
เตือนภัยโจรขโมยป้ายชื่อร้านค้าชาวบ้านผวาแห่เก็บ
เตือนภัยโจรแสบขโมยป้ายชื่อร้านค้าชาวบ้านผวาแห่เก็บ-มีค่าทางจิตใจ : สายตรวจระวังภัย โดยสายชล ศรีนวลจันทร์
ด้วยสภาวะเศรษฐกิจที่เงินทองหายาก ส่งผลให้บรรดาโจรผู้ร้ายเริ่มอาละวาด ทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯและพื้นที่ต่างจังหวัด ทรัพย์สินโบราณ ของมีค่าหลายชนิดเริ่มถูกคนร้ายลักขโมย ล่าสุดได้รับการแจ้งจากบรรดาผู้ประกอบการร้านค้า ตั้งอยู่ริมถนนในเขตเทศบาลเมืองบ้านโป่ง อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ซึ่งอยู่ในอาการหวาดผวา เนื่องจากคนร้ายออกอาละวาดโจรกรรม “ป้ายชื่อร้านค้าเก่าแก่” ที่ทำจากแผ่นไม้สัก แกะสลักอักษรชื่อร้านทั้งภาษาไทยและจีนและมีการ “ลงรักปิดทอง”
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่า ป้ายชื่อร้านค้าส่วนใหญ่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป โดยก่อนหน้านี้ร้านค้าที่ตั้งอยู่ริมถนนประชานิยม และริมถนนแสงชูโต เขตเทศบาลเมืองบ้านโป่ง จ.ราชบุรี ซึ่งมี “ร้านมีศิลป์” เป็นร้านจำหน่ายเสื้อผ้านักเรียน, “ร้านเฮงเอียะฮวด” จำหน่ายเครื่องจักสานภูมิปัญญาท้องถิ่น, “ร้านรุ่งโรจน์” ร้านขายเสื้อผ้า, “ร้านยู่เส็ง” ขายข้าวสารและโชห่วย และยังมีร้านค้าเก่าแก่อีกประมาณกว่า 10 ร้านด้วยกัน ถูกคนร้ายขโมยป้ายร้านเก่าแก่ เริ่มตั้งแต่ต้นปี พ.ศ.2558 ที่ผ่านมา โดยกล้องวงจรปิดของเทศบาลเมืองบ้านโป่งที่ติดตั้งไว้ สามารถบันทึกเหตุการณ์ไว้ได้ เป็นภาพคนร้ายเป็นชายวัยรุ่น 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์เข้าไปจอดที่หน้าร้านก่อนที่จะปีนขึ้นไปเหยียบบนเบาะรถจักรยานยนต์ จากนั้นปลดป้ายลงมาอย่างง่ายดาย หลบหนีไป จนถึงขณะนี้ตำรวจยังไม่สามารถจับกุมคนร้ายได้
รายล่าสุดที่ถูกคนร้ายปลดป้ายร้านไปเมื่อกลางดึกวันที่ 31 ตุลาคม ที่ผ่านมา “ร้านหมุ่ยซิน” ซึ่งเป็นร้านรับซักรีด ตั้งอยู่เลขที่ 255 ถนนแสงชูโต และ ”ร้านมิตรภาพ” จำหน่ายเสื้อผ้าชุดนักเรียน ตั้งอยู่ถนนประชานิยม เขตเทศบาลเมืองบ้านโป่ง ถูกคนร้ายขโมยป้ายร้านเก่าแก่ไปได้อีกครั้ง
น.ส.ศิริกัญญา ดนุศักดิ์เดชา อายุ 35 ปี เจ้าของ “ร้านหมุ่ยซิน” กล่าวว่า ครั้งนี้เป็นครั้งที่สองที่คนร้ายบุกมาขโมยป้ายร้านไป เมื่อต้นปีที่ผ่านมาก็ถูกขโมยไปแล้วครั้งหนึ่ง ป้ายดังกล่าวเป็นของบรรพบุรุษตั้งแต่ยุคสมัยอากง มีอายุมากกว่า 60 ปี เปิดร้านค้าขาย และได้ทำป้ายชื่อร้านนี้ขึ้นมา ต่อมารุ่นพ่อและแม่ได้เปลี่ยนเป็นร้านรับซักรีด ซึ่งป้ายร้านเหมือนเป็นมรดกตกทอดจากอาก๋งและพ่อแม่มาสู่เราผู้เป็นลูก จึงมีคุณค่าทางจิตใจเป็นอย่างยิ่ง เมื่อถูกขโมยไปแบบนี้รู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก
น.ส.ศิริกัญญา เล่าอีกว่า คืนวันเกิดเหตุมีเพียง น.ส.จินตนา แซ่ตัน อายุ 70 ปี ซึ่งเป็นป้า อยู่ในร้านเพียงลำพัง คนร้ายปีนประตูเหล็กหน้าบ้านขึ้นไปปลดป้าย จึงลุกขึ้นมาดู เห็นคนร้ายเป็นชายวัยรุ่น 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป หลังเกิดเหตุได้เข้าแจ้งความที่ สภ.บ้านโป่งไว้แล้ว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยากจะขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมคนร้ายโดยเร็วสุด ถึงแม้จะไม่ได้ป้ายคืน เพียงต้องการนำตัวคนร้ายมาลงโทษ เพื่อไม่ให้ไปก่อเหตุสร้างความเดือดร้อนให้แก่ชาวบ้านอีก
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้ทำให้บรรดาเจ้าของร้านและผู้ประกอบการร้านค้าต่างๆ พากันทยอยเก็บป้ายเก่าแก่หน้าร้านลง โดยใช้วิธีนำไปติดตั้งไว้ภายในร้านของตัวเองแทน เพื่อป้องกันการถูกโจรกรรม ขณะที่ทางตำรวจสภ.บ้านโป่ง กำลังเร่งติดตามคนร้าย โดยใช้เบาะแสจากภาพกล้องวงจรปิด พร้อมกับมีการประสานไปยังร้านขายของเก่าภายในจังหวัดและบริเวณใกล้เคียงเพื่อหาเบาะแสคนร้ายกลุ่มนี้



