คอลัมนิสต์

ส่องวิถีไทยผ่าน‘ชัช อุบลจินดา’

ส่องวิถีไทยผ่าน‘ชัช อุบลจินดา’

20 ต.ค. 2558

ส่องวิถีไทยผ่าน‘ชัช อุบลจินดา’ : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 20 ตุลาคม 2558

             “ชัช อุบลจินดา” ได้รับการเชิดชูดุจดั่งเพชรในตมที่ถูกพบโดยบังเอิญ ผ่านคุณงามความดีของเขาที่ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวชาวนอร์เวย์ให้พ้นอันตรายจากหลุมโคลน ที่เผยแพร่ผ่านเครือข่ายการสื่อสารอันรวดเร็วฉับไวไปทั่วโลก ไม่เพียงแต่ยังความปลื้มปีติให้แก่ชาวไทยผู้ร่วมชาติเท่านั้น แต่ทุกสายตา ทุกหัวใจ ที่ได้รับรู้เรื่องราวในคลิปวิดีโอสั้นๆ ไม่กี่นาที ย่อมจะอิ่มเอมไปกับความสวยงาม ความเอื้ออารีย์อันมวลมนุษยชาติพึงหยิบยื่นให้แก่กัน อันเป็นวิถีที่หาได้ยากยิ่งในโลกทุกวันนี้ กิจกรรมของหนุ่มรับเหมาก่อสร้าง ชาวประมงชายฝั่งวัย 44 ปี จึงเสมือนวัตถุล้ำค่าที่ถูกเก็บงำเอาไว้ช้านาน หากแต่เมื่อเพชรในตมชิ้นนี้ถูกนำเสนอสู่สังคมแล้ว แวววาวประกายที่ส่องออกมาจะสะท้อนภาพหรือส่งต่อความดีงามอย่างไร จึงไม่น่าจะใช่เพียงเรื่องราววูบวาบที่จางหายไปกับกระแสข่าวที่ซาลง

             หากจะเปรียบไป วิถีชีวิตของ “ชัช อุบลจินดา” ก็คงไม่แตกต่างไปจากชาวไทยคนอื่นๆ ผู้มีชีวิตเรียบง่าย อยู่ในชุมชนที่เงียบสงบ หากินอยู่อย่างพอเพียง ซึ่งนี่น่าจะเป็น ”ต้นแบบ” ของสังคมยั่งยืน ที่ไม่ว่าแผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับไหนก็ไม่อาจเขียนขึ้นเพื่อเนรมิตให้เกิดได้ เมื่อพิจารณาในภาพกว้างแล้วก็จะทำให้เห็นแนวทางของการทำแผนของประเทศในองค์รวม อันจะดำเนินไปสอดคล้องต้องกันกับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนทุกหย่อมหญ้า ด้วยว่าทรัพยากรที่พวกเขามีอยู่และรักษาไว้อย่างเหนียวแน่นนั้น นอกจากทรัพยากรธรรมชาติแล้ว ยังเป็นทรัพยากรด้านจิตใจอันประเมินค่ายากยิ่ง ทั้งหมดล้วนสะท้อนถึงความพร้อมในด้านคุณภาพของชุมชนและสังคม จะขาดอยู่ก็แต่เพียงการสนับสนุนปัจจัยพื้นฐานอันพวกเขาควรจะมี หรืออย่างน้อยที่สุดก็คือ การสนับสนุนปัจจัยการผลิต อย่างเช่นที่รัฐบาล กำลังใช้นโยบายประชารัฐ อันควรจะมีชุมชนเข้ามากำกับ

             ในวันนี้ ภาพ “ชัช อุบลจินดา” กำลังกลายเป็น ”จุดขาย” ในด้านภาพลักษณ์ที่ดีงามของประเทศไปโดยปริยาย เพราะถึงอย่างไรก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ในความพยายามผลักดันให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวของประเทศเป็นเครื่องจักรหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ด้วยตัวเลขเงินเข้าประเทศมากถึงปีละกว่า 2 ล้านล้านบาท ยังมีปัจจัยลบหลายเรื่องที่เป็นตัวฉุดรั้งเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาทางการเมืองในระยะ 10 ปีที่ผ่านมา หรือแม้แต่เหตุการณ์ระเบิดที่สี่แยกราชประสงค์เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม รวมไปถึงเรื่องความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ซึ่งการมาถึงของหนุ่มไทยวัย 44 ปีรายนี้ ช่วยตอบโจทย์ และปิดช่องโหว่ของปัญหาต่างๆ ดังกล่าวมาได้เป็นอย่างดี ซึ่งนั่นก็ถือเป็นผลพลอยได้ใหญ่หลวงที่ประเทศชาติจะได้รับจากพลเมืองตัวเล็กๆคนหนึ่ง

             กระนั้นก็ตาม หลายเรื่องที่กำลังเกิดขึ้น และจะมีกิจกรรมสืบเนื่องนับจากนี้ เชื่อว่า สังคมไทยจะได้ฉุกคิดว่า แท้ที่จริงแล้ว เอกลักษณ์ของชนชาติไทยล้วนรวมอยู่ในคลิปวิดีโอสั้นๆ ไม่กี่นาที ผ่านการกระทำของ ”ชัช อุบลจินดา” นั่นควรถือเป็นสมบัติล้ำค่า ที่ยกไว้เป็น ”แผนแม่บท” ของชาติ เหนือผลประโยชน์อื่นใดที่จะตามมา ไม่ว่าจะเป็นรายได้จากการท่องเที่ยว หรือแม้แต่การเชื้อเชิญชาวโลกให้แวะเวียนสู่ชุมชน ด้วยเหตุที่ว่า ความยั่งยืนนั้น ย่อมเกิดจากการเรียนรู้และปลูกฝัง หาใช่จากแผนพัฒนาใดๆ ที่มักไม่สามารถบัญญัติ เรื่องของ ”คุณค่า” ทางสังคมให้มีผลในทางปฏิบัติได้อย่างจริงจังแต่เพียงด้านเดียว