คอลัมนิสต์

นำร่องกองทุนวัดหนุนโรงพักทำรถสายตรวจป้องกันอาชญากรรม

นำร่องกองทุนวัดหนุนโรงพักทำรถสายตรวจป้องกันอาชญากรรม

15 ต.ค. 2558

นำร่องกองทุนวัดหนุนโรงพักทำรถสายตรวจป้องกันอาชญากรรม : สายตรวจระวังภัย โดยอริย์ธัช พรอัศวโยธิน

              สถานีตำรวจถือเป็นหน่วยงานราชการที่ทำงานใกล้ชิดกับประชาชน ตามสโลแกนที่ว่าไว้ “เดือดร้อนมีภัย เรียกใช้ตำรวจ” จึงทำให้ภารกิจของเจ้าหน้าที่ตำรวจในแต่ละโรงพักมีมากมายหลากหลายเรื่อง โดยเฉพาะการดูแลป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม ส่วนวัด ถือเป็นสถานที่สำคัญที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้าน เป็นที่พึ่งพาทั้งยามสุขยามทุกข์มีส่วนช่วยบำบัดจิตใจให้ชาวบ้าน จะเห็นได้ว่าทั้งวัดและสถานีตำรวจทำหน้าที่คล้ายคลึงกัน ทำให้พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม จัดตั้งกองทุนหลวงพ่อพูล สนับสนุนภารกิจของตำรวจโดยใช้งบประมาณกว่า 5 แสนบาทจัดซื้อรถยนต์กระบะ 4 ประตู มาทำเป็นรถสายตรวจพร้อมติดตั้งอุปกรณ์มอบให้สภ.เมืองนครปฐม เพื่อใช้ในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมและยาเสพติด ซึ่งรถสายตรวจคันดังกล่าวถือว่าเป็นการนำร่องคันแรก ที่ใช้เงินจากกองทุนหลวงพ่อพูลในการบริหารจัดการ พร้อมรับผิดชอบดูแลรถสายตรวจคันดังกล่าวตลอดการใช้งาน

              พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ เปิดเผยว่า กองทุนหลวงพ่อพูล จัดตั้งขึ้นมาเพื่อกิจการสาธารณกุศล สาธารณประโยชน์ เป็นกองทุนที่ได้จากการร่วมแรงร่วมใจของลูกศิษย์ ที่ศรัทธาในหลวงพ่อพูล อดีตเจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม และชาวพุทธศาสนิกชน ที่มาร่วมทำบุญถวายปัจจัย ถือเป็นแรงศรัทธาของบรรดาญาติโยม ที่ช่วยกันบริจาคเงินทำบุญ เพื่อสาธารณประโยชน์หลายอย่าง ทั้งการสร้างวิหาร และอื่นๆ อีกมากมายภายในวัดไผ่ล้อม

              สำหรับรถยนต์สายตรวจคันดังกล่าวนี้้มีการดูแล บำรุงรักษา ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครปฐม มีหน้าที่นำไปใช้งานเพื่อให้เกิดประโยชน์กับการดูแลความสงบสุขของประชาชน และดูแลแค่การเติมน้ำมันเพียงอย่างเดียว ส่วนการบำรุงรักษาทางกองทุนหลวงพ่อพูลจะเป็นผู้รับหน้าที่ดูแล เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ตรวจสภาพเครื่องยนต์ และยางรถยนต์ให้ตลอดการใช้งาน หากวันข้างหน้ารถยนต์คันดังกล่าวหมดสภาพด้วยเหตุผลใด ทางกองทุนหลวงพ่อพูลก็จะมีการจัดหารถยนต์คันใหม่มาเสริมเปลี่ยนแทนคันเดิมเพื่อใช้เป็นประโยชน์ต่อไป สำหรับโครงการนี้เป็นโครงการนำร่อง ที่พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ เห็นสมควรที่จะใช้เงินกองทุนหลวงพ่อพูลในการจัดซื้อ และพร้อมกันนี้ ยังได้ทมีการจัดตั้งคณะกรรมการ โดยมี ผกก.และรองผกก.ของสภ.เมืองนครปฐม เข้ามาทำหน้าที่ดูแลกองทุนเพื่อรักษารถยนต์คันดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม เมื่อ ผกก.และรอง ผกก.ที่อยู่เดิมย้ายไป นายตำรวจใหม่ที่ย้ายมาแทนจะต้องมารับหน้าที่เป็นคณะกรรมการดูแลกองทุนนี้สืบต่อไป

              ด้าน พล.ต.ต.พจน์ บุญมาภาคย์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม กล่าวว่า นับว่าเป็นโชคดีของชาวบ้านในพื้นที่เมืองนครปฐม ที่ทางพระครูปลัดสิทธิวัฒน์ สนับสนุนรถยนต์สายตรวจให้สภ.เมืองนครปฐม เพื่อใช้ในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม ซึ่งตนได้กำชับไปยัง ผกก.และรอง ผกก.ป.และเจ้าหน้าที่สายตรวจ ที่รับผิดชอบดูแลใช้งานรถยนต์สายตรวจคันนี้ ให้ได้ประโยชน์สูงสุดเพื่อประชาชน และนับว่าเป็นความร่วมมืออันดีในการอยู่ร่วมกันและช่วยเหลือกันระหว่างวัดกับโรงพัก ซึ่งจะทำให้การดูแลความสงบเรียบร้อยของเจ้าหน้าที่ตำรวจมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะทุกโรงพักงบประมาณยังมีความขาดแคลน โดยเฉพาะรถยนต์สายตรวจที่มีไม่เพียงพอ