คอลัมนิสต์

เชิดชูเกียรติศิลปวัฒนธรรม

เชิดชูเกียรติศิลปวัฒนธรรม

14 ต.ค. 2558

เชิดชูเกียรติ ศิลปวัฒนธรรม : ไปสู่ถนนดินลูกรัง โดย เฉลิมศักดิ์ แหงมงาม

                เนื้อเรื่อง ผมเพิ่งไปรับรางวัล “วัฒนคุณาธร” ของกระทรวงวัฒนธรรม เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2558 ในฐานะผู้ทำประโยชน์ งานด้านศิลปะให้สังคมไทย โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ท่านวีระ โรจน์พจนรัตน์ เป็นประธานในพิธี บรรยากาศเหมือนงานมหกรรมรับรางวัลทั่วไป เพราะมีทั้งผู้มาแสดงความยินดี มาชื่นชม และบุคคลผู้มารับรางวัล บุคคลรับรางวัลโล่เกียรติยศ น่าจะเป็นผู้ทำงานด้านศิลปะ ศิลปินพื้นบ้าน เกือบทุกแขนง ทุกภูมิภาคทั่วประเทศไทย

                ผู้รับรางวัลมีด้วยกันสี่ด้าน ได้แก่ ด้านศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม และการเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม

                มีทั้งรางวัลเฉพาะบุคคลและองค์กรผู้สนับสนุนการขับเคลื่อน ไม่ว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถานศึกษา สถาบันราชการรวมทั้งภาคเอกชน

                ผมเองอยู่ในส่วนเฉพาะบุคคลด้านศิลปะ น่าจะเกิดจากการทำงานด้านเขียนหนังสือ งานวรรณกรรม เขียนมาทุกประเภท ไม่ว่า เรื่องสั้น นิยาย บทความ สารคดี ทำมาหลายปีดีดัก ตั้งแต่นุ่งกางเกงขาสั้น จู่ๆ วัฒนธรรมจังหวัดตาก คุณอุทุมพร เรือนน้อย ซึ่งเป็นหน่วยงานหนึ่งที่เฝ้ามองค้นหา ได้มาเชื้อเชิญให้ทำประวัติ ผลงาน เป็นที่ประจักษ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสนับสนุน ขับเคลื่อน ในแวดวงวรรณกรรม เท่าที่ผ่านมาตลอดชีวิต

                ผมเป็นคนชอบสะสมรูปภาพ กิจกรรมตลอดชีวิตการรับราชการ เก็บไว้ในฮาร์ดดิสก์คอมพิวเตอร์ ภาพขาวดำยุคยังไม่มีภาพสี สมัยเข้าศึกษาต่อโรงเรียนนายอำเภอ เก็บไว้นับหลายพันภาพ เพราะเป็นประชาสัมพันธ์รุ่น รวมถึงทำกิจกรรม งานพัฒนา แก้ไขปัญหาประชาชนในพื้นที่ แต่ละจังหวัด อำเภอ เมื่อไปรับราชการ ไม่ว่างานใด ผมเก็บไว้เกือบหมด แม้กระทั่งศึกษาดูงานต่างประเทศ ไม่ว่าประเทศไหน ทวีปใด เป็นไม่เว้น

                มาเป็นประโยชน์ก็เมื่อมานั่งเขียนหนังสือเป็นอาชีพนี่แหละ จะเป็นภาพมิติไหน เรื่องราวใด ผมมีเกือบทั้งหมด อย่าได้แปลกใจ ทำไมบทความคอลัมน์ที่ผมเขียน จึงมีภาพประกอบอย่างต่อเนื่อง

                ดังนั้น ภาพกิจกรรมการขับเคลื่อนด้านศิลปวรรณกรรม จึงสามารถรวมได้อย่างไม่ยากเย็น รวมถึงงานเขียนที่ทำมาอย่างต่อเนื่องตลอดกว่าสามสิบปี แต่คงไม่ใช่เพียงภาพหรือผลงานที่ปรากฏหรอก น่าจะมีองค์ประกอบ คุณสมบัติอื่นมาประกอบอีกพอสมควร เพราะผมดูผู้รับรางวัลแล้ว ด้านศิลปะมีถึงยี่สิบเอ็ดท่าน ลองพูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็น จึงรู้ว่า น่าจะศิลปินพื้นบ้านเสียส่วนใหญ่ เพียงว่า แต่ละท่านยังไม่ได้รับการประกาศเกียรติให้เป็นศิลปินเท่านั้น น่าจะเป็นศิลปินท้องถิ่นแต่ละจังหวัดที่ได้รับการยอมรับ และขับเคลื่อนงานวัฒนธรรมมาอย่างต่อเนื่อง

                บรรยากาศการรับรางวัล จึงสบายๆ เป็นกันเอง มีการแลกเปลี่ยนความเห็นกันบ้างพอหอมปากหอมคอระหว่างศิลปินด้วยกัน ผมเลยมีโอกาสไปร่วมแจมอยู่ด้วย จึงรู้สึกว่าอบอุ่นและเป็นกันเอง เว้นตรงขั้นตอนพิธีการเท่านั้น ที่ต้องไปรับโล่และถ่ายรูปร่วมกันบนเวทีหอประชุมศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ดีครับ...เป็นการให้กำลังใจผู้ทำงานด้านศิลปวัฒนธรรมมาตลอดทั้งชีวิต ได้มีความภาคภูมิใจตัวตนและผลงาน

                เขียนในฐานะคนเขียนหนังสือคนหนึ่ง ที่ได้รับรางวัลทางด้านศิลปะมาบ้างพอสมควรครับ