คอลัมนิสต์

เม็ดเงินชนบท

เม็ดเงินชนบท

11 พ.ย. 2558

เม็ดเงินชนบท : ไปสู่ถนนดินลูกรัง โดยเฉลิมศักดิ์ แหงมงาม

              ก่อนโครงการกระจายเม็ดเงินไปสู่พี่น้องประชาชนในชนบท ตำบลละห้าล้านบาทนั้น ก่อนหน้านี้ รัฐบาลเคยกระจายเม็ดเงินไปยังพี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศ โดยให้ไปตำบลละหนึ่งล้านบาท ช่วงนั้น ผู้รับผิดชอบ คือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เกษตรอำเภอ เกษตรจังหวัดจึงรับผิดชอบเต็มๆ ลงไปทำประชาคม ฟังความเห็นจากประชาชนในระดับหมู่บ้านตำบล ก่อนจะออกมาเป็นโครงการที่จะใช้เม็ดเงิน 

              สิ่งสำคัญคือ มีกฎกติกา ต้องใช้แรงงานอย่างต่ำห้าสิบเปอร์เซ็นต์ของงบประมาณ และส่งเงินลงไปให้ชาวบ้านโดยตรง ให้คณะกรรมการในระดับหมู่บ้านเปิดบัญชีธนาคารรอรับเงินโครงการกันเลย ไม่ให้เงินผ่านหน่วยงานใดๆ ทั้งสิ้น ราชการมีหน้าที่เพียงกำกับดูแลและตรวจสอบการใช้เงินเท่านั้น

              นับว่าเป็นกฎกติกาที่ได้รับการขานรับจากภาคประชาชนเป็นอย่างยิ่ง เพราะประชาชนเป็นผู้ใช้เม็ดเงินจริงๆ และเงินลงสู่กรรมการระดับรากหญ้าอย่างแท้จริง

              ผมลงไปตรวจดูโครงการบางจุดสมัยเป็นนายอำเภอ เห็นโครงการที่ลงมือลงแรงจากชาวบ้าน เช่น การทำเหมืองฝาย ขุดลอกคูคลองไปสู่เรือกสวนไร่นา ผมก็นึกนิยม และคิดว่าโครงการต่างๆ น่าจะออกมารูปแบบนี้ เพราะเงินถึงมือชาวบ้านทุกบาททุกสตางค์ ได้เนื้องานอย่างเป็นกอบเป็นกำ

              ผมเห็นลำเหมืองไส้ไก่ ลาดซีเมนต์อย่างดี รูปสามเหลี่ยมก้นแคบ ปากเหมืองกว้างไม่น่าจะเกินเมตรครึ่งถึงสองเมตร ส่วนก้นลำเหมืองกว้างไม่เกินศอก เคยถูกปล่อยร้าง ดินโคลนเข้าไปฝังกลบ ใช้การไม่ได้ พอเม็ดเงินลงไปเท่านั้น มีการระดมชาวบ้านมาช่วยกันขุดลอก จากพนังอ่างเก็บน้ำที่ไม่สามารถชักน้ำผ่านได้มาหลายปี พอได้รับการขุดลอกจากฝีมือชาวไร่ชาวสวนเองเท่านั้น น้ำก็ไหลหริ่งๆ เข้าเรือกสวนไร่นา สร้างความดีอกดีใจให้แก่ชาวบ้านได้ไม่น้อย

              ผมเองก็มีโอกาสได้ไปสัมผัสเรือกสวนพี่น้องชาวบ้านด้วย ในพื้นที่อำเภอ ส่วนใหญ่จะเป็นสวนลำไย มะม่วง กล้วย ข้าวโพด ฝรั่ง น้อยหน่า เขียวชอุ่มไปทั้งสวน มีการชักน้ำเข้าพื้นที่เกษตร ด้วยการใช้ไดสูบน้ำ หรือไม่ก็ต่อท่อซีเมนต์เล็กๆ จากข้างลำเหมืองไปยัง คลองไส้ไก่เล็กๆ กว้างลึกไม่ถึงศอก ขุดเป็นแนวยาวเข้าไปในพื้นที่เรือกสวน อาจมีการทำพนังไม้กั้นเล็กๆ สามารถยกออกจากลำเหมืองได้ ใช้กั้นน้ำในลำเหมืองบางเวลา เพื่อดันน้ำเข้าพื้นที่ไร่ตนเอง โดยชาวไร่ต้นน้ำกับปลายน้ำจะตกลงกันในการแบ่งใช้น้ำที่ไหลผ่านลำเหมืองซีเมนต์

              เห็นแล้วก็ชื่นใจ เห็นโครงการที่ถึงมือชาวบ้านอย่างแท้จริง ผมยังนึกชมเกษตรอำเภอ ที่เขาได้จัดทำโครงการตรงกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่

              อีกแห่งทำพนังกั้น เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง ขณะเดียวกัน ก็ทำเป็นถนน เด็กนักเรียนที่อยู่ตามท้องทุ่ง สามารถเดินข้ามไปโรงเรียนได้ และชาวบ้านก็อาศัยเดินไปไร่นา นี่ก็อีกโครงการ ที่รื้อฟื้นการใช้แรงงานชาวบ้านขึ้นมาช่วยกันทำ เงินถึงมือชาวบ้านอย่างแท้จริง ด้วยกฎกติกาที่ระบุว่า ต้องเป็นค่าแรงงานถึงห้าสิบเปอร์เซ็นต์

              นี่คือกฎเหล็กที่ผมต้องชื่นชมในสมัยนั้น ทำให้เงินไม่รั่วไหล เป็นการกระจายเม็ดเงินอย่างแท้จริง

              การส่งเงินถึงมือชาวบ้าน ไม่ต้องผ่านหน่วยงานรับผิดชอบนี่ก็เยี่ยม ตัดเบี้ยบ้ายรายทางได้เกือบหมด

              สิ่งสำคัญ คือการกำกับดูแล ต้องเข้ม และโปร่งใส

              การปราบปรามทุจริตคอร์รัปชั่น ต้องชัดเจน เป็นจริง เม็ดเงินจะถึงมือคนชนบทอย่างแท้จริง