหม่

โรคร้ายสายพันธุ์ใหม่

19 พ.ย. 2558

โรคร้ายสายพันธุ์ใหม่ : โดยวิธีของเราเองโดยไพฑูรย์ ธัญญา

             เห็นทีจะหยุดยากเสียแล้ว สำหรับความขัดแย้งระหว่างฝรั่งเศสกับกลุ่มไอเอส หรือรัฐอิสลาม ต่างฝ่ายต่างฝากรอยแค้นเอาไว้อย่างลึกซึ้ง และนับวันแต่จะเดินหน้าไปสู่หุบเหวแห่งความหายนะ ในขณะที่ชาวโลกทั้งหลายได้แต่จับตาดูด้วยความหวาดวิตก ไฟสงครามกำลังคุกรุ่น เชื้อโรคแห่งความเกลียดชังกำลังฟักตัวอย่างเข้มข้น รอวันแตกกระจายและแพร่ระบาดไปทั่วทุกหัวระแหง

             เหตุการณ์ยิงกราดและระเบิดปารีส เมื่อวันศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา สำหรับชาวฝรั่งเศสและเหล่าพันธมิตรมองว่านี่คือภัยคุกคามและความรุนแรงระดับสูงสุด นักวิเคราะห์สถานการณ์ในเมืองไทยประเมินระดับความรุนแรงว่าเทียบเท่าเหตุการณ์ 9/11 ในสหรัฐอเมริกา หลังเกิดเหตุไม่ทันไร ประธานาธิบดีฝรั่งเศสก็ประกาศสงครามกับกลุ่มรัฐอิสลาม และทำตามคำประกาศนั้นอย่างรวดเร็วฉับพลัน ด้วยการส่งเครื่องบินรบเข้าโจมตีฐานที่มั่นของกลุ่มไอเอสแบบจัดหนัก ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีรายงานข่าวผลของการโจมตีว่า สร้างความเสียหายให้แก่กลุ่มไอเอสในระดับใด แต่ปฏิบัติการเอาคืนของฝรั่งเศสในครั้งนี้ ก็ไม่ต่างอะไรกับเอาน้ำมันไปราดกองไฟอีกครั้งหนึ่ง มันคือการเอาแค้นไปดับแค้น หรือปฏิบัติการแบบตาต่อตา ฟันต่อฟันนั่นเอง

             ปฏิบัติการอำมหิตของกลุ่มรัฐอิสลามหัวรุนแรงครั้งนี้ ถูกมองจากคนค่อนโลกว่าเป็นการกระทำของฝ่ายก่อการร้าย ในขณะที่ฝรั่งเศสและพันธมิตรได้รับความเห็นอกเห็นใจ มันเป็นการต่อสู้ที่ฝ่ายหนึ่งถูกมองว่าเป็นผู้ร้าย ขณะอีกฝ่ายก็เป็นพระเอก นี่ก็ไม่ต่างจากมุมมองทั่วไปที่มีต่อปฏิบัติการ 9/11 ในสหรัฐอเมริกาเมื่อหลายปีก่อน ฝ่ายที่อ้างตัวว่าเป็นผู้ปกป้องและพิทักษ์ความชอบธรรมถูกมองว่าเป็นฝ่ายถูกต้องเสมอ แต่เมื่อฝรั่งเศสปฏิบัติการจัดหนักต่อกลุ่มไอเอส ก็ไม่ค่อยมีใครออกมาแสดงท่าทีที่เห็นว่า นี่คือการก่อการร้ายเช่นกัน ยกเว้นก็แต่กลุ่มอิสลามด้วยกันเท่านั้น

             ปฏิบัติการศุกร์ 13 ทมิฬ ในกรุงปารีส เป็นเพียงดอกผลหนึ่งของความแค้นและความเกลียดชัง ที่กลุ่มคนประเทศในตะวันออกกลางระเบิดมันออกมา มันมีที่มาที่ไปอันซับซ้อนและยาวนาน ประวัติศาสตร์ของโลกนี้ถูกครอบครองและขับเคลื่อนด้วยกลุ่มคนในยุโรปมานานแล้ว พวกเขาอ้างความชอบธรรมในการเข้าไปยึดครอง และจัดการกับประเทศผู้อ่อนด้อยทั้งหลายแหล่ ว่าได้รับการฉันทานุมัติจากพระเจ้า พวกเขาอ้างว่าพระเจ้าของตนเหนือกว่าพระเจ้าของคนกลุ่มอื่น กี่ประเทศ กี่ชาติพันธุ์ที่ย่อยยับดับสูญเพราะการยึดครองของชาวตะวันตก การกระทำของพวกเขาได้สร้างสมความคับแค้น เกลียดชังให้เกิดขึ้นทั่วโลก และในตอนนี้กลุ่มรัฐอิสลามได้แสดงให้เห็นแล้วว่าพวกเขาจะมาทวงคืนให้ถึงที่สุด

