คอลัมนิสต์

อย่าให้ทีพีพีแบ่งแยกอาเซียน

อย่าให้ทีพีพีแบ่งแยกอาเซียน

20 ต.ค. 2558

อย่าให้ทีพีพีแบ่งแยกอาเซียน : โลกสาระจิปาถะ โดยกวี จงกิจถาวร

             กรอบหุ้นส่วนการค้าแปซิฟิก (Trans Pacific Partnership) ได้เสร็จสิ้นแล้ว หลังมีการเจรจากันมานานถึงสองปีกว่า ตอนนี้ต้องรอให้สภาคองเกรสอนุมัติจึงจะมีผลบังคับใช้ โอกาสที่จะผ่านสภาคองเกรสนั้นมีไม่มาก เพราะผู้แทนสภาคองเกรสส่วนใหญ่เห็นว่ามันจะทำให้คนอเมริกันตกงานมากขึ้น แม้แต่อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศนางฮิลลารี คลินตัน ยังออกมาค้านทีพีพีเมื่ออาทิตย์ก่อน ทั้งๆ ที่เธอเคยเป็นผู้ชักจูงให้สมาชิกอาเซียนอื่นๆ เข้าร่วมกรอบการค้าเสรีทีพีพีในช่วงต้นๆ รวมทั้งไทยด้วย

             เวียดนาม มาเลเซีย บรูไน และสิงคโปร์นั้น เป็นสมาชิกอาเซียนที่อยู่ในกลุ่มทีพีพี ปลายปีนี้ฟิลิปปินส์อาจจะประกาศความตั้งใจในการเข้าร่วมทีพีพีช่วงเป็นเจ้าภาพจัดประชุมผู้นำเอเปคพฤศจิกายนนี้ ส่วนไทยมีท่าทีที่เปลี่ยนไปคือ ตอนนี้ให้ความสนใจ แต่โอกาสเข้าร่วมในเร็วๆ นี้ เห็นจะยาก เพราะสมาชิกทีพีพีอื่นๆ ยังหมั่นไส้ไทยอยู่ เพราะไทยมีโอกาสก่อนใครที่จะมีกรอบการค้าเสรีกับสหรัฐอเมริกาหลังไทยร่วมการรณรงค์การก่อการร้ายทั่วโลกของสหรัฐอเมริกาในช่วงปี 2003-2008

             ไทยต้องการเข้าทีพีพีตั้งแต่ต้นในช่วงของรัฐบาลอภิสิทธิ์ แต่กระทรวงพาณิชย์ตอนนั้นกลัวว่าไทยจะเสียผลประโยชน์ ก็ดูเวียดนามเป็นตัวอย่างที่ดี เพราะตอนนี้มีกรอบการค้าเสรีมากที่สุดในอาเซียน

             เป็นที่รู้กันคือ กรอบการค้าทีพีพีถือว่าเป็นกรอบการค้าเสรีที่มีคุณภาพสูงกว่าที่อาเซียนกำลังทำอยู่ การเจรจากับคู่เจรจาทั้งหกคือ จีน ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย เกาหลี นิวซีแลนด์ และอินเดีย ที่เรียกว่า Regional Comprehensive Economic Partnership หรือ “RECP” การประชุมล่าสุดที่ผ่านมาที่เมืองปูซาน เกาหลีเหนือ ปรากฏว่าการเจรจายังไม่คืบหน้าเท่าที่ควร โอกาสที่จะเสร็จทันปีนี้เห็นจะยาก ต้องรอปีหน้าช่วงที่ลาวเป็นประธานอาเซียน อย่างไรก็ดี ทีพีพีจะเป็นกรอบการค้าที่เพิ่มแรงกดดันให้อาเซียนและคู่เจรจาทั้งหกต้องหันหน้าเข้าหากันเพื่อให้มีการเจรจาแบบประนีประนอมมากและเร็วขึ้น

             วันนี้อาเซียนกำลังถูกท้าทายอย่างหนัก ตอนนี้มีหลายประเด็นใหม่ๆ ที่เข้ามาส่งผลกระทบกระเทือนทางด้านลบต่อองค์กรอาเซียน เช่น ปัญหาในทะเลจีนใต้ ภาวะโลกร้อน เป็นต้น ขณะนี้อาเซียนไม่สามารถพูดเป็นเสียงเดียวกัน เพราะเสียงแตก สมาชิกแต่ละประเทศมีผลประโยชน์แห่งชาติที่ต่างกันออกไป โดยเฉพาะสมาชิกที่ไม่ใช่คู่พิพาทในทะเลจีนใต้ เช่น ไทย พม่า ลาว อินโดนีเซีย สิงคโปร์ เป็นต้น

             ประเด็นความมั่นคงและเศรษฐกิจล้วนเป็นปัจจัยที่จะให้สมาชิกอาเซียนแข่งกันเอง ฉะนั้นประเทศอย่างจีนและญี่ปุ่นซึ่งเป็นประเทศคู่เจรจาสำคัญมากๆ ต้องระมัดระวังไม่ให้สองมหาอำนาจเลือกข้าง ขณะนี้กรอบการค้าทีพีพี มีสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่นเป็นตัวหลัก แต่ในเอเชีย ญี่ปุ่นมีความจำเป็นต้องสนับสนุนการเจรจาการค้าเสรีต่ออาเซียนต่อไปในกรอบอาร์ซีอีพี เพื่อแสดงให้เห็นว่า ญี่ปุ่นยังให้การสนับสนุนการค้าเสรีในกรอบของภูมิภาคอยู่เหมือนเดิม

             การเป็นศูนย์กลางอาเซียนจะต้องไม่สั่นคลอน อาเซียนต้องเพิ่มความสามัคคีให้มากกว่าเดิม เพราะมีการแข่งขันกันระหว่างมหาอำนาจ การพัวพันกับมหาอำนาจต้องแยบยล เพราะพลาดท่าอาเซียนเสียศูนย์แน่นอน

             อีกประมาณ 72 วัน ประชาคมอาเซียนก็จะมาถึง หลังจากลุ้นกันมาตั้งแต่ปี 2003 ถึงแม้ในความเป็นจริงประชาคมอาเซียนนี้จะยังไม่เกิดขึ้นถึงขั้นบูรณาการแบบสหภาพยุโรปก็ตาม แต่มันจะเป็นเป้าหมายหนึ่งในหัวใจและจิตสำนึกของพลเมืองอาเซียน อย่างไรก็ดี ผู้นำสมาชิกอาเซียนจะต้องทำให้ประชาคมอาเซียนเป็นจริงและสมบูรณ์ที่สุดให้ได้

             สมาชิกอาเซียนต้องพัฒนาประชาคมอาเซียนให้ก้าวหน้าต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง ตราบฟ้าดินสลาย