
ร่างรธน.ให้เป็นที่ยอมรับ
ร่างรธน.ให้เป็นที่ยอมรับ : บทบรรณาธิการประจำวันที่52558
การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ยังคงมีเสียงถกเถียงถึงการยอมรับและความเหมาะสมอยู่ตลอด ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องยอมรับความเห็นต่างจากทุกภาคส่วน เนื่องจากรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ จำเป็นต้องเปิดให้ทุกส่วนของสังคมร่วมแสดงความคิดเห็นและมีส่วนร่วมในการร่างรัฐธรรมนูญด้วย รวมถึงปมสำคัญที่ยังเป็นปัญหาต่อเนื่องมาจากคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ชุดที่มี นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธาน ทั้งในเรื่องนายกรัฐมนตรีคนนอก ที่มาของวุฒิสมาชิกหรือ ส.ว.ว่าจะมาจากสรรหาหรือเลือกตั้ง ไปจนถึงประเด็นร้อนเรื่อง คปป. หรือคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ ว่าจะมีอำนาจเหนือรัฐบาลชุดหน้าที่มาจากการเลือกตั้ง มีความเหมาะสมจำเป็นขนาดไหน
เมื่อมาถึงคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ หรือ กรธ. ชุดปัจจุบัน ได้เกิดแนวคิดสูตรเลือกตั้งแบบใหม่ ที่เรียกกันว่า ระบบแบ่งสรรปันส่วนผสม ที่มีแนวคิดไม่ให้คะแนนเสียงเลือกตั้งของประชาชนต้องถูกทิ้งไป โดยนำคะแนนของผู้สมัครในเขตที่ไม่ชนะการเลือกตั้งมาคำนวณเป็นคะแนนในระบบส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ จนเกิดเสียงสะท้อนในประเด็นนี้อย่างกว้างขวาง และเกิดความกังวลว่า พรรคใหญ่จะส่งพรรคนอมินีลงเลือกตั้งเพื่อหวังได้คะแนนจำนวนมาก โดยนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.ยืนยันว่า คาดการณ์ปัญหาต้องคิดล่วงหน้าว่าจะทำแบบใด เพราะไม่สามาถเอารูปแบบสากลที่ไหนมาได้เพราะสากลไม่มี ดังนั้นเวลาคิดต้องคิดถึงบริบทไทยเสมอว่าเกิดอะไรและต้องแก้ปัญหาได้อย่างไร ไม่เช่นนั้นก็ไม่ได้ปฏิรูปอะไร
ด้านกลุ่มที่เห็นคัดค้านระบบเลือกตั้งใหม่ได้เสนอมุมมองหลากหลาย อาทิ บิดเบือนเจตนารมณ์ เพราะคะแนนของประชาชนที่เลือกผู้ชนะจากส.ส.เขตได้ถูกตัดทิ้งไม่นำมาคำนวณเป็นคะแนนนิยมของพรรคที่ ส.ส.เขตสังกัด กลายเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อจะเป็นตัวแทนของผู้แพ้ในเขตเลือกตั้งเท่านั้น ไม่ใช่เป็นตัวแทนที่มาจากเจตนารมณ์ของประชาชนที่นิยมพรรคการเมือง รวมถึงไม่สะท้อนหลักความเที่ยงธรรมในระบอบประชาธิปไตย การเลือกตั้งแบบแบ่งสรรปันส่วนผสมไม่ช่วยลดการซื้อสิทธิ์ขายเสียง แต่จะก่อให้เกิดปัญหาการซื้อเสียงมากขึ้น รวมทั้งเกิดปัญหาการที่ต้องไปหาผู้สมัครมาลงให้มากจนกลายเป็นผู้สมัครแบบเก๊หรือถูกว่าจ้างมาลงสมัคร ซึ่งนักวิชาการเตือนว่า ระบบนี้เป็นจุดอ่อนทำให้ร่างรัฐธรรมนูญอาจไม่ผ่าน
การร่างรัฐธรรมนูญให้เป็นที่ยอมรับ ต้องมีความเป็นประชาธิปไตยตามหลักสากล เนื้อหารัฐธรรมนูญต้องไม่สุดโต่ง ต้องไม่ใช่เพื่อเอื้อให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีอำนาจทางการเมืองเหนือกว่าฝ่ายหนึ่ง อีกทั้งกระบวนการเข้าสู่อำนาจและการตรวจสอบถ่วงดุลต้องมีความโปร่งใสเป็นธรรมไม่แอบซ่อนเงื่อนปมเพื่อประโยชน์ฝ่ายใด ต้องเคารพความเห็นต่างรับฟังเสียงที่ไม่เห็นด้วย นำวิกฤติการเมืองในอดีตมาเป็นบทเรียนเพื่อหาแนวทางป้องกัน และต้องให้ความสำคัญต่อกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อให้ได้รัฐธรรมนูญที่ประชาชนให้การยอมรับให้มากที่สุด นอกจากนี้ร่างรัฐธรรมนูญต้องไม่เป็นชนวนสร้างเงื่อนไขให้เกิดความขัดแย้ง ซึ่งประเทศติดหล่มมาพอสมควร ถึงเวลาที่ต้องก้าวผ่านและเดินเครื่องปฏิรูปไปข้างหน้าได้แล้ว



