คอลัมนิสต์

ลมหายใจสุดท้าย

ลมหายใจสุดท้าย

12 พ.ย. 2558

ลมหายใจสุดท้าย : กระดานความคิด โดยคนที วิถีไทย

             มรดกวิชาชีพ สำหรับเด็6กใส่ม้วนฟิล์มฉายหนังเมื่อ 30 ปีก่อน ที่ตกทอดมาถึง “เทพ ปากน้ำ” ก็คือ เครื่องฉายยี่ห้อคริสตี้ (christie) อันเลื่องชื่อ กับจอฉายภาพยนตร์ขนาด 16x9 เมตร เครื่องเสียง เครื่องแปลงไฟ และสายไฟสายลำโพง จิปาถะ เพียงพอที่จะทำให้เทพ ปากน้ำ ยืนยังและก้าวเดินต่อไปได้ ด้วยกิจการบันเทิงท้องถิ่น ฉายหนัง ให้เช่าเครื่องเสียง ในทุกๆ งานประเพณี ทั้งมงคลและการศพ

             ภาพฝัน และอัตชีวประวัติในแรกรุ่นของเทพ ปากน้ำ แทบไม่ต่างไปจากเจ้าหนู “โตโต้” นักฝันผู้ยิ่งใหญ่แห่งซีเนม่า พาราดิโซ (Cinema Paradiso) เด็กฉายหนัง ผู้ผันตัวเองไปสู่ผู้กำกับมือทองแห่งฮอลลีวู้ดสักเท่าใด

             ครั้งที่ เทพ ปากน้ำ รับมรดกมาใหม่ๆ กิจการหนังกลางแปลงยังเฟื่องฟู อย่างน้อยที่สุดเดือนหนึ่งๆ เขาและลูกทีมอีก 5 ชีวิต รับจ้างฉายหนังในงานศพ งานบวช และงานประจำปีของวัดต่างๆ รวมแล้วสัก 10 งาน ก็ถือว่า กิจการจะยังคงเดินหน้าต่อไปได้อย่างดี

             หนังฮ่องกง โดยผู้สร้าง “ชอว์ บราเดอร์” คือแม่เหล็กที่ดึงดูดชาวชุมชนจากเวทีละครฟ้อนรำ หนังตะลุง มารวมตัวกันที่หน้าจอหนังขนาดยักษ์เส้นทะแยงมุมร่วม 20 เมตร สืบกันมา คืนแล้วคืนเล่า เสียงประกระบี่กระหึ่มรอบทิศทางของ “เดช ไอ้ด้วน” เกลื่อนกลบแรงกระทบดาบไม้ในศึก “จันทโครพ” เสียสนิท ไหนเลยตัวหนังตะลุง ผู้เคยโลดเล่นด้วยแสงจากหลอดไฟ จะมิกลายเป็นแมงเม่าร่วงลับหับปีกลง

             แม้บันไดฝันของ เทพ ปากน้ำ จะแตกต่างไปจากจินตนาการฝันใฝ่ของเจ้าหนูโตโต้อย่างลิบลับ ทว่า ความภาคภูมิใจที่ได้ยืนตระหง่านอย่างผู้ชนะ อันรายรอบด้วยความสำเร็จในกิจการบันเทิงท้องถิ่น ท่ามกลางการล้มหายตายจากไปของการละเล่นตกยุค อย่างลิเก ละคร หนังตะลุง ล้วนหาได้ยิ่งหย่อนไปกว่า

             เป็นเวลา 10 ปีเต็ม หลังจากที่ได้รับมรดก “หนังกลางแปลง” ตกทอดมา กิจการบันเทิงของเขารุ่งเรืองขึ้นเรื่อยๆ พร้อมขยายอาณาบริเวณการให้บริการข้ามอำเภอออกไป เช่นเดียวกับ การปรับเปลี่ยนเครื่องเสียง เครื่องไฟ จนสามารถรองรับงานบันเทิงได้มากขึ้น

             แต่ในปลายปีนั้นเอง ลางร้ายอันเสมือนเมฆฝนคล้ำทะมึนซึ่งเคยพัดถล่มพังจอหนังลงพังพาบได้ตั้งเค้าขึ้นอย่างเงียบๆ ลิเกโรงใหญ่ และรำวงย้อนยุค หวนคืนกลับ

             แต่ละค่ำคืนอันผันผ่าน เสียงขับขานจากจอแก้วในบ้านเรือนดังประสานขึ้นพร้อมๆ กันกับลิเก และรำวงย้อนยุคในบางคืน มิพักต้องพูดถึงเครื่องเล่นภาพอื่นๆ ที่เข้ามาแทนที่

             “ทั้งแผ่นซีดี ทั้งคาราโอเกะ มีกันทุกบ้าน ใครมันจะมานั่งตากน้ำค้างดูหนัง” เทพ ปากน้ำพูดไว้อย่างนั้น

             มรดกตกทอด จากกิจการเก่าแก่เมื่อ 30 ปีก่อน ถูกนำไปโพสต์ขายเลหลังในอินเทอร์เน็ต

             ในทุกวันนี้ ถ้าหากใครใช้เสิร์ชในกูเกิลด้วยคีย์เวิร์ด “หนังกลางแปลง” ก็จะพบว่า ที่นี่กำลังกลายเป็นตลาดกลางของเลหลังอุปกรณ์ประกอบธุรกิจบันเทิงประเภทนี้ที่คึกคัก ไม่ต่างกับการซื้อขายสินค้าโบราณชนิดอื่น

             เช่นเดียวกัน บนบ้านของ เทพ ปากน้ำ ลูกชายของเขารับหน้าที่โพสต์ภาพ อุปกรณ์ทำกินในอดีตลงในอินเทอร์เน็ต ซึ่งนั่นคือสุดสายปลายทางการต่อสู้อันยาวนานถึง 3 ทศวรรษของงานบริการบันเทิงพื้นถิ่น ที่ค่อยๆ ลางเลือนมลายตายจากกันไป

             “ฉันว่า นับจากนี้ คนจน คนบ้านนอก คงไม่มีใครได้ดูหนังกันจริงๆ เสียแล้ว” เทพ ปากน้ำ ทำนายว่า หนังแผ่นและไฟล์ภาพที่เข้ามาแทนที่หนังที่เกิดจากแผ่นฟิล์มนั้น จะต้องถึงวันดับสูญไปในที่สุด เริ่มจากบ้านนอก เข้าสู่เมืองใหญ่ ซึ่งแม้จะไม่ถนัดปากนัก แต่ เทพ ปากน้ำ ก็ยังพอพูดออกมาได้ว่า ทุกวันนี้คือยุคของ “โลกดิจิทัล” ที่ไม่ว่าใครก็ตามล้วนยากปฏิเสธ หาไม่เช่นนั้นแล้ว หนังแท้ๆ จากฟิล์มของเขาคงจะยังปักหลักสู้ต่อไปได้อีก

             บางเวลา ขณะหนึ่ง ในวันที่กระแสสมัยใหม่เชี่ยวกราก ลองสำรวจคนรอบข้างผู้เคยร่วมเดินทางอันยาวไกล ผ่านร้อนหนาวมาด้วยกัน-พวกเขา เพื่อนร่วมเดินทางเหล่านั้น ได้จมหายลงไปในกระแสสมัยใหม่กันสักเท่าไร?