คอลัมนิสต์

เตือนภัยสาวมอมยารูดทรัพย์เน้นเหยื่อมีฐานะสูงวัยสถานบันเทิง

เตือนภัยสาวมอมยารูดทรัพย์เน้นเหยื่อมีฐานะสูงวัยสถานบันเทิง

16 พ.ย. 2558

เตือนภัยสาวแสบมอมยารูดทรัพย์เน้นเหยื่อมีฐานะสูงวัยตามสถานบันเทิง : สายตรวจระวังภัย พิเชฐ เนตรบุตร

            ยังคงเกิดขึ้นบ่อยครั้งในหลายๆ พื้นที่ สำหรับแก๊งมอมยา รูดทรัพย์ ล่าสุดระบาดในพื้นที่จ.สุโขทัย ซึ่งเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เมืองสุโขทัย ได้จับกุมสองสาวแสบมอมยารูดทรัพย์ข้าราชการหนุ่มใหญ่รายหนึ่ง พร้อมกับฉกทรัพย์เป็นสร้อยคอทองคำหนัก 5 บาท พร้อมด้วยพระสมเด็จเลี่ยมทอง และแหวนทองคำหนัก 2 บาทฝังเพชร

            หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.สุเทพ ประภากรณ์ ผกก.สภ.เมืองสุโขทัย สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนลงพื้นที่เกิดเหตุ และสามารถจับกุมตัวผู้กระทำความผิดได้โดยใช้เวลาไม่ถึงสัปดาห์ ซึ่งเรื่องนี้ พ.ต.ท.ไพโรจน์ โนรี รอง ผกก.สส.สภ.เมืองสุโขทัย เปิดเผยว่า คดีนี้ตอนแรกเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ตรวจสอบจากกล้องวงจรปิด แต่กลับไม่มีกล้องวงจรปิดภายในร้านที่เกิดเหตุ ซึ่งเรื่องนี้อยากจะฝากเตือนไว้กับร้านค้าหรือสถานบันเทิงควรติดตั้งกล้องวงจรปิดซึ่งเมื่อเกิดเหตุร้ายใดๆ จะทำให้เจ้าหน้าที่สามารถสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิดได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น อย่างไรก็ตามแม้ว่าคดีนี้จะไม่มีกล้องวงจรปิด แต่ได้สอบสวนจากผู้เสียหายและพยานแวดล้อมในร้านที่เกิดเหตุที่รู้เห็นเหตุการณ์ ทำให้รู้ตำหนิรูปพรรณของผู้กระทำความผิด

            พ.ต.ท.ไพโรจน์ ระบุอีกว่า ภายหลังได้รูปพรรณของคนร้ายอย่างชัดเจน จึงได้ตรวจสอบฐานข้อมูลที่ได้จัดเก็บไว้ จนกระทั่งมาพบผู้ต้องสงสัยในฐานข้อมูลจึงนำไปให้ผู้เสียหายและพยานได้ดูภาพถ่ายและได้รับคำยืนยันว่าใช่คนที่ก่อเหตุ ซึ่งตำรวจปฏิิบัติหน้าที่ตรวจสอบอย่างรวดเร็ว หลังจากได้ข้อมูลได้ส่งเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนไปยังภูมิลำเนาของผู้ต้องสงสัยในทันทีและตรวจสอบข้อมูลรวมถึงพฤติกรรมของเป้าหมายพบว่าหลังเกิดเหตุดังกล่าวได้หายตัวไป

            “เราเชื่อว่าไม่ผิดตัวแน่นอนจึงกลับมารายงานและขออนุมัติหมายจับผู้ต้องสงสัยทั้งสองคน ซึ่งศาลได้พิจารณาจากข้อมูลที่รายงานจึงอนุมัติหมายจับ และสามารถจับกุมตัวได้ที่ภูมิลำเนาของผู้ต้องหา จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จึงต้องดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย” พ.ต.ท.ไพโรจน์กล่าว

            พ.ต.ท.ไพโรจน์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ สภ.เมืองสุโขทัยได้จับกุมคดีในลักษณะเดียวกันถึง 2 คดี ซึ่งผู้เสียหายสูญเสียทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกันยังมีผู้ตกเป็นหยื่ออีกหลายรายที่ไม่ได้เข้ามาแจ้งความ อาจเพราะเกิดความอับอายในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สำหรับคดีนี้ตามพฤติการณ์ผู้ต้องหาจะสังเกตุเหยื่อที่เป็นนักเที่ยวที่ค่อนข้างมีฐานะ เช่น สูงวัย ขับรถหรู หรือข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ สวมสร้อยทองคำเส้นใหญ่ หรือมีนาฬิกาข้อมือหรูๆ เมื่อพบเจอกันตามสถานบันเทิง จะเข้าตีสนิทพูดคุยให้เหยื่อที่เป็นเป้าหมายได้ตายใจและจะไม่มีการลงมือในทันที แต่จะแลกเบอร์โทรศัพท์พูดคุยและนัดเจอกันในภายหลัง เมื่อมีการนัดเจอและพูดคุยกันแล้ว อีกคนก็จะชวนดื่มชวนพูดคุยและอีกคนก็จะลงมือใส่ยากล่อมประสาทในแก้วที่ผู้เสียหายดื่ม จากนั้นผู้ต้องหาจะประคองผู้เสียหายออกจากสถานบันเทิงขึ้นรถยนต์ของผู้เสียหายกลับออกไป กระทั่งผู้เสียหายมารู้สึกตัวอีกครั้งเมื่อรุ่งเช้าและพบว่าตนเองนอนสลบอยู่ในรถยนต์ที่จอดอยู่ข้างถนน และทรัพย์สินหายไป

            จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคงจะใช้เตือนสตินักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบแสงสียามราตรีคงต้องระมัดระวังภัยจากเหล่ามิจฉาชีพที่มุ่งหวังในทรัพย์สิน แต่ละรายจะใช้วิธีการไม่เหมือนกัน ซึ่งจะต้องระมัดระวังไม่พูดคุยกับคนแปลกหน้า หรือเชื่อคนง่ายเกินไป