คอลัมนิสต์

สร้างระเบียบสังคม

สร้างระเบียบสังคม

21 ต.ค. 2558

สร้างระเบียบสังคม : บทบรรณาธิการประจำวันที่21ต.ค.2558

              การบุกรุกที่สาธารณะหรือการเข้าครอบครองพื้นที่ทางเท้าเพื่อการค้าขายถูกละเลยเพิกเฉยมานาน กรุงเทพมหานครและเมืองใหญ่ๆ มีการทำผิดกฎหมายในลักษณะนี้มากจนประชาชนหลายส่วนเกิดความเดือดร้อน ภาพความไร้ระเบียบ สิ่งปลูกสร้างที่กีดขวางบนทางสาธารณะ ทำให้นักท่องเที่ยวเกิดอันตรายจากรถบนท้องถนน มีการแชร์กันในโลกโซเชียลมีเดียไม่น้อย แม้ประเทศไทยจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาไม่ขาดสายแต่ในระยะยาวหากไม่มีการจัดระเบียบ ไม่ทำเมืองให้สะอาด นักเดินทางจากทั่วโลกอาจมุ่งหน้าสู่ประเทศเพื่อนบ้าน ที่พยายามประชาสัมพันธ์เรื่องการท่องเที่ยว ชูความสวยงามเป็นระเบียบเพื่อดึงเม็ดเงินในช่วงที่สภาวะเศรษฐกิจฝืดเคือง

              พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งรับผิดชอบงานด้านการปกครองที่เกี่ยวเนื่องกับภาคสังคมโดยตรง ถึงกับออกมาพูดตรงๆ ผ่านไปถึงกรุงเทพมหานครในการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างย่านคลองโอ่งอ่าง สะพานเหล็ก ที่บรรดาพ่อค้าเข้าไปยึดครองอย่างไม่ถูกต้อง ทั้งๆ ที่เป็นพื้นที่ริมคลองสาธารณะที่ต้องใช้ระบายน้ำ ซึ่งหากกทม.เพิกเฉยและปล่อยให้เทศกิจเข้าไปหากินก็ต้องรับโทษ เป็นสารถึงผู้ว่าฯ กทม. ให้เร่งรัดการจัดระเบียบบ้านเมืองเพราะเป็นปัญหาเรื้อรังมานาน ว่ากันด้วยเรื่องเทศกิจนั้นมีผลประโยชน์ลักษณะนี้มานาน แต่ผู้บริหารที่ผ่านมากลับไม่สนใจ พล.อ.อนุพงษ์คงไม่พูดลอยๆ แน่หากไม่มีข้อมูล ถ้าลงไปถามพ่อค้า แม่ค้า คงได้รับคำตอบชัดเจน เป็นการทุจริตที่น่าจะหาข้อมูลได้ง่ายที่สุด

              วันนี้คงถึงเวลาที่จะต้องทำให้กฎหมายถูกบังคับใช้อย่างจริงจัง ไม่ใช่ให้ใครใช้กฎหมายเป็นเครื่องหาผลประโยชน์กันซึ่งๆ หน้าได้อีก ควรเอาจริงเอาจังในพื้นที่เมืองหลวงก่อน ที่ทางเท้าบนถนนหลายสายกลายเป็นพื้นที่ขายของ นักท่องเที่ยวชาวบ้านที่ต้องลงไปเดินบนถนน เสี่ยงกับอุบัติเหตุ นี่ยังไม่นับรวมสินค้าผิดกฎหมายที่วางขาย ความสกปรกจากเศษขยะที่ทิ้งกันกลาดเกลื่อน ตกเป็นภาระของกทม.เองด้วย ในขณะที่บางหน่วยของกทม.รับผลประโยชน์ แต่อีกหน่วยงานของกทม. ต้องมาแบกภาระในการทำความสะอาด มองแค่มุมนี้ก็เห็นได้ชัดว่า กรุงเทพมหานครนั้นไม่ได้มีการบริหารสั่งการอย่างเป็นเอกภาพ ไม่มีใครเอาจริงเอาจังต่อการกระทำผิด ปล่อยปละละเลยจนเรื้อรัง ต้องดูกันว่าการคาดโทษของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจะได้ผลหรือไม่