คอลัมนิสต์

เหตุผลที่ประมูล4จีไม่กระทบราคาและคุณภาพของผู้บริโภค

เหตุผลที่ประมูล4จีไม่กระทบราคาและคุณภาพของผู้บริโภค

20 พ.ย. 2558

เหตุผลที่ประมูล4จีไม่กระทบราคาและคุณภาพของผู้บริโภค : กระดานความคิด โดยสารี อ๋องสมหวัง มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค

             ราคาประมูลจบลงด้วยมูลค่ารวมจำนวน 80,778 ล้านบาทต่อระยะเวลา 18 ปี เฉลี่ยต่อใบอนุญาตของเอไอเอสปีละ 2,277 ล้านบาท และของทรูปีละ 2,210.66 ล้านบาท หากรวมสองบริษัทจ่ายเพียง 4,487.66 ล้านบาทต่อปีเท่านั้น ต่างจากมูลค่าที่สามบริษัทจ่ายส่วนแบ่งรายได้ให้ ทศท. และกสท. ที่สูงถึง 4 หมื่นล้านบาทต่อปี หรือสามารถพิจารณาจากการจ่ายส่วนแบ่งรายได้ของเอไอเอส จำนวนประมาณ 9,600 ล้านบาทต่อปี หรือของ ทรู ที่จ่าย 4,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งเป็นรายจ่ายที่นอกเหนือจากการลงทุน การทำการตลาด หรือค่าใช้จ่ายในการบริหารอื่นๆ

             ดังนั้นราคาการประมูลในครั้งนี้ไม่มากกว่าการจ่ายของทั้งสองบริษัท ย่อมไม่เป็นเหตุให้ส่งผลกระทบต่อราคาค่าบริการของผู้บริโภค และคุณภาพบริการแน่นอน เพราะต้นทุนของบริษัทไม่ได้เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังมีหลักประกันจากเงื่อนไขใบอนุญาตในการประมูล เรื่องอัตราค่าบริการ “ประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมย่านความถี่ 1800”

             “ข้อ 21 (5) ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีบริการที่เป็นธรรม ซึ่งรวมถึงการกำหนดอัตราค่าบริการที่สมเหตุสมผล ไม่เอาเปรียบผู้บริโภค มีความชัดเจน และการให้บริการที่มีคุณภาพ ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนด ทั้งนี้ ผู้รับใบอนุญาตจะต้องกำหนดอัตราค่าบริการสำหรับบริการเสียงและบริการข้อมูลโดยเฉลี่ยแล้วต้องต่ำกว่าอัตราค่าบริการเฉลี่ยของบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ใช้คลื่นความถี่ย่าน 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ณ วันที่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับ โดยผู้รับใบอนุญาตจะต้องจัดให้มีรายการส่งเสริมการขายอย่างน้อยหนึ่งรายการที่ส่งเสริมและเพิ่มโอกาสให้ผู้ใช้บริการสามารถเข้าถึงบริการโทรคมนาคมเคลื่อนที่ที่ใช้คลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ โดยมีอัตราค่าบริการต่ำกว่าอัตราค่าบริการเฉลี่ยของบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ใช้คลื่นความถี่ย่าน 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ณ วันที่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับ รวมทั้งจะต้องคิดอัตราค่าบริการตามการใช้งานจริง และมีคุณภาพการให้บริการไม่ต่ำกว่าคุณภาพการให้บริการเฉลี่ยของบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ใช้คลื่นความถี่ย่าน 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ทั้งนี้ จนกว่าคณะกรรมการจะประกาศกำหนดหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลอัตราค่าบริการและคุณภาพการให้บริการเป็นอย่างอื่น”

             แต่การประมูลครั้งนี้ ผู้บริโภคเงียบเหงาไม่ตื่นเต้น เพราะผิดหวังจากบริการ 3จี บริการ 3จี ที่ควรจะรวดเร็วในการใช้อินเทอร์เน็ต พบว่าการใช้งานจริงในแต่ละเดือนหลังจากใช้ไปไม่กี่วันบริการ 3จี แบบไม่จำกัดปริมาณการใช้ข้อมูล (Unlimited) เปลี่ยนความเร็วเป็นอี (E) หรือน้อยกว่า 256 กิโลบิต ทั้งๆ ที่ กสทช.กำหนดให้ทุกบริษัทต้องรับประกันความเร็วไว้ที่ 345 กิโลบิต แต่ก็ไม่สามารถบังคับบริษัทให้สามารถให้บริการได้ตามนั้น

             ส่วนเงื่อนไขความเร็วในการประมูลครั้งนี้ถูกกำหนดไว้ว่า ความเร็วของ 4จี ต้องไม่น้อยกว่า 3จี ขณะที่ในหลายประเทศกำหนดให้รับประกันความเร็ว 4จี ไว้อย่างน้อย 10 เท่าของ 3จี นั่นคือความเร็วใน 4จี ไม่ควรน้อยกว่า 3 เมกะบิต

             ความทุกข์ของผู้บริโภคที่สำคัญนอกเหนือจากราคาและคุณภาพบริการแล้ว ยังมีปัญหาบริการเสริมจากการถูกคิดค่าบริการดูดวง ทายหวย โหลดเพลง โหลดภาพโดยไม่ได้สมัครสมาชิก และความกังวลปัญหาสุขภาพจากเสาส่งสัญญาณโทรคมนาคม ที่ กสทช.ยังไม่สามารถบังคับให้บริษัททำความเข้าใจกับชุมชนที่จะมีการไปติดตั้ง นำมาซึ่งปัญหาการร้องเรียน ฟ้องร้องกับประชาชนชุมชนมากมาย แถมสำนักงาน กสทช.ยังช่วยทำประชาสัมพันธ์ให้เห็นว่าคลื่นไม่เป็นอันตราย ทั้งๆ ที่องค์การอนามัยโลกออกมายืนยันแล้วว่าคลื่นเป็นสารก่อมะเร็งกลุ่ม 2บี

             ระเบิดลูกสุดท้ายตอนนี้ ผู้ใช้บริการ 2จี หากไม่เปลี่ยนมือถือ(อุปกรณ์)ให้สามารถใช้ได้กับคลื่น 3จี ก็ไม่สามารถใช้โทรศัพท์ได้ การขอเงินคืนจากบริษัทก็ต้องไปในจังหวัดไม่มีบริการในอำเภอ แต่เวลาให้บริการใช้ได้ทุกที่แม้แต่ในหมู่บ้านเล็ก มูลค่าความเสียหายแต่ละคนไม่มาก อาจจะแค่คนละ 10-20 ถึงไม่เกินร้อยบาท ขึ้นอยู่กับจำนวนเงินที่เหลือ แต่หากรวมๆ กันแล้วก็เป็นหลายร้อยล้านบาท

             ประมูลเสร็จแล้วก็ขอให้ กสทช.ทำหน้าที่บังคับใช้กฎหมายให้จริงจัง คุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับบริการราคาต่ำกว่า 3จี ไม่แพง มีคุณภาพบริการตามที่รับประกัน สามารถคิดราคาตามการใช้งานจริงเป็นวินาที ให้ได้ซะที คงจะได้เสียงชื่นชมไม่น้อย