คอลัมนิสต์

ต้นทุนสังคมของตำรวจ

ต้นทุนสังคมของตำรวจ

13 ต.ค. 2558

ต้นทุนสังคมของตำรวจ : บทบรรณาธิการประจำวันอังคารที่ 13 ตุลาคม 2558

              เหตุจลาจลที่ สภ.ถลาง จ.ภูเก็ต อันเกี่ยวเนื่องมาจากการชุมนุมประท้วงของชาวบ้านและญาติของวัยรุ่น 2 คนที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ จากการไล่ล่าจับกุมของตำรวจ ไม่เพียงสร้างความสูญเสียต่อทรัพย์สินของทางราชการและประชาชนเท่านั้น หากแต่ในแง่ของความรู้สึกย่อมยากจะปฏิเสธว่า นี่คือการปะทะกันครั้งใหญ่ระหว่างประชาชนกับ ”ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” ทั้งที่โดยหน้าที่แล้ว ฝ่ายตำรวจคือต้นธารของกระบวนการยุติธรรม มีหน้าที่บำบัดทุกข์บำรุงสุขให้แก่ประชาชนเป็นลำดับแรก ดังเคยมีคำเปรียบเปรยเอาไว้ว่า คำว่าโรงพัก น่าจะมีความหมายถึงการพักรอ พักพิง ซึ่งแสดงออกถึงน้ำใจไมตรี มากกว่าจะเป็นสถานที่ของการจองจำ กลายเป็นแหล่งอโคจรของสุจริตชน

              แม้วัยรุ่นที่เสียชีวิตถูกตำรวจตั้งข้อสงสัยว่า พัวพันกับยาเสพติด และยังอ้างว่า ตรวจค้นในตัวผู้ต้องสงสัยคนหนึ่งพบยาบ้าซุกซ่อนอยู่ แต่นั่นก็เป็นการนำเสนอประเด็นจากฝ่ายตำรวจผู้กำลังตกเป็นเป้าของการประท้วงแต่เพียงด้านเดียว เพราะถึงอย่างไรก็ต้องหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อมายืนยันถึงการทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว ฝ่ายตำรวจเองก็จะถูกกล่าวหาจากอีกฝ่ายหนึ่งว่า ”ยัดของกลาง” อย่างที่มักจะมีข้อครหาทำนองนี้อยู่เสมอๆ ยิ่งในสภาพที่ ”ต้นทุนทางสังคม” ของตำรวจค่อนข้างมีปัญหาในสายตาของประชาชนด้วยแล้ว โอกาสที่จะทำให้สองฝ่ายเผชิญหน้ากันอีกก็ย่อมเกิดขึ้นได้ โดยเบื้องต้นฝ่ายตำรวจจึงต้องพิสูจน์ความจริงเพื่อแก้ข้อกล่าวหาของอีกฝ่าย เช่นเดียวกับการดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมากับกรณีที่เกิดขึ้น ซึ่งต้องแยกแยะออกจากกันเป็นเรื่องๆ ไป

              นั่นเป็นการพิสูจน์ข้อเท็จจริงโดยกฎหมาย แต่เรื่องการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจก็ต้องพิจารณากันต่อไป ถึงความพอเหมาะพอดีกับสถานการณ์เฉพาะหน้า ดังเช่นที่ชาวบ้านและญาติผู้เสียชีวิตตั้งข้อสังเกตว่า เป็นการกระทำเกินกว่าเหตุ ทั้งที่ในความเป็นจริงตำรวจในพื้นที่ย่อมมีวิธีการอีกมากที่จะดำเนินการกับผู้กระทำผิดกฎหมาย ไม่เพียงเฉพาะแต่คดียาเสพติดเท่านั้น ซึ่งขั้นตอนต่างๆ ตามกระบวนการยุติธรรมก็มีกำหนดชัดเจนอยู่แล้ว แต่ทุกวันนี้กลับพบว่า ตำรวจมักเลือกที่จะใช้วิธีการที่เปิดทางให้ใช้ตัวเลือกต่อสถานการณ์แบบนอกรีต เช่น การตั้งด่านสกัด ทั้งด่านวินัยจราจร ด่านความมั่นคง ตรวจจับสิ่งผิดกฎหมาย การขอตรวจค้นโดยไม่มีหมายศาล จนนำไปสู่การกระทำซึ่งละเมิดสิทธิประชาชน กรณีที่เกิดขึ้นที่โรงพักถลางก็อาจจะมาจากภาวะทางอารมณ์ ”ฟางเส้นสุดท้าย” ระหว่างชาวบ้านกับตำรวจที่สั่งสมความขุ่นเคืองกันเอาไว้นั่นเอง

              ในระยะนี้มีหลายคดีที่เกิดขึ้นอันสะท้อนให้เห็นถึงความบกพร่องในการทำงานของตำรวจอย่างเช่น การล่อซื้อยาบ้าแล้วยิงกระสุนพลาดไปโดนประชาชนบาดเจ็บสาหัส กรณีกระทบกระทั่งกับผู้เสียหายหลายกรณีจากการตั้งด่านตรวจ กระทั่งล่าสุดคือ จลาจลโรงพักถลาง เหล่านี้ล้วนมาจากการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งจะต้องมีคำถามว่า อยู่กับร่องกับรอยหรือไม่ การตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนกรณีโรงพักถลาง นอกจากจะเอาผิดใครก็ตามที่ละเมิดกฎหมายแล้ว ควรจะเป็นจุดเริ่มต้นของการทบทวนการปฏิบัติหน้าที่ ของตำรวจ โดยเฉพาะรูปแบบที่เปิดโอกาสให้พวกเขาตัดสินใจ ”หน้างาน” มากกว่าการยึดระเบียบปฏิบัติอย่างเคร่งครัด เพื่อหยุดยั้งความเสียหายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะความเชื่อถือของประชาชนที่มีต่อวงการตำรวจ