
เดินหน้าปฏิรูปร้านเกม-เน็ต
เดินหน้าปฏิรูปร้านเกม-เน็ต : บทบรรณาธิการประจำวันที่12พ.ย.2558
ปัญหาสังคมโดยเฉพาะด้านเด็กและเยาวชนในเรื่องร้านเกม ปรากฏให้เห็นเป็นข่าวคราวอยู่สม่ำเสมอ และภาครัฐรวมทั้งหน่วยงานเกี่ยวข้องก็ดูเสมือนว่าจะพยายามเร่งแก้ไขแต่ก็ทำได้ในแง่การแก้ไขเฉพาะหน้า ทั้งที่มีกฎระเบียบใช้บังคับอยู่แล้ว แต่ก็ขาดการบังคับใช้อย่างเข้มงวดเท่าที่ควร เรียกว่าเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง “เกียร์ว่าง” หรือบางแห่งถึงกับมีข้อสงสัยว่า มีการเรียกรับผลประโยชน์มิชอบด้วยหรือไม่ ล่าสุดในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือป.ป.ช. ได้เสนอเข้าที่ประชุมครม.เพื่อป้องกันการทุจริตเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจร้านเกมและอินเทอร์เน็ต ทำให้รับรู้ว่าปัญหานี้ถูกปล่อยปละละเลยและขยายวงจนน่าเป็นห่วงมาก
ตามรายงานที่ส่งถึง ครม.ระบุว่า ป.ป.ช.ได้รับเรื่องกล่าวหาเจ้าหน้าที่ของรัฐในพื้นที่หลายจังหวัดปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือกระทำการโดยทุจริต ปล่อยปละละเลยให้เด็กนักเรียนมั่วสุมหลังเลิกเรียนในร้านเกมและอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมและอาจก่อให้เกิดปัญหาสังคมตามมาในอนาคต พร้อมกันนี้ได้ศึกษาเพิ่มเติมพบว่า มีร้านเกมและอินเทอร์เน็ตจำนวนมากไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ให้บริการเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี เข้าไปมั่วสุมนอกเหนือเวลาที่กฎหมายกำหนด โดยปราศจากการตรวจสอบ กำกับดูแลและดำเนินการอย่างเข้มงวดจากเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้อง จึงเสนอแนะแก้ปัญหาทั้งบังคับใช้กฎหมาย ปรับปรุงกฎระเบียบให้ทันสถานการณ์ และการมีส่วนร่วมจากภาคส่วนต่างๆ ให้มากขึ้น
หนึ่งในข้อเสนอเป็นการสร้างกลไกทำงาน โดยให้จัดตั้งคณะกรรมการควบคุมการประกอบธุรกิจร้านเกมและอินเทอร์เน็ตในระดับชาติ รวมทั้งจัดตั้งคณะกรรมการระดับจังหวัด ให้มีอำนาจหน้าที่ในการวางนโยบายควบคุมกำกับดูแลการประกอบธุรกิจดังกล่าว รวมถึงควบคุมดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ให้เป็นไปตามนโยบาย นอกจากนี้ยังให้กำหนดยุทธศาสตร์เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาสังคม โดยเฉพาะปัญหานี้โดยตรง พร้อมทั้งเน้นให้มีการเพิ่มบทบาทจากภาคประชาชนในท้องถิ่นมีส่วนร่วมสังเกตการณ์สอดส่องร้านเกมและอินเทอร์เน็ต โดยจัดให้มีสายด่วนภายในชุมชนเพื่อรับแจ้งปัญหา อีกทั้งให้กระทรวงศึกษาธิการส่งเสริมให้สถานศึกษาจัดกิจกรรมเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและมีส่วนร่วมแก้ปัญหาด้วย
ขณะที่การปรับปรุงกฎและระเบียบให้แก้ไขกฎกระทรวงว่าด้วยการอนุญาตและการประกอบกิจการร้านวิดีทัศน์ พ.ศ.2552 โดยกำหนดเวลาปิด-เปิดร้านให้เหมาะสม และแก้ไขกฎหมายเพิ่มเติมบทลงโทษทางอาญากรณีที่เกี่ยวข้องกับการเข้าใช้บริการของผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ รวมทั้งในกรณีการเปิดให้บริการโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนประเด็นการเผยแพร่เกมและเกมออนไลน์ที่ไม่เหมาะสมให้แจ้งหน่วยงานเกี่ยวข้องทำการปิดกั้น และให้กระทรวงวัฒนธรรมศึกษาจัดระดับเนื้อหาความรุนแรงของเกม หรือ เกมเรตติ้ง และการกำหนดโซนนิ่งร้านเกมและอินเทอร์เน็ตด้วย ดังนั้นการเดินเครื่องเพื่อแก้ปัญหาสังคมของเยาวชนได้ก้าวไปอีกระดับหนึ่ง และทุกภาคส่วนต้องร่วมกันปฏิรูปประเทศให้เปลี่ยนแปลงดีขึ้น



