
4จี7.9หมื่นล้าน..สะท้อนอะไรบ้าง
4จี7.9หมื่นล้าน..สะท้อนอะไรบ้าง : กระดานความคิด/ น้ำเชี่ยว บูรพา
บี้กันสุดมาราธอนจริงๆ สำหรับการประมูล 4 จีบนคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ 2 ใบอนุญาตแรกที่ “คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ” หรือ กสทช. เปิดให้บริษัทสื่อสารโทรคมนาคมเข้าร่วมประมูลขับเคี่ยวกันเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน และต้องใช้เวลาขับเคี่ยวกันข้ามวันข้ามคืน
ถือเป็นการประมูลชิงดำใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมที่กล่าวได้ว่าลุ้นระทึกกันมันหยดติ๋งมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ภาษาชาวบ้านเรียกว่าสู้กันถึงชั้นฎีกาเลยก็ว่าได้ เป็นการหักปากกานักมโนรวมทั้งเครือข่ายที่พากันตีปลาหน้าไซจะมีรายการฮั้วประมูลเกิดขึ้นก่อนหน้า
เพราะของจริงที่ออกมานั้นกลายเป็นหนังคนละม้วน บริษัทสื่อสารน้อยใหญ่ฟัดกันดุเดือดเลือดพล่านข้ามวันข้ามคืนไม่มีลดราวาศอกให้แก่กัน ทั้งที่ กสทช.ไม่ได้มีการปรับเงื่อนไขประมูลอะไรตามที่นักวิชาการกระทุ้งเอาไว้เลย
บรรยากาศการประมูลที่เริ่มต้นตั้งแต่เวลา 10.00 น. ของวันที่ 11 พฤศจิกายน บริษัทสื่อสารที่เข้าร่วมประมูล 4 รายต่างแข่งขันเสนอราคาประมูลเพื่อชิงดำ 2 ใบอนุญาต 4 จีบนคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ ที่มีอยู่ 2 ชุดใบอนุญาตนี้กันอย่างดุเดือด จนล่วงเข้าสู่เช้าวันที่ 12 พฤศจิกายน การประมูลก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติ
จนกระทั่งมาถึงการประมูลรอบที่ 75 ซึ่งสิ้นสุดลงในเวลา 11.00 น. ซึ่งขณะนั้นราคาประมูลใบอนุญาตในชุดที่ 1 อยู่ที่ 37,006 ล้านบาท ใบที่ 2 อยู่ที่ 37,404 ล้านบาท รวม 2 ใบอนุญาตได้เม็ดเงินเข้ารัฐ 74,410 ล้านบาทแล้ว บอร์ด กทค.จึงมีมติให้พักการประมูลชั่วคราวเพื่อให้ผู้เข้าประมูลได้พักผ่อนหลังเคาะราคามาราธอนมาถึง 24 ชั่วโมงแล้ว ก่อนจะลุยประมูลต่อในช่วงบ่ายในรอบที่ 76 ซึ่งก็ยังคงมีการเคาะราคากันต่อเนื่องจนมาถึงรอบที่ 78 ที่ราคาใบอนุญาตใบแรกอยู่ที่ 37,404 ล้านบาท และใบที่ 2 อยู่ที่ 38,200 ล้านบาท รวม 2 ใบอนุญาตได้เงินเข้ารัฐสูงกว่า 75,604 ล้านบาทไปแล้ว สูงกว่าราคาประเมินคลื่นความถี่ 190% ไปแล้วและสูงกว่าที่ กสทช.ประเมินเอาไว้ที่ 43,000 ล้านบาทไปไกลลิบ โดยใช้เวลาประมูลกว่า 30 ชั่วโมง แม้จะยังไม่ยุติแต่ก็ใกล้งวดเต็มทนแล้วคาดว่าราคาสุดท้าย 7.9 หมื่นล้าน คงไม่หนีไปจากนี้
ผลการประมูลที่ออกมาสะท้อนอะไรบ้าง ?
