คอลัมนิสต์

วันตำรวจกับภารกิจที่ท้าทาย

วันตำรวจกับภารกิจที่ท้าทาย

14 ต.ค. 2558

วันตำรวจกับภารกิจที่ท้าทาย : โลกตำรวจ โดยผศ.ดร.ปนัดดา ชำนาญสุข

               อันตรายและน่าหวาดกลัวอย่างยิ่ง ถ้าปล่อยให้ประชาชนยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ หรือที่เรานิยมเรียกกันว่า “ตำรวจ”

               ผู้นำตำรวจในทุกระดับต้องยอมรับ “ความพ่ายแพ้” ต่อปรากฏการณ์นี้ ปรากฏการณ์ที่สังคมเข้าใจตำรวจผิดพลาดอย่างที่ไม่ควรจะเป็น

               หากประชาชนเห็นใจอาชญากร หรือผู้กระทำสิ่งที่ผิดกฎหมายมากกว่าตำรวจ อย่าได้ตำหนิ ต่อว่า หรือพร่ำบ่นประชาชนเลย จงคิดให้จงหนักว่า ผู้บริหารตำรวจจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ในการทำงานอย่างไรเพื่อให้ประชาชนเปลี่ยนการรับรู้และทัศนคติ น่าจะก่อให้เกิดประโยชน์มากกว่า

               “จุดอ่อนในการบริหารงานตำรวจในการสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับงานตำรวจที่ประชาชนจำเป็นต้องได้รับทราบ เพื่อที่จะให้ประชาชนยินดีและเต็มใจในการร่วมมือกับตำรวจในการปกป้องชีวิตและทรัพย์สินจากภัยอาชญากรรมเป็นอย่างไร? มิใช่ปล่อยให้ประชาชนเข้าใจผิดๆ อยู่ตลอดเวลา และหลงผิดคิดว่าให้ลูกน้องผู้ปฏิบัติงานท่องอุดมคติตำรวจที่ว่า “อดทนต่อความเจ็บใจ ไม่หวั่นไหวต่อความยากลำบากนั้น เป็นการเพียงพอแล้ว” ซึ่งไม่ถูกต้องอย่างยิ่ง

               ลองมองย้อนดูรอบทศวรรษที่ผ่านมา

               สำนักงานตำรวจได้ให้ความสำคัญกับการสื่อสารองค์การหรือไม่? อย่างไร?

               การสื่อสารองค์การไม่ใช่ การให้ข่าว หรือการตอบโต้รายครั้งเมื่อมีการตั้งคำถามจากสังคม

               การสื่อสารองค์การไม่ใช่การกระทำเพื่อ “สร้างภาพให้แก่ตนเอง” แต่เป็นการทำให้อัตลักษณ์ขององค์การซึ่งหมายถึง ตำรวจกว่าสองแสนชีวิต ถูกรับรู้อย่างชัดเจนและถูกต้อง และยังสามารถกำกับการกระทำต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมและกระบวนการทำงานของตำรวจทั้งสองแสนชีวิตได้อย่างมีทิศทางที่เหมาะสมด้วย

               ลองนึกถึง อัตลักษณ์ของนักเรียนนายร้อยตำรวจ เป็นตัวอย่าง

               การสร้างอัตลักษณ์ให้ชัดเจนเหมาะสม และการสื่อสารองค์การอย่างมืออาชีพนี้ จำเป็นต้องกระทำอย่างเป็นระบบและตอกย้ำอย่างสม่ำเสมอจนประชาชนและสังคมเกิดความเห็นชอบว่า “สาร” ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  “สื่อ” ให้เห็นถึง “ความเป็นตำรวจไทยที่ทำงานอย่างหนักด้วยหัวใจของตำรวจท่ามกลางความขาดแคลนและปัญหาอุปสรรคนานัปการนั้นเป็นอย่างไร”

               ทุกองค์การจะให้ความสำคัญกับเรื่องการสื่อสารองค์การเป็นอย่างมาก เพราะหากทำงานอย่างทุ่มเทแทบตายด้วยข้อจำกัดและอุปสรรคนานัปการก็ยังไม่มีใครเห็น แถมซ้ำมีแต่เสียงก่นด่า และเข้าใจผิด รวมถึงนายก็ยังปล่อยให้ผู้ปฏิบัติงานต้องโดดเดี่ยวเผชิญตามยถากรรมอย่างนี้

               ไม่มีมนุษย์คนไหนทนทานได้อย่างแน่นอน

               เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องของนายล้วนๆ ลองย้อนกลับมาดูระบบการบริหารจัดการงานตำรวจว่าเป็นไปอย่าง มีประสิทธิภาพหรือไม่ ? หน่วยงานต่างๆ ทุกหน่วยงานได้ปฏิบัติหน้าที่ไปอย่างเต็มประสิทธิภาพหรือไม่? เพราะเหตุใดหน่วยงานจำนวนมาก โดยเฉพาะหน่วยงานที่ใครๆ พากันเรียกว่า “กรุ” จึงยังคงความเป็น “กรุ”

               “กรุ” เหล่านั้นมีบทบาทหน้าที่ที่สำคัญหรือไม่? ถ้าไม่สำคัญก็ยุบกรุเหล่านี้ทิ้งไปเลย จะได้เอากำลังพลไปช่วยงานที่สถานีตำรวจ ซึ่งขาดแคลนกำลังพล จะดีกว่าหรือไม่ ?

               ขอท้าพิสูจน์ว่า ต่อให้สร้างนโยบายสวยหรูแค่ไหนก็ไม่บรรลุผลสำเร็จ ถ้านโยบายด้านการบริหารงานและการบริหารบุคคลล้มเหลว

               ต้องไม่ลืมว่า ไม่มีกองทัพใดจะได้ชัยชนะ ถ้าไพร่พลหมดใจ