
ตร.ท่องเที่ยวเข้ม10กลุ่มต้องห้ามเสริมภาพลักษณ์
ตร.ท่องเที่ยวเข้ม10กลุ่มต้องห้ามเสริมภาพลักษณ์ สร้างความปลอดภัยรับเออีซี : สายตรวจระวังภัย โดยกรกมล อักษรเดช
อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวนับว่าเป็นรายได้หลักของประเทศไทย ดังนั้น เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว เพิ่มภาพลักษณ์ สร้างความปลอดภัย ความอบอุ่นใจสำหรับนักท่องเที่ยว ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้ประกาศนโยบาย “มาตรการรักษาความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยว” เพื่อรองรับนโยบายของรัฐบาลในการสร้างความเชื่อมั่น และรักษาความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยวโดยเฉพาะชาวต่างชาติ เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี จึงได้มอบนโยบายด้านการป้องกันและปราบปราม เพื่ออุดช่องโหว่และแก้ปัญหาที่ยืดเยื้อมานาน โดยกำหนด “ปฏิบัติการ 10 กลุ่มต้องห้าม” ที่ต้องแก้ไขให้หมดไป
นโยบายนี้หน่วยงานตำรวจที่เกี่ยวข้อง และเป็นแม่งานโดยตรงหนีไม่พ้น กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว(บก.ทท.) ที่ปัจจุบันมี พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล เป็น ผบก.ทท. ต้องสนองนโยบายเร่งปฏิบัติการอย่างจริงจัง จึงได้ดำเนินการนำทีมปฏิบัติการตัดวงจรหลอกลวงนักท่องเที่ยว และการเสริมภาพลักษณ์ในการเป็นเจ้าบ้านที่ดีของตำรวจท่องเที่ยว ตามแผนปฏิบัติการ 10 กลุ่มต้องห้าม อันได้แก่ 1.ปัญหาทัวร์ด้อยคุณภาพ เช่น ปัญหาไกด์เถื่อน 2.การหลอกลวงสินค้าและบริการ ที่เห็นบ่อยก็จะเป็นเรื่องของการหลอกลวงซื้อจิวเวลรี่ หลอกลวงตัดสูท มีกลุ่มคนจูงแขก และรถสามล้อตุ๊กตุ๊ก ที่เป็นเครือข่าย 3.ยานพาหนะเอาเปรียบนักท่องเที่ยว ด้วยการเรียกราคาเกินจริง หรือการปฏิเสธไม่รับผู้โดยสารของแท็กซี่และรถสามล้อตุ๊กตุ๊ก 4.การจัดระเบียบจราจรตามแหล่งท่องเที่ยว 5.สถานบริการผิดกฎหมาย 6.ปัญหายาเสพติดในแหล่งท่องเที่ยว 7.การเกิดอุบัติเหตุ 8.ปัญหาอาชญากรรม ที่เกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยว 9.อาชญากรรมข้ามชาติ และ 10.ปัญหามาเฟียตามแหล่งท่องเที่ยว
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ บอกว่า อีกประมาณสองเดือนนับจากนี้ ประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่เออีซีแล้ว ซึ่งจะทำให้เกิดการไหลเวียนของผู้คนจากหลายเชื้อชาติในประเทศสมาชิกต่างๆ เข้ามา จะทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ตระหนักถึงปัญหาการหลอกลวงนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ โดยเฉพาะการให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ หรือบิดเบือนจากความเป็นจริงแก่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ อันทำให้เกิดความเสื่อมเสียชื่อเสียง ภาพลักษณ์ และส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวของประเทศ
“เพื่อแก้ไขปัญหาพวกนี้ จะมีการลงตรวจพื้นที่สถานที่ท่องเที่ยว ดำเนินการปราบปรามอย่างจริงจัง โดยใช้กำลังตำรวจท่องเที่ยวเป็นหลัก และจะมีการบูรณาการกับตำรวจในพื้นที่รวมทั้งภาคประชาชน เพื่อร่วมกันป้องกันและแก้ไขปัญหา โดยมีมาตรการตรวจตราของเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวในพื้นที่ที่มีความสุ่มเสี่ยงของสถานประกอบการที่มีโชว์ลามกอนาจารที่จะก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อภาพลักษณ์ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ๆ ทั่วประเทศ ที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาใช้บริการจำนวนมาก เริ่มแรกจะดำเนินการประชาสัมพันธ์แก่ผู้ประกอบการในพื้นที่สุ่มเสี่ยง ให้มีสามัญสำนึกในการให้บริการนักท่องเที่ยว รวมถึงที่พัก จุดแลนด์มาร์คต่างๆ ก็จะดำเนินการปฏิบัติการ 10 กลุ่มต้องห้าม” ผบก.ทท. อธิบาย
เฉกเช่นเดียวกับ พล.ต.อ.วุฒิ ลิปตพัลลภ รอง ผบ.ตร. ก็ระบุว่า ปฏิบัติการดังกล่าวนี้จะเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน เป็นต้นมา และทุกสถานีตำรวจที่มีแหล่งท่องเที่ยวต้องทำแผนภูมิอาชญากรรม ระบุรายละเอียดของปัญหาที่เกิดในท้องที่ ส่วนคดีอาชญากรรมสำคัญ อย่างเช่น ฆ่า ข่มขืน ลักทรัพย์ ฯลฯ หากเกิดจากความบกพร่อง ตำรวจระดับผู้บังคับการและผู้กำกับการของพื้นที่นั้นๆ จะต้องรับผิดชอบ



