
นิ้วก้อยแต้มสี : เทรนด์เลือกตั้งพม่า
นิ้วก้อยแต้มสี : เทรนด์เลือกตั้งพม่า : มนุษย์สองหน้า โดยแคน สาริกา
วันอาทิตย์ที่ผ่านมา คนไทยจำนวนไม่น้อยให้ความสนใจเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ในพม่า เพราะยุคสมัยที่ชาวพม่า “เปิดประเทศ” จึงมีข่าวสารการเลือกตั้งเผยแพร่ผ่านสื่อต่างๆ อย่างเสรี
ผู้ที่ติดตามสื่อโซเชียลพม่า จะได้เห็นความตื่นตัวของชาวพม่าที่แห่ออกไปใช้สิทธิ์มากถึง 80% ตั้งแต่เช้าตรู่จนเย็นย่ำ และพวกเขาได้ติดแฮชแท็กที่ชื่อว่า #MyanmarElection และ #MyanmarElection2015 พูดถึงเรื่องการเลือกตั้งผ่านทางทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ก และอินสตาแกรม
นอกจากนี้ ยังมีเทรนด์ใหม่เกิดขึ้นคือ การโพสต์ภาพโชว์นิ้วก้อยข้างซ้ายที่จุ่มหมึกม่วงลงบนโซเชียล ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แทนการไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งมาแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้มีการเลือกตั้งซ้ำ
ปรากฏการณ์ “นิ้วก้อยแต้มสี” สะท้อนความภาคภูมิใจของชาวพม่าที่ได้มีส่วนร่วมเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์การเมือง
อีกด้านหนึ่ง มันได้พฤติกรรมผู้บริโภคชาวพม่ายุคใหม่คือ “เปิดรับ-กล้าลอง-ใส่ใจตัวเอง-ทันสมัย-ติดโซเชียล-ชอบชีวิตสะดวกสบาย-นิยมเดินห้าง-ชอบสังสรรค์” ซึ่งมีการสำรวจโดย บริษัท เอ็นไวโรเซล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์วิจัยพฤติกรรมผู้บริโภค จากสหรัฐอเมริกา
ก่อนหน้าวันเลือกตั้ง ทีวีไทยช่องหนึ่งได้เชิญนักวิชาการไทยมาวิเคราะห์การเมืองในพม่า โดยตอนหนึ่งได้พูดทำนอง “สื่อโซเชียล” ไม่มีผลต่อการเลือกตั้ง เพราะมีคนส่วนน้อยที่ได้ใช้โทรศัพท์มือถือหรือสมาร์ทโฟน
ทัศนะดังกล่าวนั้น บอกได้ว่านักวิชาการไทยคนนั้น ยังล้าหลังในด้านข้อมูลข่าวสาร และจมอยู่ในกองตำรา หากเราติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด จะเห็นการเปลี่ยนแปลงในด้านโครงสร้างพื้นฐานอย่างก้าวกระโดด
จริงอยู่ ชาวพม่าอยู่ภายใต้การปกครองของรัฐบาลทหารมาเป็นเวลาเกือบ 50 ปี การปกครองที่ควบคุมการสื่อสารอย่างเข้มงวด และเมื่อปี 2555 มีชาวพม่าเพียงแค่ประมาณ 1 ล้านคน ที่เข้าถึงโทรศัพท์มือถือ
ครั้นมาถึงปี 2558 มีอัตราการใช้โทรศัพท์มือถืออยู่ที่ 72% เพิ่มขึ้นสูงถึง 97% และเป็นการก้าวกระโดดจากยุคโทรศัพท์ในสมัยก่อน มาสู่ยุคของสมาร์ทโฟน และให้ความสนใจกับการติดต่อบนโลกออนไลน์อย่างมาก
มีข้อมูลว่า จำนวนซิมการ์ดโทรศัพท์มือถือในพม่า ถูกเปิดใช้งานมากกว่า 18 ล้านหมายเลข จากประเทศที่มีประชากรราว 51 ล้านคน และสิ่งที่เกิดขึ้นได้สร้างความประหลาดใจให้แก่ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ต่างชาติ ที่คาดว่าพม่าจะมีอัตราการเติบโตในระดับปานกลาง
ทุกวันนี้ ผู้ประกอบการโทรคมนาคมมี 3 ราย คือ บริษัทอูรีดู จากกาตาร์, บริษัทเทเลนอร์ และบริษัทเอ็มพีที เป็นหุ้นส่วนกับบริษัทเคดีดีไอ ของญี่ปุ่น โดยผู้ประกอบการได้สร้างโครงข่ายโทรคมนาคม และเพิ่มการจำหน่ายซิมการ์ดในตลาด ทำให้ราคาซิมการ์ดปรับลดลงเหลือเพียง
นี่เป็นสาเหตุที่คนพม่าเข้าถึงมือถือหรือสมาร์ทโฟนแบบก้าวกระโดด และเป็นจุดเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคครั้งใหญ่
ใครจะคิดว่า พม่าใช้เวลาแค่ 3 ปี ก้าวสู่ยุคสมาร์ทโฟน ทำให้การสื่อสารทางโทรศัพท์ และสื่อดิจิทัลทั้งหลายเข้ามามีบทบาทต่อสังคมประเทศพม่าเป็นอย่างมาก ไม่ใช่เพียงแค่การใช้ไลน์ หรือวอทส์แอพ เท่านั้น แต่ทว่าแอพพลิเคชั่นอย่างไวเบอร์ กลับเป็นที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ในสังคมโซเชียลของชาวพม่าในปัจจุบัน
ด้วยเหตุนี้ พรรคเอ็นแอลดี ที่มีคนรุ่นใหม่เป็นแกนหลักในกลุ่มยุทธศาสตร์ของพรรค จึงใช้กลยุทธ์การหาเสียง Political Marketing เต็มรูปแบบ ทั้งบนดินและใต้ดิน อาศัยสื่อสารผ่าน เว็บไซต์, เฟซบุ๊ก ประสานการออกเดินสายหาเสียงพบปะคนในพื้นที่ ทั้งรูปแบบเคาะประตูบ้าน และเปิดเวทีปราศรัย
นั่งฟังนักวิชาการไทยวิเคราะห์เลือกตั้งพม่าอยู่หลายช่อง ไม่เคยมีใครพูดถึงเรื่องสื่อใหม่เลย แถมบางคนยังพูดทำนองว่า พรรคเอ็นแอลดีหาเสียงโดยใช้ฝาเข่งแบบพรรคพลังธรรม
โถน่าสงสาร...นักวิชาการไทยผู้ที่ยังจมอยู่กับกองตำรา โดยมองไม่เห็นเลยว่า เพื่อนบ้านเราก้าวไปถึงไหนแล้ว