             ที่พูดมานี่ไม่ได้เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพราะการใช้ความรุนแรงไม่ว่าจะมาจากฝ่ายใดมันเป็นสิ่งที่เราไม่อาจรับได้ แต่อยากลำดับความให้เห็นว่า การก่อการร้ายของกลุ่มคนมุสลิม แท้จริงแล้วเป็นเชื้อโรคที่ถูกเพาะเลี้ยงมาจากกลุ่มมหาอำนาจตะวันตกนั่นเอง มองแบบพุทธทัศนะ ก็ต้องว่า มันเป็นวิบากกรรมของมหาอำนาจเอง เมื่อพวกเขาทำอะไรไว้ วันหนึ่งมันก็ตอบสนองกลับคืน ส่วนกลุ่มรัฐอิสลามหัวรุนแรง ก็ได้รับผลกรรมที่พวกเขาก่อขึ้นเช่นเดียวกัน

             ปฏิบัติการแบบน้ำมันราดไฟ จึงไม่เป็นผลดีต่อสันติภาพของชาวโลก การเกิดขึ้นของกลุ่มไอเอส หรือไอซิส หรือกลุ่มรัฐอิสลามหัวรุนแรง อุปมาว่าเป็นพัฒนาการขั้นสูงสุดของเชื้อโรคสายพันธุ์ใหม่ ที่ยากต่อการรับมือและต่อกร ที่สำคัญประวัติศาสตร์มันบอกเราว่า เชื้อโรคพวกนี้ไม่มีวันตาย ต่อให้ผู้นำหัวรุนแรงของพวกเขาจะถูกกำจัดไปสักกี่คนต่อกี่คน แต่ถึงที่สุดแล้วพวกเขาก็มีผู้นำใหม่เกิดขึ้นจนได้ เบื้องหลังของกลุ่มอิสลามหัวรุนแรงกลุ่มล่าสุดนี้ มีที่มาที่ไปและความเคลื่อนไหวที่ซับซ้อนเงื่อนงำ มันผูกติดกับผลประโยชน์ของชาติต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ชนิดแยกมิตรแยกศัตรูกันไม่ได้ด้วยซ้ำ ที่สำคัญพวกเขามีอุดมการณ์และความเชื่อในการต่อสู้ที่คนผิวขาวไม่มีวันเข้าใจ ดังที่นักปรัชญาร่วมสมัยของฝรั่งเศสคนหนึ่งมองว่า การดำรงอยู่และความอยู่รอดของรัฐอิสลามมันมาจากหลายปัจจัย การเอาเครื่องบินและกองกำลังเข้าไปถล่มพวกเขาตูมๆ แบบที่มหาอำนาจตะวันตก หรือกลุ่มที่หวาดกลัวประเทศมุสลิมทำกัน มันไม่อาจทำให้กลุ่มอิสลามหัวรุนแรงเหล่านี้หายไปง่ายๆ หรอก มันมีอะไรที่ซับซ้อนกว่านั้นมาก โดยเฉพาะผลประโยชน์เรื่องน้ำมันในตะวันออกกลางที่ต่างฝ่ายต่างมีเป้าประสงค์อันซ่อนเร้นแทบทั้งสิ้น

             จะอย่างไรก็แล้วแต่ ปฏิบัติการกลางกรุงปารีสที่ผ่านมาสดๆ ร้อนๆ ก็ได้แพร่เชื้อโรคแห่งความเกลียดชังและความหวาดกลัวการก่อการร้ายของกลุ่มอิสลามหัวรุนแรงไปทั่วทุกหัวระแหง พวกเขากำลังถูกมองว่าเป็นภัยคุกคามต่อความสงบสุขของมนุษยชาติ ที่ทำให้โลกนี้สำหรับสันติชนอย่างเราๆ อยู่ยากขึ้นทุกวัน

             แต่ถ้าโทษว่ากลุ่มอิสลามหัวรุนแรงเป็นเชื้อโรคร้าย เราก็ต้องโทษกลุ่มคนที่เข้าไปเพาะเชื้อและสร้างเงื่อนไขให้เชื้อโรคชนิดนี้แพร่กระจายอย่างเท่าเทียมกันด้วย