คอลัมนิสต์

ปรองดองไม่ปรองดองต้องถามสุเทพ-จตุพร

ปรองดองไม่ปรองดองต้องถามสุเทพ-จตุพร

13 ต.ค. 2558

ปรองดองไม่ปรองดองต้องถามสุเทพ-จตุพร : ขยายปมร้อน โดยศรุติ ศรุตา

              เช้าวันเสาร์ที่ผ่านมา โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ได้เผยแพร่สารจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่ง พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้อ่าน

              เนื้อหาของสารจากนายกฯ มี 2 ประเด็นหลักคือ การร่างรัฐธรรมนูญและการสร้างความปรองดอง

              ด้วยความที่ไม่คุ้นเคยกับวิธีการนี้ ทำให้เกิดคำถามว่า เหตุใดนายกรัฐมนตรีจึงใช้วิธีการนี้ ทั้งที่ความจริงแล้ว นายกฯ สามารถอธิบายด้วยตนเอง หรือไม่ก็มอบหมายให้โฆษกรัฐบาลเป็นผู้ชี้แจงเหมือนที่เคยเป็นมา

              นั่นอาจจะเป็นเพราะนายกรัฐมนตรีต้องการสื่อสารไปยังประชาชนทุกคนโดยตรงว่า ให้ความสำคัญถึงการยกร่างรัฐธรรมนูญและการสร้างความปรองดอง และไม่ต้องการเห็นการวิพากษ์วิจารณ์โดยเฉพาะการร่างรัฐธรรมนูญที่เพียงแค่เห็นคณะกรรมการยกร่างก็วิจารณ์กันแล้ว

              ส่วนการปรองดองก็ยังเป็นเพียงแค่ระยะเริ่มต้น แต่กลับมีคนจุดกระแสนิรโทษกรรม ซึ่งเป็นสิ่งที่ประชาชนยังเข้าใจไม่ตรงกัน แต่เมื่อมีนักการเมือง นักวิชาการออกมาพูดในเรื่องนี้ ความสับสนก็ยิ่งมากขึ้น

              พวกหนึ่งก็จะนิรโทษกรรม อ้างว่า ถ้าไม่ทำอย่างนี้ ประเทศก็จะเดินไปข้างหน้าไม่ได้

              อีกพวกก็บอกถ้าทำอย่างนั้น กระบวนการยุติธรรมก็จะถูกทำลาย

              นอกจากนี้ สื่อบางสื่อก็ไปตัดเอาคำพูดของ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม มานำเสนอว่า ถ้าอ้างปรองดองแล้วยกโทษ จะมีกฎหมายไว้ทำไม

              มันก็เลยยิ่งไปกันใหญ่ !

              ซึ่งความเป็นจริงแล้ว การอธิบายความอย่างนี้ของ พล.อ.ไพบูลย์ ไม่ได้มีเพียงประโยคสั้นๆ แค่นั้น

              ความปรองดองจะเกิดขึ้นได้อย่างไร ในเมื่อคนที่ทำความผิดแล้วมาบอกว่า อย่ามาเอาโทษ เพราะไม่เช่นนั้นประเทศจะเดินไปข้างหน้าไม่ได้

              ความปรองดองจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ ทุกคนในสังคมมีความเท่าเทียมกันทางด้านกฎหมาย ใครกระทำความผิดก็ต้องถูกลงโทษโดยกระบวนการยุติธรรมอย่างเด็ดขาดและเสมอภาค

              เหตุผลนี้น่าจะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้นายกรัฐมนตรีต้องส่งสารไปยังประชาชน

              เพื่อให้ทุกคนเข้าใจตรงกัน ไม่ทึกทักเอาเอง ตีโจทย์เข้าข้างตัวเอง เพราะหากทำเช่นนั้น ก็อาจเกิดกระแสจนส่งผลต่อการทำงานของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ

              เพราะการร่างรัฐธรรมนูญนั้นจะให้ล้มอีกไม่ได้แล้ว และบทเรียนจากกระแสที่ไม่เข้าใจจากร่างรัฐธรรมนูญที่เพิ่งถูก สปช.คว่ำไป นั่นก็เพราะเกิดความไม่เข้าใจในบางประเด็น โดยเฉพาะการกำหนดให้มี คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ

              การยกร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาครั้งนี้ จึงได้มีคณะอนุกรรมการปฏิรูป และคณะอนุกรรมการปรองดอง ขึ้นมาศึกษาหาแนวทางเป็นการเฉพาะ

              มีข่าวด้วยว่า แรกทีเดียวนั้นนายกรัฐมนตรีจะให้ โฆษกรัฐบาล นำสารมาชี้แจงต่อประชาชนในวันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม แต่เนื่องจากมีการโจมตีกันมาก โดยเฉพาะกลุ่มเสื้้อสีต่างๆ นำประเด็นการเดินหน้าปรองดองของรัฐบาลมาเป็นจุดขยาย ทั้งๆ ที่รัฐบาลพยายามแก้ไขปัญหาทั้งระบบ จะมองเพียงจุดใดจุดหนึ่งไม่ได้ จึงได้ตัดสินใจให้ พล.ต.สรรเสริญ ชี้แจงเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

              และความจริงแล้วที่เป็นปัญหา และไม่ปรองดองกันก็เพราะ เงื่อนไขของเสื้อสองสี ที่ฝ่ายหนึ่งยื่นมาว่าถ้าให้คุยกับคนนี้ ก็จะไม่คุยนั่นแหละ

              คงต้องไปถาม สุเทพ เทือกสุบรรณ แห่ง กปปส. กับ จตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ว่าเรื่องนี้จริงหรือไม่จริง !