
อินไซด์ตำรวจประจำวันที่12ต.ค.2558
อินไซด์ตำรวจประจำวันที่12ต.ค.2558
**คดีกระสุนปริศนาพุ่งทะลุกระจกรถยนต์โดน “นักเรียนหญิง” ได้รับบาดเจ็บบริเวณไหล่ด้านขวา “ส.ต.ต.ปณณธร ไชยญาธรรม” ผบ.หมู่งานป.สน.นิมิตรใหม่ ช่วยราชการชุดปราบปรามยาเสพติด บก.น.3 แสดงความรับผิดชอบมอบอาวุธปืนให้ผู้บังคับบัญชานำไปตรวจพิสูจน์ ** ข้ออ้างเป็นการปฏิบัติหน้าที่ “ล่อซื้อ” ยาเสพติดแล้วอ้างคนร้ายพยายามชักปืนเตรียมยิงเพื่อหลบหนี จำเป็นต้องใช้อาวุธปืนเพื่อป้องกันตัวพอมีเหตุผล การแถลงข้อเท็จจริงคดีที่สังคมให้ความสนใจแต่การอธิบายความของ “พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร” รรท.ผบช.น.ยังมีข้อสงสัยให้ฉงนใจ ** ข้อแรกไม่มีความจำเป็นต้องพา “สายลับสาว” ร่วมแถลงเมื่อถูกซักไซ้คำตอบที่ได้ยินน่าจะเกิดผลเสียอีกทั้งปลายทางกระบวนการยุติธรรมมักไม่เปิดพยาน ** ข้อสองคำบอกเล่าของ “แม่ทัพเมืองหลวง” อ้างหลังเกิดเหตุชุดยาเสพติดทำงานต่อเนื่องวันรุ่งขึ้นเกือบเที่ยงวันทราบข่าวจึงรีบปรึกษาผู้บังคับบัญชาแล้วลง “บันทึกประจำวัน” ไว้เป็นหลักฐานทำนองว่าคนร้ายพยายามใช้อาวุธปืนยิงจำเป็นต้องตอบโต้ข้อนี้ทำให้สงสัยทำไมไม่ลงบันทึกและแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบตั้งแต่หลังเกิดเหตุ “ทันที” แต่มาแจ้งแล้วค่อยมาบันทึกระยะเวลาผ่านไปหลายชั่วโมงจึงไม่ค่อยสมเหตุผล
** ข้อสามการที่ “ผู้ต้องสงสัย” ที่ผู้บังคับบัญชาอ้างว่ามาพบแสดงความบริสุทธิ์ใจอีกทั้งยังกล่าวคำขอโทษแสดงออกถึงการยอมรับผิดหรือไม่อย่างไรอีกทั้งกฎหมายไทยเป็นระบบ “กล่าวหา” ทำไมถึงไม่แจ้งข้อกล่าวหาจะอ้างรอ “หัวกระสุน” เพื่อนำมาเปรียบเทียบกับอาวุธปืนแล้วหากแจ้งทันทีอ้างอาจถูกแจ้งความกลับมิหนำซ้ำยังให้ “นักข่าว” ช่วยแจ้งข้อกล่าวหาอดสงสัยว่า “นักสอบสวนชั้นครู” หลุดคำพูดออกมาได้อย่างไร “สื่อมวลชน” มีหน้าที่ซักถามนำข้อเท็จจริงเสนอต่อสาธารณชนไม่ได้มีอำนาจการสืบสวนสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา **ข้อสุดท้ายการกระทำในสิ่งที่เกิดขึ้นรู้แก่ใจเป็นการปกป้องตนเองหรือสะเพร่าแม้ไม่เข้าข่ายพยายามฆ่าแต่ย่อม “เล็งเห็นผล” หรือประสงค์ต่อผลการปฏิบัติหน้าที่ต้องมีความระมัดระวังในการใช้อาวุธปืน น่าจะเข้าข่ายกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัสหรือไม่อย่างไร
** เหตุเกิดขึ้นซ้ำซากการทำงานจับยาเสพติดอดีตที่ผ่านมา “ประชาชน” ที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ตกเป็น “ผู้เสียหาย” นับครั้งได้ “ผู้เป็นนาย” ใช้แนวทางเดิมเยียวยายื่นข้อเสนอให้จนเป็นที่พอใจตีฆ้องร้องป่าวไม่ทอดทิ้งดูแลเต็มที่ทุกข้อเสนอ “บทเรียนราคาแพง” อยากให้ศึกษาคดีของ “น้องฟลุ๊ค” ไว้เป็นตัวอย่าง ในอนาคตไม่อยากให้ “ผู้บริสุทธิ์” ตกเป็นเหยื่อของคมกระสุนอีกและอยากให้กรณีล่าสุดเป็นครั้งสุดท้าย
** ความรักความศรัทธาที่มีต่อผู้พิทักษ์สันติราษฎร์คงมีมากขึ้น “พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา” ผบ.ตร. ประสานงานให้ “พล.ต.อ.ประวุฒิ ถาวรศิริ” ที่ปรึกษา (สบ 10) ในฐานะโฆษกตร. ลงเรือหางยาวไปรับ “หญิงชาวไทยภูเขา” เจ็บป่วยเรื้อรังนำตัวมารักษาที่โรงพยาบาลตำรวจ “คม ชัด ลึก” ขอร่วมอนุโมทนาสาธุ ** จับยาเสพติดไม่พลาด “พ.ต.อ.สังคม ตัดโส” ผกก. “พ.ต.ท.อำพร สายันต์ศิริ” รองผกก. และ “พ.ต.ท.ศุภโชค พณิชยพงศ์” สว.ตม.จว.มุกดาหาร พร้อมชุดสืบสวนจับ “หญิงชาวลาว” ตรวจค้นพบยาบ้ากว่า 1 หมื่นเม็ด จึงควบคุมตัวยึดของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน “พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร” ผบช.สตม. พอใจผลการปฏิบัติหน้าที่ **



