คอลัมนิสต์

ประชาชนต้องรู้การข่าว

ประชาชนต้องรู้การข่าว

18 พ.ย. 2558

ประชาชนต้องรู้การข่าว : บทบรรณาธิการประจำวันที่18พ.ย.2558

           การก่อวินาศกรรมกลางกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส จนมีผู้เสียชีวิตกว่า 100 คน ทำให้ทั่วโลกต้องหันมาเข้มงวดกับนโยบายความมั่นคง กระชับหน่วยงานด้านก่อการร้ายให้ตื่นตัวแทบจะในทันที ไม่ใช่เฉพาะประเทศในแถบยุโรปและอเมริกา ภาคพื้นเอเชียและทวีปอื่นที่มีสถานทูตนานาประเทศตั้งอยู่ต่างมีมาตรการป้องกันภัยระดับสูงสุด ที่สำคัญหลังจากเกิดเหตุเมื่อวันศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน แล้ว ฝรั่งเศสเองก็มีปฏิบัติการตอบโต้เอาคืนกลุ่มไอเอส ที่เชื่อว่าอยู่เบื้องหลังการโจมตีกรุงปารีส โดยใช้เครื่องบินรบถล่มฐานที่มั่นกองกำลังติดอาวุธกลุ่มไอเอสทั้งในอิรักและซีเรีย ปฏิบัติการแบบนี้เองที่เชื่อกันว่าจะมีการล้างแค้นกันไปมาแน่นอน หลังจากกลุ่มก่อการร้ายนี้มีชื่อขึ้นบัญชีอยู่ในระดับต้นๆ ของโลกแทนกลุ่มอัล-ไกดา แต่ถึงแม้เป้าหมายของไอเอสจะอยู่ในกรอบทางยุโรปและประเทศเครือข่ายเป็นส่วนใหญ่ แต่ทวีปนอกเหนือนั้นคงประมาทไม่ได้ เหตุการณ์แบบนี้ถ้าเกิดขึ้นที่ไหนจะมีผลกระทบต่อสังคมและเศรษฐกิจอย่างใหญ่หลวง

           ประเทศไทยก็เคยเกิดเรื่องแบบเดียวกันนี้มาแล้ว เมื่อกลุ่มต่างชาติที่ลักลอบเข้าเมืองมาถล่มล้างแค้นแทนชาวอุยกูร์บริเวณแยกราชประสงค์ ใจกลางกรุงเทพมหานครเลยทีเดียว ทำให้นักท่องเที่ยวเสียชีวิตนับสิบราย ส่งผลถึงความเชื่อมั่นต่อการท่องเที่ยวและความปลอดภัยโดยรวมของประเทศ ลักษณะแผนก็ไม่ต่างกันคือ กลุ่มมือระเบิดลักลอบเข้าเมืองโดยร่วมกับคนไทยลงมือปฏิบัติการอย่างใจเย็นถึงแม้จะจับได้บางส่วน แต่เรื่องรุนแรงเช่นนี้ไม่เคยเกิดขึ้นในบ้านเรามาก่อน ฝรั่งเศสก็เช่นกัน หน่วยงานความมั่นคงในประเทศถึงกับต้องทบทวนนโยบายและแผนการรับมือ ความจริงประเทศทางเอเชียก็มีกลุ่มหัวรุนแรงแบบนี้ไม่น้อยเช่นกัน ที่ผ่านมาประเทศไทยเองก็มีข้อมูลการเข้าออกของคนเหล่านี้ด้วย แต่นโยบายเรื่องก่อการร้ายในยุคก่อน เราพยายามควบคุมและติดตามความเคลื่อนไหว เพราะเชื่อว่าบ้านเราเป็นเมืองผ่านหรือเมืองที่เข้ามาพักพิงได้ แต่สุดท้ายเครือข่ายเหล่านี้ก็สร้างความเสียหายให้บ้านเราไม่น้อย

           ประเด็นที่รัฐบาลโดยเฉพาะสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกองทัพ จะต้องรีบสะสางคือ การจัดระเบียบแยกแยะพวกที่เข้าข่ายอันตรายหรือการกดดันไม่ให้เดินทางเข้าออกประเทศไทยโดยสะดวกเสรี อย่าลืมว่า หากพวกหัวรุนแรงเข้ามาอยู่ในพื้นที่ใดเป็นเวลานานก็จะสร้างเครือข่ายทิ้งไว้เพื่อใช้เป็นช่องทางในแผนปฏิบัติการอย่างใดอย่างหนึ่งได้ในอนาคต ตรงนี้จะประมาทไม่ได้เลย อย่าคืิดว่าการเคลื่อนไหวหรือการเข้ามาในประเทศไทยเป็นเพียงการพักผ่อนเช่นที่ผ่านมา แต่การข้ามประเทศนั้นอาจกลายเป็นช่องทางในปฏิบัติการใดก็ได้ จากการสืบสวนทางการข่าวของปารีสก็พบว่า มีการวางแผนที่ประเทศเบลเยียมก่อนลงมือในวันจริง ประเทศไทยก็เช่นกันมีความหลากหลายของคน นักท่องเที่ยว องค์กรระหว่างประเทศ เรียกว่าเป็นศูนย์รวมของอาเซียนก็คงไม่ผิด ดังนั้นเป้าหมายของกลุ่มหัวรุนแรงอาจขยายตัวมาได้ การปฏิเสธข่าวใดๆ โดยรัฐบาลอาจนำมาซึ่งความประมาทและหูตาของชาวบ้านได้ในอนาคต