
เตือนระวัง'แก๊งตกพระ'ออกอุบายญาติป่วยรีดเงินเหยื่อ
เตือนระวัง'แก๊งตกพระ'ออกอุบายญาติป่วยรีดเงินเหยื่อ : สายตรวจระวังภัย กิตติพงษ์ มณีฤทธิ์
แรงศรัทธาในพุทธคุณได้หนุนนำให้วัตถุมงคลอย่างพระเครื่องกลายเป็นของที่มีมูลค่า ทำให้เหล่ามิจฉาชีพเอามาใช้ต้มตุ๋นชาวบ้าน หรือที่เรียกว่า “แก๊งตกพระ” ซึ่งแก๊งวายร้ายพวกนี้มีมาช้านาน ตำรวจปราบปรามจับกุมก็บ่อยครั้ง แต่ไม่วายแก๊งเหล่านี้ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง มีผู้หลงกลตกเป็นเหยื่อก็มากโข เพราะอาศัยความใจอ่อน การเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ชอบทำบุญให้การช่วยเหลือคนตกทุกข์ได้ยาก อันเป็นพื้นฐานจิตใต้สำนึกของมนุษย์ โดยเฉพาะคนไทย ก่อนคนร้ายจะใช้มุกลวงเหยื่อว่าญาติป่วยขอความช่วยเหลือต้องการเงินสด แต่มีวัตถุมงคลล้ำค่ามาแลกเปลี่ยน
ล่าสุดตำรวจ สน.โชคชัย นำโดย พ.ต.อ.ชัยรพ จุณณวัตต์ ผกก.สน.โชคชัย พร้อมด้วย พ.ต.ท.สิทธิศักดิ์ นาคามาตย์ รอง ผกก.สส.สน.โชคชัย และ พ.ต.ท.ชาติภัทร พิเนตรบูรณะ สว.สส. ร่วมกันนำกำลังตำรวจฝ่ายสืบสวน จับกุมตัวนางวารินทร์ หรือริน มะตัน อายุ 49 ปี โจรสาวใหญ่ในข้อหาร่วมลักทรัพย์ ซึ่งเป็นสมาชิกแก๊งตกพระ หลอกเหยื่อมาร่วม 30 ราย ตระเวนก่อเหตุไปทั่วทั้งนครบาล และปริมณฑล
พฤติการณ์สูตรสำเร็จของแก๊งนี้จะเริ่มจากนางวารินทร์ พร้อมพวกรวม 3 คน จะเลือกเหยื่อที่ดูแล้วมีเงินทอง โน้มน้าวง่าย แล้วเข้ามาทำทีสอบถามเส้นทางว่า มีรถเมล์สายไหนไปบางแคบ้าง ระหว่างนั้นก็เริ่มใช้กลอุบายหลอกล่อว่าพ่อป่วยหนัก ต้องการเงินมารักษา จากนั้นอ้างว่ามีพระสมเด็จ รุ่นทหารผ่านศึก ราคาหลายล้านบาท ก่อนชักชวนให้เหยื่อไปเป็นเพื่อนเพื่อนำพระเครื่องไปขายร้านทองย่านรามอินทรา และอ้างซ้ำว่ารู้จักเจ้าของร้านที่จะรับซื้อพระ ดึงดูดใจเหยื่อต่อด้วยการให้คำมั่นสัญญาว่าจะนำเงินบางส่วนที่ได้จากการขายพระมาแบ่งกัน จนเหยื่อหลงเชื่อแก๊งมิจฉาชีพแล้วเดินทางไปด้วยกัน เมื่อเหยื่อตายใจตกหลุมพราง ก็ใช้หลักความไว้ใจหลอกซ้ำด้วยการให้เหยื่อเป็นผู้เอาพระเข้าไปขายในร้านทอง แต่ด้วยมูลค่าของพระที่อ้างว่าหลายล้าน จึงลวงให้เหยื่อวางหลักประกันไว้ โดยเอาทรัพย์สินเท่าที่มีติดตัวมาไว้กับโจรสาวเจ้าของพระเครื่องที่ว่า ซึ่งถือได้ว่าเป็นเหยื่อรายใหญ่ เพราะเอาเงินสด 230,000 บาท แหวนเพชร 1 วง มูลค่า 50,000 บาท ฝากไว้เป็นหลักประกัน ก่อนเชิดหนีไป ส่วนพระก็เป็นของปลอม และไม่มีคนรู้จักรอรับซื้อ
