
อาเซียนถกแก้วิกฤติควันพิษ
26 ต.ค. 2558
อาเซียนถกแก้วิกฤติควันพิษ : บทบรรณาธิการ วันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2558
แม้วิกฤติหมอกควันพิษในภาคใต้ตอนล่างที่เบาบางลง ทำให้ประชาชนสามารถหายใจได้คล่องขึ้นก็ตาม แต่ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาควันพิษจากเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย ที่หวนกลับมาปกคลุมอีกครั้งและรุนแรงยิ่งกว่าครั้งแรกอย่างยิ่ง วัดค่าฝุ่นละอองใน จ.สงขลา เกินมาตรฐานได้สูง 417 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร จากค่ากลางซึ่งไม่ควรเกิน 120 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร จนหน่วยงานภาครัฐต้องเร่งให้การช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็นการฉีดละอองน้ำลดความเข้มข้นของฝุ่นละอองในอากาศ ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมนอกอาคาร หากจำเป็นให้สวมหน้ากากอนามัย รวมไปถึงแผนการใช้ฝนหลวงเข้าช่วยคลี่คลายสถานการณ์ในบางพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักหน่วง
ขณะเดียวกัน สภาพหมอกควันที่ปกคลุมหนาแน่นนั้น ยังส่งผลกระทบต่อการสัญจรทางอากาศ ทำให้การขึ้น-ลงของเครื่องบินต้องถูกเลื่อนออกไปหลายชั่วโมง เช่นเดียวกับการสัญจรทั้งทางบกและทางน้ำต้องสะดุดลงไปด้วย เรือประมงไม่สามารถออกหาปลาในทะเลได้เช่นเดียวกับเรือที่ออกไปแล้วไม่สามารถกลับเข้าฝั่งได้ คาดกันว่าสถานการณ์หมอกควันยังคงปกคลุมต่อเนื่องไปอีกถึงต้นเดือนพฤศจิกายนนี้ จนกว่าจะเข้าฤดูมรสุม ซึ่งลมจากทิศตะวันออกเฉียงใต้จะพัดเข้ามาทำให้หมอกควันเจือจาง ขณะที่นักวิทยาศาสตร์ประจำศูนย์วิจัยผืนป่าระหว่างประเทศในอินโดนีเซียเตือนว่า อาจลากยาวไปถึงเดือนธันวาคม หรือเดือนมกราคมปีหน้า เลยทีเดียว เนื่องจากชาวบ้านบุกรุกป่า เผาป่า ขยายพื้นที่การเกษตรปลูกไร่ปาล์มน้ำมันเพิ่มขึ้นบนเกาะปาปัว สุมาตราตอนใต้ กาลิมันตันตอนกลาง และสุลาเวสี
แต่กระนั้น ปัญหาหมอกควันพิษที่เกิดขึ้น รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้แสดงความห่วงใยต่อผลกระทบที่ตามมา และติดต่อประสานไปยังรัฐบาลอินโดนีเซียว่า ไทยพร้อมช่วยเหลืออย่างเต็มที่ เพื่อแก้ปัญหาในฐานะมหามิตรในอาเซียน โดยได้เน้นย้ำถึงความร่วมมือที่เข้มแข็งในระดับภูมิภาคมาโดยตลอดว่า ทุกประเทศจะต้องช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ก้าวเดินและเติบโตไปด้วยกัน ซึ่งทางอินโดนีเซียได้แสดงความเสียใจในปัญหาที่เกิดขึ้นซึ่งส่งผลกระทบต่อหลายพื้นที่ พร้อมกันนี้ขอขอบคุณในไมตรีจิตของรัฐบาลและประชาชนชาวไทย แต่เนื่องจากระยะทางระหว่างประเทศไทยกับอินโดนีเซียค่อนข้างห่างไกล ประกอบกับอากาศยานบรรทุกสารเคมีและน้ำของไทยที่มีอยู่สามารถบรรจุน้ำได้ไม่มากนัก อินโดนีเซียจึงขอความช่วยเหลือจากประเทศใกล้เคียง
ไม่เพียงแต่ประเทศไทยเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบจากหมอกพิษ ประเทศเพื่อนบ้านอย่างฟิลิปปินส์ มาเลเซีย ก็ถูกปกคลุมขาวโพลนจากไฟป่าอินโดนีเซียเช่นกัน วิกฤติกว่าไทยที่อยู่เหนือขึ้นมา ถึงขนาดมีการพูดกันว่าเที่ยวนี้หนักหน่วงที่สุดในรอบ 18 ปี แม้ความหนาแน่นจากควันพิษจะลดลงไปก็ตาม แต่ไม่มีใครรู้ว่า มันจะวกกลับมาอีกเมื่อไหร่ สัญญาณที่ส่งผ่านเหล่านี้หลายฝ่ายต้องหันหน้ามาคุยกัน เพราะเป็นมลภาวะที่มีผลต่อโลกต่อส่วนรวม ซึ่งในการประชุมอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อม ครั้งที่ 13 ระหว่างวันที่ 26-31 ตุลาคม ที่ประเทศเวียดนาม คาดว่าจะมีการหยิบยกปัญหานี้มาร่วมหารือพร้อมทั้งมาตรการ รวมถึงแนวทางป้องกันที่ดีมากขึ้น ซึ่งเราหวังว่าเวทีนี้จะทำให้ประเทศต่างๆ ในภูมิภาคอาเซียนได้ตระหนักถึงปัญหาควันไฟป่าที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน และจะช่วยกันป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก



