
ตร.พะเยาโชว์ผลงานจับแก๊งโจรกรรม'หัวรถไถ'
ตร.พะเยาโชว์ผลงานจับแก๊งโจรกรรม'หัวรถไถ' : สายตรวจระวังภัย โดยนพพร ทาทาน
สายตรวจระวังภัยฉบับนี้ จะนำท่านผู้อ่านไปติดตามโจรขโมย “หัวรถไถ” ซึ่งกำลังระบาดอย่างหนักในพื้นที่ อ.เมืองพะเยา และอ.ดอกคำใต้ ว่ากันว่า การขโมยเครื่องหัวรถไถไปเพียงเครื่องเดียว เหมือนเป็นการฆ่าชาวนาให้ตายแบบเลือดเย็น เพราะถ้าไม่มีหัวรถไถ บรรดาเกษตรกร หรือชาวนา จะต้องจ้างแรงงานมาทำงานแทบทั้งสิ้น ดังนั้น “หัวรถไถ” จึงเปรียบเป็นเครื่องมือทางการเกษตรสารพัดประโยชน์ของเกษตรกร เพราะสามารถนำไปใช้เป็นเครื่องสูบน้ำเข้าสวนไร่นา หรือเป็นเครื่องปั่นไฟ และนำไปติดรถไถเดินตามเพื่อใช้ไถนา หรือการนำไปติดรถอีแต๋น เพื่อขนผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร
เกี่ยวกับเรื่องนี้ พ.ต.ท.จารุวัฒน์ สุปินะ สว.สส. สภ.เมืองพะเยา ซึ่งเป็นผู้ตามจับแก๊งลักหัวรถไถในเขต อ.เมือง จ.พะเยา ได้ยกแก๊ง ได้แนะนำวิธีการป้องกันไม่ให้ถูกแก๊งนี้ลักหัวรถไถ คือ อย่าเปิดเครื่องสูบน้ำไว้ทั้งวัน และให้มาตรวจสอบดูเป็นระยะ หรือหลังจากสูบน้ำเสร็จ ก็ให้รีบเก็บและขนย้ายไปที่บ้านพักทันทีอย่าทิ้งไว้ ถ้าไม่สามารถอยู่ดูแลได้ ควรจัดเวรยามเฝ้าในตอนกลางคืน หรือจะใช้ระบบคนในชุมชนผลัดกันดูแล ทั้งนี้ หากพบมีรถยนต์ หรือบุคคลต่างถิ่นมีท่าทางมีพิรุธ หรือไม่น่าไว้วางใจให้จดจำรูปพรรณสัณฐาน จดทะเบียนรถ หรือใช้กล้องจากโทรศัพท์มือถือ แอบถ่ายรูปไว้ เมื่อเกิดเหตุการณ์ใดๆขึ้น จะเป็นเบาะแสหนึ่งในการติดตามทรัพย์สินคืนมาหรือติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีได้
"แม้ช่วงนี้เหตุการณ์ขโมยหัวรถไถ หรือเครื่องมือเกี่ยวกับการเกษตรจะเงียบหายไป และผู้ก่อเหตุบางส่วนถูกจับกุม แต่ปัญหาอย่างนี้ ก็ยังไม่หมดไปอย่างแน่นอน เพราะเมื่อกลุ่มมิจฉาชีพสบโอกาสที่เหมาะสม ก็จะลงมือก่อเหตุทันที ฉะนั้น การไม่ประมาท จึงเป็นการป้องกันการโจรกรรมหัวรถไถได้ดีที่สุด” พ.ต.ท.จารุวัฒน์ กล่าวเตือน
ขณะที่ นายมนตรี (นามสมมุติ) บ้านอยู่ อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา ซึ่งเป็นผู้ต้องหาลักทรัพย์หัวรถไถ และถูกจับกุมพร้อมกับนายหลั่น (นามสมมุติ) และนายยงยุทธ (นามสมมุติ) รับสารภาพต่อ พ.ต.ท.จารุวัฒน์ ถึงวิธีการหาเหยื่อ เลือกเหยื่อ และวิธีเข้าไปลักหัวรถไถตามท้องนาในพื้นที่ ต.จำป่าหวาย อ.เมือง จ.พะเยา พร้อมทั้งระบุว่า การลักหัวรถไถที่ใช้สูบน้ำเข้านา อันดับแรกจะต้องเป็นท้องนาที่อยู่กับถนนหลวง หรือถนนทางการเกษตรที่เทคอนกรีต หรือไม่ก็เป็นแบบหินคลุกอัดแน่น ไม่เฉอะแฉะ หรือมีหลุมโคลน ซึ่งอาจจะทำให้รถติดหล่มโคลนได้ จากนั้นก็ใช้วิธีเดินเท้าเข้าสำรวจยี่ห้อและสภาพของหัวรถไถ โดยจะเลือกเอาเฉพาะยี่ห้อดังๆ ก่อน อาทิ คูโบต้า ยันมาร์ เมื่อได้เป้าหมายแล้ว ก็จะใช้เวลาอีก 2-3 วัน เพื่อดูว่ามีการวางเวรยามหรือไม่ หรือเจ้าของหัวรถไถ จะมาดูในช่วงกลางคืนหรือไม่ โดยจะดูได้จากแสงไฟ ถ้ามีเจ้าของเฝ้า หรือมีการจัดเวรยามต้องเห็นแสงไฟให้เห็น โดยจะมาดูเป็นช่วงๆ เพื่อไม่ให้เหยื่อ หรือเจ้าของตื่นตัว
“เมื่อดูจนแน่ใจแล้ว จึงนัดแนะกับเพื่อนในแก๊งขับรถยนต์เข้าไปยังหัวรถไถที่หมายตาไว้ จากนั้นก็ช่วยกันตัดโซ่ที่เจ้าของติดกุญแจไว้ หรือช่วยกันคลายนอตที่ยึดแท่นเครื่องกับฐานเครื่อง แล้วช่วยกันหามหัวรถไถ เดินผ่านคันนานำไปใส่รถบนถนนหลวง แล้วขับหลบหนีไป ซึ่งการเลือกถนนคอนกรีต หรือถนนหินคลุกอัดแน่น ก็เพื่อหลีกเลี่ยงการทิ้งหลักฐานรอยยางรถยนต์นั่นเอง” และนี่คือคำรับสารภาพของแก๊งขโมยหัวรถไถ ที่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ชาวบ้าน