พ.ต.ท.สิทธิศักดิ์ อธิบายแนะวิธีการสังเกตเพื่อเตือนภัยว่า กลุ่มมิจฉาชีพแก๊งตกพระ หรือแก๊งตกทอง จะมีไม่ต่ำกว่า 3 คน ส่วนใหญ่มักจะเลือกเหยื่อที่เดินทางเพียงลำพัง ไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิง ที่อยู่ในวัยทำงาน โดยกลุ่มคนร้ายจะเน้นเหยื่อที่สวมใส่ของมีค่าจำนวนมาก ดูแล้วที่มีฐานะการเงินดี จากนั้นหนึ่งในผู้ร่วมขบวนการจะเข้าไปตีสนิท พูดคุยดูนิสัยใจคอว่าสามารถจะตกเป็นเหยื่อได้หรือไม่ ซึ่งกรณีนี้คนร้ายที่เลือกเหยื่อไม่มีความรู้เกี่ยวกับวงการพระเครื่อง พร้อมทั้งอาศัยความใจอ่อนของเหยื่อที่สงสาร จากคำพูดหว่านล้อมด้วยกลอุบาย พอเหยื่อติดกับดัก ก็เริ่มขบวนการหลอกลวง มีคนทำหน้าที่หน้าม้าเข้ามาพูด จนทำให้เหยื่อคล้อยตามเชื่อถือไปตามคำกล่าว และมีผู้ร่วมขบวนการอีกรายสนับสนุนไม่ให้เกิดช่องโหว่ในความเชื่อมั่น ขจัดความลังเลใจเหยื่อ ทำทุกวิถีทาง เพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพย์สินของมีค่าจากเหยื่อ
“การป้องกันตัวจากเหล่ามิจฉาชีพเหล่านี้ ตำรวจแนะนำให้ประชาชนอย่าไว้ใจคนแปลกหน้า อย่าสวมใส่ของมีค่า เพราะล่อตาล่อใจ อาจตกเป็นเป้าหมายของบรรดาโจรผู้ร้าย ถ้าไม่จำเป็นพยายามอย่าเดินทางเพียงลำพัง หากเป็นไปได้ก็ให้ชักชวนเพื่อนไปด้วย ถ้ามีบุคคลต้องสงสัยเข้ามาพยายามตีสนิท แล้วพยายามชักจูงด้วยสิ่งของมีค่าจำพวกพระเครื่องที่อ้างว่ามีราคาเป็นล้านหรือหลายล้านบาท ให้พึงตระหนักคิดเลยว่า ของฟรีไม่มีในโลก และอาจใช้วิธีโทรศัพท์ปรึกษาคนใกล้ชิดเมื่อเจอเหตุการณ์ทำนองนี้ หรือแจ้งตำรวจที่อยู่ใกล้เคียงช่วยเหลือ เพื่อลดความสุ่มเสี่ยง” พ.ต.ท.สิทธิศักดิ์ แนะนำ
ทั้งนี้ตำรวจยังฝากไปถึงพี่น้องประชาชนว่า ปัจจุบันกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้ยังคงหากินกับความใจอ่อนของคนอยู่ ทุกท่านต้องมีสติ อย่าหลงกล เพราะอย่างที่บอกว่า ของฟรีไม่มีในโลก นอกจากจะมีสติแล้ว ก็ไม่ควรเกิดความโลภ เพราะจะทำให้ถูกหลอกตกเป็นเหยื่อได้ง่าย หากมีผู้ใดพบเจอวายร้ายก่อเหตุลักษณะนี้ช่วยแจ้งเบาะแสกับทางตำรวจ เพื่อนำตัวขบวนการนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมาย ไม่ให้ออกอาละวาดสร้างความเดือดร้อนให้คนในสังคม



