คอลัมนิสต์

3จังหวัดใต้ไม่เอื้อไอซิส

3จังหวัดใต้ไม่เอื้อไอซิส

17 พ.ย. 2558

3จังหวัดใต้ไม่เอื้อไอซิส : ขยายปมร้อน โดยศรุติ ศรุตา

             เหตุก่อการร้ายที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ทำให้กระแสความหวาดกลัวภัยก่อการร้ายครอบคลุมไปทั่วโลก โดยเฉพาะเมืองใหญ่ๆ ในประเทศตะวันตก

             แม้แต่ประเทศเล็กๆ อย่างไทย ก็คงต้องยอมรับว่า “มีความวิตกกังวล” อยู่ไม่น้อย ซึ่งนั่นอาจเป็นเพราะการกระทำอย่างโหดเหี้ยมไร้มนุษยธรรมของกลุ่มอิสลามหัวรุนแรงกลุ่มนี้

             ทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ออกมาสร้างความมั่นใจว่า คสช. “เอาอยู่” แต่ก็เรียกร้องให้ประชาชนคนไทยทุกคนช่วยกันสอดส่อง เป็นหูเป็นตา ช่วยกันระวังป้องกันให้แก่ประเทศด้วย

             ซึ่งจะว่าไปแล้ว ก็ช่วงเวลาอย่างนี้แหละที่น่าจะสร้างความสมัครสมานสามัคคี เพราะภัยแบบนี้ดูเหมือนมันจะกระจายไปทั่ว

             หนังสือพิมพ์เดอะสตาร์ของมาเลเซีย ระบุว่า กลุ่มติดอาวุธมาเลเซียซึ่งหนีไปกบดานที่ภาคใต้ของฟิลิปปินส์ กำลังวางแผนที่จะตั้งสาขาย่อยอย่างเป็นทางการของกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม หรือไอเอส ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยดึงกลุ่มก่อการร้ายสำคัญในมาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ มาร่วมมือกัน

             เดอะสตาร์ยังรายงานบทสัมภาษณ์ของ อาย็อบ คาน ไมดิน พิทเชย์ หัวหน้าฝ่ายต่อต้านการก่อการร้ายพิเศษของตำรวจมาเลเซีย ด้วยว่า นายมาห์มุด ซึ่งอยู่ในรายชื่อบุคคลที่ทางการต้องการตัวอันดับต้นๆ ไม่ได้พอใจแค่การเข้าร่วมกับกลุ่มอาบูไซยาฟเท่านั้น แต่ยังต้องการตั้งสาขาย่อยของกลุ่มไอเอสในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย และข้อมูลข่าวกรองยืนยันว่านายมาห์มุดมีแผนจะเดินทางไปซีเรียเพื่อสวามิภักดิ์ต่อหน้านายอาบู บาการ์ อัลบักดาดี ผู้นำสูงสุดของกลุ่มไอเอสเร็วๆ นี้

             รายงานของเดอะสตาร์ชิ้นนี้ คงจะสร้างความกังวลไม่น้อย เพราะประเทศไทยกำลังจะจัดงานสัมมนาใหญ่ที่กรุงเทพฯ ที่ชื่อว่า One Young World จะมีขึ้นวันที่ 18-21 พฤศจิกายนนี้

             แน่นอนว่า มาตรการรักษาความปลอดภัยจะต้องเข้มงวดเป็นพิเศษ

             แต่ก่อนจะมีงานนนี้ จะมีการประชุมสุดยอดผู้นำเอเปค ที่ฟิลิปปินส์ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์จะเดินทางไปร่วมประชุมระหว่างวันที่ 17-19 พฤศจิกายนนี้ก่อน

             ก็ต้องดูว่า เขาจะทำอย่างไร เพราะผู้นำประเทศที่จะไปก็ล้วนเป็นซูเปอร์วีไอพี และกลุ่มหัวรุนแรงที่หนีไปจากมาเลเซียก็จะประกาศตั้งสาขาไอซิสที่นั่นพอดี

             เรื่องมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยจะเป็นอย่างไร ทุกประเทศมีมาตรฐานจัดการกันอยู่

             แต่เรื่องร่ำลือ จนกังวลกันไปว่า กลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงจะมาร่วมก่อเหตุในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้นั้น หน่วยงานด้านความมั่นคงประเมินแล้วว่า “ยาก”

             เพราะกลุ่มที่เคลื่อนไหวก่อเหตุใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น นับถือคนละนิกายกับกลุ่มไอซิส การจะเข้ามาร่วมก่อเหตุหรือก่อตั้งแนวร่วมคงจะเป็นไปได้ยาก

             นอกจากนี้ การเคลื่อนไหวของกลุ่มไอซิส ก็ใช้ความรุนแรงโหดเหี้ยมที่ทั่วโลกรับไม่ได้ ซึ่งตรงกันข้ามกับกลุ่มที่เคลื่อนไหวในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

             ที่สำคัญ “การพูดคุยเพื่อสันติ” ที่ฝ่ายรัฐบาลนำโดย พล.อ.อักษรา เกิดผล ก็คืบหน้าไปมากโขแล้ว

             การพูดคุยกันครั้งล่าสุดมีขึ้นเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน ที่ผ่านมานี่เอง และมีการยืนยันว่า บรรยากาศการพูดคุย คืบหน้า และไว้ใจกันมากกว่าครั้งที่ผ่านๆ มา

             บางกลุ่ม ที่มาร่วมพูดคุยก็ไม่ได้ส่งตัวแทนมา หากแต่เป็น “หัวหน้ากลุ่ม” เดินทางมาพูดคุยด้วยตนเอง

             นั่นย่อมแสดงให้เห็นว่า “ความไว้วางใจ” มีให้แก่กันมากขึ้น

             และยิ่งบ่งชัดว่า พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย ไม่มีที่ว่างให้แก่กลุ่มมุสลิมหัวรุนแรง