ไม่เพียงจะชี้ให้เห็นว่าประชาชนคนไทยกำลังโหยหามือถือระบบ 4 จีที่ทำให้ค่ายสื่อสารน้อยใหญ่ต้องบี้กันสุดฤทธิ์แล้ว ผลประมูลที่ได้ยังหักหน้าบรรดานักวิชาการทั้งหลายที่เอาแต่ตีปี๊บเรื่องฮั้วประมูลเป็นรายวัน ที่สำคัญยังทำให้รัฐบาลได้เม็ดเงินเข้ารัฐโดยตรงไม่น้อยกว่า 74,000 ล้านบาท โดยเอกชนต้องจ่ายก้อนแรกเข้ารัฐ 50% ภายใน 90 วันหรือกว่า 36,000 ล้านบาทแล้ว
ขณะที่ในส่วนของภาคเอกชนยังต้องมีการลงทุนเครือข่าย 4 จีนี้ตามมาอีกไม่น้อยกว่า 40,000-50,000 ล้านในระยะ 1-2 ปีนี้ ไม่รวมการลงทุนในส่วนของคอนเทนต์อื่นๆ ที่จะมีตามมาอีก รวมแล้วคิดเป็นเม็ดเงินที่จะสะพัดในระยะ 1-2 ปีข้างหน้าไม่ต่ำกว่า 150,000-200,000 ล้านบาท
ผลประมูลดังกล่าวยังสะท้อนไปถึงความพยายามของบริษัททีโอที และกสท โทรคมนาคม ที่กดดันให้รัฐบาลและกสทช. ระงับการประมูลครั้งนี้ ถึงขั้นฟ้องศาลให้ระงับการประมูล ด้วยหวังจะให้รัฐจัดสรรคลื่นดังกล่าวไปให้หน่วยงานโดยตรง โดยไม่มีการประมูลนั้น หากรัฐยินยอมตามข้อเรียกร้องดังกล่าว ไม่เพียงประเทศจะต้องสูญเสียโอกาสในการดึงเม็ดเงินเข้ารัฐกว่า 74,000 ล้านบาทแล้ว ความหวังที่ประชาชนคนไทยจะเห็นการเปิดให้บริการ 4 จี ของรัฐวิสาหกิจทีโอทีและแคทในระยะ 1-2 ปีข้างหน้านั้นก็คงสูญสลายไปด้วย เพราะ 2 รัฐวิสาหกิจที่กำลังดิ้นสุดเฮือกเพื่อจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการจะไปมีความสามารถระดมทุนเป็นหมื่นๆ ล้านจากที่ไหน เพื่อมาขยายเครือข่าย 4 จีอะไรที่ว่านี้ และอาจต้องใช้เวลาอีก 2-3 ปีกว่าจะขออนุมัติงบลงทุนจากรัฐได้
ที่สำคัญทำให้นึกย้อนไปถึงการประมูล 4 จีบนคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์อีก 2 ใบอนุญาตที่รัฐและกสทช.ยอมอ่อนข้อเลื่อนเวลาประมูลออกไปเป็นวันที่ 15 ธันวาคมนี้ตามแรงกดดันจากสารพัดด้าน ซึ่งแน่นอนว่าการประมูลที่จะมีขึ้นนั้นก็คงมีการขับเคี่ยวชิงใบอนุญาตไม่แพ้ 2 ใบอนุญาตนี้ เผลอๆ อาจจะมากกว่าเสียด้วยซ้ำ เพราะฐานลูกค้ามือถือคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์นั้น มีมากกว่าคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ เป็นเท่าตัวอยู่แล้ว
ส่วนข้อห่วงใยที่ใครต่อใครพากันกังวล เมื่อบริษัทเอกชนต้องจ่ายค่าต๋งเข้ารัฐสูงกว่า 74,000 ล้านบาทเช่นนี้จะมีการผลักภาระไปลงที่ค่าบริการมือถือ 4 จีหรือไม่นั้น เรื่องนี้ ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. ออกมายืนยันหนักแน่นว่า กสทช.ได้กำหนดมาตรการเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคเอาไว้เข้มงวด ที่นอกจากจะต้องเร่งขยายเครือข่ายให้ครอบคลุมประชากร 40% ภายใน 4 ปีแล้ว ยังกำหนดอัตราค่าบริการ 4 จีจะต้องถูกลงกว่าค่าบริการ 3 จีในปัจจุบันอีกด้วย
ผู้บริโภคคงจะโล่งใจกันได้ !



