
รัฐธรรมนูญ 2521 ในประวัติศาสตร์
รัฐธรรมนูญ 2521 ในประวัติศาสตร์ : กระดานความคิด โดยบางนา บางปะกง
การศึกษาประวัติรัฐธรรมนูญ มิอาจแยกต่างหากจากการศึกษาประวัติศาสตร์การเมือง มิฉะนั้นจะไม่สามารถเข้าใจกำเนิดและพัฒนาการของรัฐธรรมนูญได้อย่างถ่องแท้
การออกแบบรัฐธรรมนูญของไทยในแต่ละฉบับ นับแต่ปี 2475 จนถึงปัจจุบัน ย่อมแยกไม่ออกจากสถานการณ์การเมืองในช่วงนั้น ดังเช่นการทำงานของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ชุดอาจารย์มีชัย ที่เน้นย้ำถึงประชาธิปไตยแบบไทย การศึกษาอดีตเพื่อมองถึงวันข้างหน้า ได้มีนักวิชาการบางคนวิเคราะห์ว่า รัฐธรรมนูญที่กำลังร่างกันอยู่ในเวลานี้ อาจมีความใกล้เคียงกับ “รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2521” นักรัฐศาสตร์ชื่อดังชี้ว่า รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2521 คือการประนีประนอมระหว่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2517 (ประชาธิปไตยเต็มใบ) กับรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2519 (คณาธิปไตย)
สถานการณ์รอบบ้านเราในช่วงนั้น ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองแบบ “พลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน” ในกัมพูชา ลาว และเวียดนาม ประกอบกับความขัดแย้งในบ้านเมือง ส่งผลให้ปัญญาชนนักศึกษานับพันคน หนีภัยเผด็จการไปเข้าร่วมการต่อสู้ด้วยอาวุธในป่าเขา คณะทหารกลุ่มหนึ่งเห็นว่า การปกครองบ้านเมืองด้วยแนวคิดขวาจัด เสี่ยงต่อการเพลี่ยงพล้ำแก่ฝ่ายคอมมิวนิสต์ จึงแสวงหาหนทางประนีประนอม โดยการแบ่งสรรอำนาจและการใช้อำนาจร่วมกัน ระหว่าง “ฝ่ายข้าราชการประจำ” กับ “ฝ่ายนักการเมือง” เวลา 18.00 น. ของวันที่ 20 ตุลาคม 2520 พล.ร.อ.สงัด ชลออยู่ เป็นหัวหน้าคณะทหารยึดอำนาจการปกครองประเทศ และประกาศใช้ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พ.ศ.2520 จากนั้นได้จัดตั้งรัฐบาลใหม่ โดยมี พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ เป็นนายกรัฐมนตรี
ในเวลานั้น พล.อ.เกรียงศักดิ์ ยังดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุด และเลขาธิการคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน
ด้วยเหตุผลของการรัฐประหารที่ระบุว่า มิอาจรอแผนพัฒนาประชาธิปไตย 12 ปีของรัฐบาลธานินทร์ได้ จึงมีการตั้งคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญขึ้นทำหน้าที่ร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งแล้วเสร็จและประกาศใช้เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2521 หลังจากนั้นรัฐบาลได้ประกาศให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 22 เมษายน 2522
ว่ากันตามตรง รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2521 ก็เป็นการร่างบนพื้นฐานที่ต้องการสืบทอดอำนาจของทหาร เพราะบทเฉพาะกาลยังให้อำนาจวุฒิสภาเหนือกว่าสภาผู้แทนราษฎร ดังมีสาระสำคัญดังนี้
1.รัฐสภา ประกอบด้วยวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภาเป็นประธานรัฐสภา ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นรองประธานรัฐสภา
2.วุฒิสมาชิก มาจากพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งมีจำนวนไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดของสภาผู้แทนราษฎร มีวาระคราวละ 6 ปี เมื่อครบ 2 ปี ให้สมาชิกออกจากตำแหน่งเป็นจำนวน 1 ใน 3 โดยวิธีจับสลาก และทำดังนี้จนครบ 6 ปี
3.สภาผู้แทนราษฎร จำนวนสมาชิกให้คำนวณเกณฑ์จำนวนราษฎรหนึ่งแสนห้าหมื่นคนต่อสมาชิกผู้แทนราษฎรหนึ่งคน
4.คณะรัฐมนตรี ประกอบด้วย นายกรัฐมนตรี 1 คน และรัฐมนตรีอีกไม่เกิน 44 คน รัฐมนตรีเป็นข้าราชการประจำได้
5.คณะรัฐมนตรี ที่จะเข้าบริหารราชการแผ่นดินต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภา โดยไม่มีการลงมติไว้วางใจ
การวางโรดแม็พสู่การเลือกตั้ง ส.ส.ภายใน 1 ปี ด้วยการออกแบบให้วุฒิสภามีอำนาจเหนือสภาผู้แทนนั้น ก็เพื่อปูทางให้ พล.อ.เกรียงศักดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี
หลังการเลือกตั้ง 22 เมษายน 2522 ภาพรวมทั้งประเทศ กลุ่มกิจสังคมได้รับเลือกมาเป็นอันดับหนึ่ง คือ 82 ที่นั่ง ขณะที่ผู้สมัครอิสระที่ไม่สังกัดกลุ่มการเมืองใดได้ทั้งสิ้น 63 ที่นั่ง จากทั้งเสียงหมดในสภา 301 ที่นั่ง จึงไม่มีกลุ่มการเมืองใดได้เสียงเกินครึ่ง ทุกกลุ่มจึงมีมติสนับสนุนให้ พล.อ.เกรียงศักดิ์ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
แม้ทุกกลุ่มการเมืองจะไม่พร้อมใจกันหนุนพล.อ.เกรียงศักดิ์ เสียงจากวุฒิสภาที่เป็นข้าราชการทหารและพลเรือน ก็พร้อมหนุนให้เป็นนายกฯ เพราะมีบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญให้สองสภาโหวตเลือกนายกฯ
คณะรัฐมนตรีรัฐบาลเกรียงศักดิ์ ได้มีข้าราชการประจำดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีหลายคน อาทิ พล.อ.เสริม ณ นคร เป็นรองนายกรัฐมนตรี ควบผู้บัญชาการทหารสูงสุด และ พล.อ.เปรม ติณสูนานนท์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ขณะที่เป็นผู้บัญชาการทหารบก
นี่คือลักษณะพิเศษของรัฐบาลที่ถูกออกแบบไว้ในรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2521 หรือที่เรียกกันว่า ประชาธิปไตยครึ่งใบ



