
นิ่ง-สงบ สยบความเคลื่อนไหว
นิ่ง-สงบ สยบความเคลื่อนไหว : ขยายปมร้อน โดย จีรพงษ์ ประเสริฐ พลกรัง @jeerapong_nna สำนักข่าวเนชั่น
สัปดาห์ที่แล้วมีเพื่อนนักข่าวนอกสายการเมืองและเพื่อนนักข่าวต่างประเทศบางคน ถามเข้ามาว่า เกิดอะไรขึ้นกับ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ทำไมจึงเงียบหายและไม่ออกมาให้สัมภาษณ์นักข่าว 3 วันติดต่อกัน คือ นับตั้งแต่วันอังคารที่ 13 ตุลาคม ที่ให้สัมภาษณ์ตามปกติช่วงบ่ายหลังการ ประชุมคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล แต่หลังจากนั้นวันพุธถึงวันศุกร์ นายกฯ ลุงตู่เก็บตัวเงียบ!!
ซึ่งความจริงก็ไม่ได้เงียบหายอะไรขนาดนั้น แม้ว่าจะไม่มีงานนอกทำเนียบ แต่บิ๊กตู่ก็มาทำงานที่ทำเนียบรัฐบาลตามปกติ เพียงแต่ว่าเมื่อทำ งานอยู่แต่บนตึกไทยคู่ฟ้า ซึ่งเป็นตึกใหญ่ในรั้วทำเนียบที่สื่อมวลชนจะหาโอกาสขึ้นไปทำข่าวได้ยาก นอกเสียจากเป็นการประชุมนัดสำคัญที่นายกฯ เรียกประชุมแบบเป็นทางการ หรือมีแขกบ้านแขกเมืองทั้งในและต่างประเทศมาเข้าพบอย่างเป็นทางการ ก็จะแจ้งให้ “เฉพาะช่างภาพ” ขึ้นไปบันทึกภาพก่อนการประชุมและบรรยากาศก่อนการพูดคุยกับแขกบ้านแขกเมืองก่อนเท่านั้น
ซึ่งจะต่างจากการมีงานในตึกอื่นๆ ในทำเนียบ เช่น ตึกบัญชาการ ตึกสันติไมตรี หรือตึกสภาความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งเป็น 3 ตึกที่เป็นไฟท์บังคับว่านายกฯ ต้องออกจากห้องทำงานตัวเอง ที่ยังไงเสียจะต้องเดินผ่านหน้ากลุ่มสื่อมวลชนที่ดักรออยู่ ที่แม้ว่าไม่หยุดให้สัมภาษณ์ก็จะมีคำถามจากนักข่าวส่งเสียงเพื่อถามคำถามจนได้
ก็ตรงกับที่โฆษกรัฐบาล “พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด” ที่เชื่อว่าคงมีสื่อจำนวนไม่น้อยสอบถามเข้าไปว่าทำไมนายกฯ จึงเงียบหายไป ซึ่งโฆษกก็ต้องออกมาชี้แจงในช่วงเย็นวันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม ก่อนที่พล.อ.ประยุทธ์จะออกรายการคืนความสุขให้คนในชาติ โดยระบุตอนหนึ่งถึงสาเหตุที่นายกฯ หายไป 3 วันนั้น “...ในประเด็นที่เป็นความขัดแย้ง และมักได้รับคำถามจากสื่อมวลชน นายกฯ ไม่ต้องการขยายให้เกิดประเด็นความขัดแย้งเพิ่มขึ้นในสังคม จึงระมัดระวังการให้สัมภาษณ์เพื่อชี้แจงในเรื่องต่างๆ และป้องกันไม่ให้สื่อมวลชนบางส่วนนำไปขยายความเพื่อเปิดประเด็นความขัดแย้งใหม่อีก”
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นหากจำกันได้ก่อนหน้านั้นอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ทำจดหมายเปิดผนึกผ่านแฟนเพจในหน้าเฟซบุ๊กของตัวเอง พร้อมกับส่งทีมทนายความมาเข้ายื่นหนังสือที่ศูนย์บริการประชาชน เพื่อแสดงความไม่เห็นด้วยกับการดำเนินการเรียกค่าเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าวที่รัฐบาลจะใช้คำสั่งทางปกครอง จนมีการตอบโต้จากฝั่งรัฐบาลกับฝ่ายทนายของอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์
ที่เริ่มแรกไม่ได้เป็นการตอบโต้โดยตรงจากบิ๊กตู่ แต่เป็นการมอบหมายให้ “โฆษกรัฐบาล” เป็นผู้อ่านสารจากนายกรัฐมนตรีผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ ในลักษณะของการอธิบายแบบกว้างๆ ถึงการร่างรัฐธรรมนูญและการสร้างความปรองดอง แทนที่พล.อ.ประยุทธ์จะออกมาชนโดยตรง แต่จากนั้นพล.อ.ประยุทธ์เองก็ไม่พ้นที่จะต้องถูกถามคำถามเรื่องนี้ รวมถึงรัฐมนตรีรายอื่นต้องออกมาตอบคำถามด้วย เช่น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และโดยเฉพาะ รองนายกฯ วิษณุ เครืองาม ที่ตอบคำถามทุกวันจนเจ้าตัวออกปากเองว่า “ผมขอให้หยุดกล่าวถึงเรื่องนี้(จำนำข้าว)สักพัก หากกล่าวถึงในรายวันเช่นนี้ จะทำให้ตัวจำเลยไม่ได้รับความเป็นธรรม ยืนยันว่าการออกมาให้สัมภาษณ์ในเรื่องนี้แต่ละครั้ง เป็นการสร้างความเข้าใจให้แก่ประชาชน ไม่ใช่เป็นการซ้ำเติมแต่อย่างใด”
นี่คือหนึ่งในยุทธวิธีหนึ่งทางการทหาร คือ “นิ่ง-สงบ สยบความเคลื่อนไหว” ที่คนในรัฐบาลจะเอามาประยุกต์ใช้ในการสื่อสารและให้สัมภาษณ์ ที่จะพูดเรื่องที่คาบเกี่ยวกับการเมือง ความขัดแย้ง ให้น้อยลง เพื่อเปิดทางให้ข่าวในมิติเศรษฐกิจที่ “รองนายกฯ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” กำลังเคลื่อนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจได้เดินหน้าเต็มสูบ โดยไม่ต้องกังวลว่าจะมีแรงกระเพื่อมทางการเมืองมาฉุดรั้งความเชื่อมั่นที่กำลังดำเนินการอยู่



