
อังกฤษเอาใจ(เอาเงิน)จีน
อังกฤษเอาใจ(เอาเงิน)จีน : โลกสาระจิปาถะ โดยกวี จงกิจถาวร
ประธานาธิบดีจีนสี จิ้นผิงได้รับการต้อนรับอย่างสมเกียรติจากสมเด็จพระราชินีอลิซาเบธในการเดินทางเยือนสหราชอาณาจักรอย่างเป็นทางการในอาทิตย์ที่แล้ว ไม่น่าแปลกใจเลย เพราะอังกฤษเป็นประเทศแรกที่เคาะประตูจีนในอดีต และในปัจจุบัน
อังกฤษต้องการดึงเอาจีนไว้ในอ้อมกอดประเทศเดียวในยุโรป ทั้งจีนและอังกฤษต่างสรรเสริญการเยือนครั้งนี้ว่า เป็น “โอกาสทอง” ของประเทศทั้งสอง ถือได้ว่าเป็น “หุ้นส่วนยุทธศาสตร์โลก” คู่แรกก็ว่าได้
ในอดีตจักรวรรดิอังกฤษเดินทางไปทั่วโลกเพื่อแสวงหาอาณานิคมและได้มาเจอเอเชีย จีน และอินเดีย เป็นเวลาหลายร้อยปี อังกฤษได้ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในภูมิภาคนี้อย่างเต็มที่ ป้อนการพัฒนาอุตสาหกรรมที่ทำให้อังกฤษยิ่งใหญ่จนถึงปลายศตวรรษที่ 19 ร้อยกว่าปีที่ผ่านมา
ตอนนี้ในศตวรรษที่ 21 อังกฤษได้เป็นประเทศปกติไม่มีอะไรพิเศษ นอกจากภาษาอังกฤษ (หรือบางคนบอกว่ามีฟิชแอนด์ชิปส์) พยายามจะเอาตัวรอด เป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (อาจจะมีการลงประชามติในปีหน้าว่าอังกฤษควรอยู่ในสหภาพยุโรปหรือไม่) และพยายามดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ สร้างงานให้คนในประเทศให้มีมากขึ้น ตอนนี้ไม่เหมือนกับศตวรรษที่ 18 หรือ 19 ที่ผ่านมา อังกฤษต้องการจีน ทั้งเงินและเทคโนโลยี ฟังแล้วไม่น่าเชื่อ แต่ความจริงเป็นอย่างนั้นจริงๆ
รัฐบาลอังกฤษรวมทั้งราชวงศ์อังกฤษพยายามอย่างมากในการต้อนรับอย่างสูงสุดแก่การเยือนของประธานาธิบดีสี เพื่อให้จีนได้มีความภาคภูมิมากที่สุด คือพูดง่ายๆ ให้ “หน้า” ผู้นำจีนให้มากที่สุดในเวทีการเมืองโลก
แน่นอน สิ่งที่อังกฤษได้เป็นสิ่งตอบแทนคือ การลงทุนจากจีนที่มีค่ามากมายมหาศาล ถึงหกแสนแสนล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกา ที่ติดมากับโครงการสารพัดถึง 150 โครงการ ซึ่งรวมทั้งการสร้างโรงงานพลังไฟฟ้านิวเคลียร์ เส้นทางรถไฟสายด่วนเชื่อมเมืองใหญ่ๆ เช่น แมนเชสเตอร์กับกรุงลอนดอน เป็นต้น
ที่น่าสนใจ ลึกๆ ท่าทีของอังกฤษที่แสนดีต่อจีน สร้างความไม่พอใจต่อเพื่อนซี้สหรัฐอเมริกาเป็นอย่างมาก แต่กรุงวอชิงตันก็ไม่สามารถตอบโต้อะไรได้เลย อังกฤษรู้ดีว่าจะตามหลังท่าทีมหามิตรไม่ได้คือเห็นจีนเป็นคู่แข่งและภัยคุกคาม เนื่องจากพลังเศรษฐกิจจีนมีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ คมนาคมและโทรคมนาคมในประเทศ
รัฐบาลอังกฤษฉลาดมากที่ตั้งนายแจ็ค หม่า เจ้าของอาลีบาบา เศรษฐีอันดับหนึ่ง เข้ามานั่งอยู่เป็นหนึ่งในคณะกรรมการที่ปรึกษาเศรษฐกิจของนายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน การที่ได้แจ็ค หม่า ก็เท่ากับว่าได้เจ้าพ่อของเอสเอ็มอีของจีนมาช่วยเต็มๆ นั่นเอง
อังกฤษพยายามสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับจีนหลังจากที่เอาเปรียบจีนมาตลอด ยึดเกาะฮ่องกงมาครอบครองมานานถึง 99 ปี ขณะนี้ผู้นำอังกฤษพยายามเอาใจจีนมากๆ เพราะเข้าใจจิตวิทยาของผู้นำจีนดีว่าต้องการอะไร (ต่างจากตอนคืนเกาะฮ่องกงในปี 1997 ต่อว่าจีนอย่างเสียหาย)
ต้องยอมรับอังกฤษทำตัวเป็นใบเบิกทางให้แก่จีนในยุโรป ประเทศยุโรปส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจจีน ตอนนี้กรุงลอนดอนได้เป็นศูนย์กลางการค้าที่ใช้เงินหยวน ซึ่งทำให้กรุงลอนดอนกลับมาชีวิตชีวาในฐานะที่เคยเป็นศูนย์กลางการเงินการคลังของโลก
ประเทศเยอรมนีซึ่งเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่ง ต้องการที่จะมีศูนย์กลางในลักษณะเดียวกัน ปรากฏว่ารัฐบาลจีนบอกให้รอไปก่อน
จีนกำลังจะชนะใจยุโรป เนื่องจากพูดจริงทำจริง มีสตางค์เต็มกระเป๋า จีนรู้ตัวดีมากว่าต้องปรับปรุงตัวเองในประเด็นอะไรบ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านธรรมาภิบาล ซึ่งจีนมีอยู่แต่ยังไม่ถึงมาตรฐานสากลยอมรับกันทั่วโลก จึงมักถูกหยิบขึ้นมาเป็นเป้าหมายการโจมตีจีนในเวทีการเมืองระหว่างประเทศ
สังเกตได้เลยว่า ครั้งนี้ไม่ค่อยมีใครหรือสื่อตะวันตกวิจารณ์ว่าอังกฤษที่เข้าหาจีนกำลังจะเป็นลูกไล่ ทั้งๆ ที่ประเทศด้อยพัฒนาก็ทำ แต่ถูกวิจารณ์ยับ ทั้งๆ ที่ยังไม่ทำกันในระดับนี้
อังกฤษดีอย่างคือมีความน่าเชื่อถือที่สะสมกันมานาน จีนจำเป็นต้องใช้อังกฤษเป็นสะพานสู่ความเป็นนานาชาติ แต่ต้องใช้เงินมหาศาลซึ่งจีนก็ยอม



