
เสียความรู้สึกเรื่องตำรวจจราจร(ตอนที่ 1)
เสียความรู้สึกเรื่องตำรวจจราจร(ตอนที่ 1) : โลกตำรวจ โดยปนัดดา ชำนาญสุข
เกลียดตำรวจเป็นความรู้สึกของประชาชนส่วนหนึ่ง(หรือส่วนใหญ่ของกลุ่มที่เกลียด)ที่มีต้นตอมาจากงานจราจร....หมายถึงตำรวจจราจร เมื่อวิเคราะห์อย่างละเอียดถี่ถ้วนจะเห็นว่า มีสาเหตุที่มาหลายประการ
ประการแรกมาจากข้อจำกัดของทรัพยากรในการทำงานของผู้ปฏิบัติงานที่ไม่สามารถรองรับความต้องการรับบริการของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนชาวไทยจนส่งผลถึงความไม่พึงพอใจที่เกิดขึ้น
ประการที่สองมาจากข้อจำกัดของการบริหารงานของผู้บริหารงานตำรวจระดับต่างๆ ที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการวางแผน กำกับติดตาม ควบคุมและดูแลผู้ปฏิบัติงานให้สามารถปฏิบัติงานจราจรได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิภาพตามนโยบายที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและรัฐบาลได้กำหนดไว้
ประการที่สามมาจากระบบบริหารงานจราจรของสำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่สอดคล้องกับสภาพการทำงานและการปฏิบัติงานในระดับพื้นที่จนส่งผลกระทบต่อวิธีการปฏิบัติงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือ ผู้ได้รับผลกระทบสุดท้ายคือประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน
ประการที่สี่มาจากความไม่มีประสิทธิภาพในการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยงานนอกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่มีบทบาทและภารกิจในการปฏิบัติหน้าที่รับผิดชอบด้านงานจราจรเช่นกัน
อาจมีสาเหตุอื่นที่มากไปกว่านี้ หากแต่ในบทวิเคราะห์ครั้งนี้จะขอกล่าวถึงองค์ประกอบสาเหตุของการเสียความรู้สึกของประชาชนที่มาจากงานจราจรของตำรวจใน 4 องค์ประกอบนี้เป็นสำคัญ เพื่อชวนผู้อ่านคิดวิเคราะห์ และร่วมกันวิพากษ์วิจารณ์เพื่อหาแนวทางในการพัฒนาปรับปรุงประเทศไทยมีถนนที่ปลอดภัยและสะดวก คงไม่น่าภาคภูมิใจนักที่จะยอมรับโดยจำนนต่อภาวะการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนของประเทศที่ติดอันดับหนึ่งในสามของโลก หรือการถูกรับรู้ว่าเป็นประเทศที่มีการจราจรติดขัดอย่างมาก และตัวบ่งชี้ที่ปรากฏแก่สายตาชาวโลกทั้ง 2 ตัวบ่งชี้นี้(อุบัติเหตุทางถนน และการจราจรติดขัด)มีสถานการณ์ที่รุนแรงมากยิ่งขึ้น
บทวิเคราะห์ในประเด็นไม่สามารถสร้างความพึงพอใจแก่ผู้ใช้รถใช้ถนนได้เนื่องจากข้อจำกัดของทรัพยากรในการทำงานของผู้ปฏิบัติงาน
“ทำไมเวลาคุยเรื่องปัญหางานกับตำรวจ ตำรวจชอบขอโน่นขอนี่” นักวิชาการสายวิศวกรรมจราจรผู้มีบทบาทสำคัญในการบริหารนโยบายด้านความปลอดภัยทางถนนระดับชาติเอ่ยถามในที่ประชุมที่มีเป้าหมายพัฒนาระบบงานจราจรในส่วนงานตำรวจ
คำว่า “ขอโน่น ขอนี่” ผู้พูดหมายถึง เครื่องตรวจวัดแอลกอฮอล์ เครื่องตรวจจับความเร็ว กล้องวงจรปิด กรวยยาง ป้ายเตือนต่างๆ หรือแม้กระทั่งขอรับบริจาคเสื้อสะท้อนแสงที่ใช้ใส่ในการทำงานกลางถนน
ทำไมตำรวจจราจรต้องขอดะ...ขนาดนั้น?
เมื่อสืบค้นข้อมูลในระบบฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ จะพบว่า พฤติกรรมของตำรวจจราจรที่ไม่ถูกใจอย่างมากของผู้ถูกตำรวจจราจรจับคือ การรับรู้ว่าตนเองไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการจับกุมในข้อหาต่างๆ ที่ตำรวจจราจรนำมาใช้ในการแจ้งข้อกล่าวหา
ความรู้สึกไม่พึงพอใจที่สะสมและทบทวีจนถึงขั้นกลายเป็นความเกลียดชังไม่ถูกแก้ไขเพราะวิถีการแจ้งข้อกล่าวหาของตำรวจจราจรไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปและวิธีการจับและปรับก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปด้วย
เทคโนโลยีและอุปกรณ์ที่สามารถชี้ชัดถึงพยานหลักฐานแห่งการกระทำผิดมิใช่หรือที่จะสามารถแสดงให้เห็นอย่างชัดเจน จนกระทั่งสามารถรับรู้ได้อย่างตรงกันว่าการแจ้งข้อกล่าวหาและการจับกุมเป็นไปอย่างยุติธรรม
ไม่ได้มีการเลือกปฏิบัติ หรือละเว้นให้แก่ใคร หรือรถประเภทไหนทั้งสิ้น
แล้วทำไมสำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงไม่สามารถบริหารจัดการทรัพยากรในส่วนนี้ได้(เสียที)
มีการตั้งคำถามอย่างท้าทายว่า...มีเพียงทางเลือกเดียวที่จะทำให้ประเทศไทยมีอุปกรณ์ในการทำงานด้านการจราจรที่มีประสิทธิภาพจนสามารถสร้างการรับรู้ความยุติธรรมแก่ผู้ใช้รถใช้ถนนได้ก็ต่อเมื่อ... "โอนงานจราจรไปยังกรุงเทพมหานครและท้องถิ่น” ...แล้วเท่านั้น ????? จริงหรือ
บทวิเคราะห์ในองค์ประกอบนี้มิได้ปิดการตอบคำถามที่ตั้งขึ้น แต่อยากชวนผู้อ่านคิดต่อ ถึงสิ่งที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังและผลกระทบที่เกิดขึ้นกับการบริหารทรัพยากรที่ใช้ในการทำงานด้านจราจรของประเทศไทย ทั้งในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ องค์กรอื่นๆ และรัฐบาล !!!



