คอลัมนิสต์

จลาจล!ล้อมโรงพักเผารถ-ตร.จับยาชนตาย2

จลาจล!ล้อมโรงพักเผารถ-ตร.จับยาชนตาย2

11 ต.ค. 2558

รถสายตรวจไล่กวด จยย.เกิดเฉี่ยวชน 2 โจ๋ดับ ญาติ-ชาวบ้านกว่าร้อยปิดล้อมโรงพัก ยัวะบุกทุบกระจก บานปลาย 'จลาจล' ปาหิน-หนังสติ๊กยิงหัวนอตถล่ม ตร.เจ็บ เผารถวอด 6 คัน

 
           ความคืบหน้ากรณีตำรวจ สภ.ถลาง ขับรถเฉี่ยวชนวัยรุ่น 2 คน เสียชีวิตที่บริเวณถนนน้ำตกโตนไทร โดยเจ้าหน้าที่สงสัยว่าผู้เสียชีวิตมีสิ่งผิดกฎหมายจึงสกัดจับ จากการค้นตัวผู้เสียชีวิตพบยาบ้า 50 เม็ด และใบกระท่อมจำนวนหนึ่ง ภายหลังเกิดเหตุทำให้ญาติและชาวบ้านในพื้นที่ อ.ถลาง จ.ภูเก็ต จำนวนมากมารวมตัวกันเรียกร้องขอความเป็นธรรมที่ด้านหน้า สภ.ถลาง ตั้งแต่ช่วงเที่ยงวันที่ 10 ตุลาคม ที่ผ่านมา กระทั่งเหตุการณ์บานปลายถึงช่วงค่ำต่อเนื่องวันที่ 11 ตุลาคม โดยชาวบ้านได้ปิดถนนเทพกระษัตรีทั้งขาเข้า-ขาออก ปาระเบิดขวดและก้อนหินใส่อาคาร สภ.ถลาง ทำให้กระจกโดยรอบโรงพักแตกเกือบทั้งหมด พร้อมทั้งบุกเผารถยนต์เสียหายนับสิบคัน ซึ่งเหตุการณ์ไม่มีทีท่าว่าจะยุติ และกลับรุนแรงขึ้นเมื่อผู้ชุมนุมประท้วงซึ่งเป็นกลุ่มวัยรุ่นใช้ระเบิดขวดใส่น้ำมันรวมทั้งก้อนหิน ปาใส่ สภ.ถลาง กระทั่งเวลา 03.45 น. วันที่ 11 ตุลาคม ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อม พล.ต.ธีร์ณฉัฏฐ์ จินดาเงิน ผบ.มณฑลทหารบกที่ 41 รับปากกลุ่มชาวบ้านว่าจะให้ความเป็นธรรมในเรื่องดังกล่าว โดยขอนัดเจรจาอีกครั้งในช่วงเช้าวันที่ 11 ตุลาคม ชาวบ้านจึงยอมสลายการชุมนุมเพื่อรอเจรจากันอีกครั้ง
 
 
ญาติผู้เสียชีวิตขอความเป็นธรรม
 
           ล่าสุด เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 11 ตุลาคม ที่ศาลาอเนกประสงค์ ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต พล.ต.ธีร์ณฉัฏฐ์ พร้อมด้วย นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พล.ต.ต.พชร บุญญสิทธิ์ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต ร่วมกันเจรจากับกลุ่มตัวแทนชาวบ้านและญาติผู้เสียหายจากเหตุการณ์วัยรุ่นเสียชีวิต 2 คน โดยชาวบ้านส่งตัวแทนมา 10 คน ส่วนที่เหลือรออยู่ด้านนอกอาคาร ซึ่งเจ้าหน้าที่ทหารได้วางกำลังคอยดูแลความสงบเรียบร้อยและวางแนวกำลังป้องกันไม่ให้ชาวบ้านบุกเข้ามาภายในอาคาร
การเจรจาครั้งนี้ใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง บรรยากาศการเจรจาเป็นไปด้วยความตึงเครียด ญาติที่มีศักดิ์เป็นอาของผู้เสียชีวิตเรียกร้องให้หน่วยงานราชการทั้งจังหวัดและตำรวจให้ความเป็นธรรมต่อผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย โดยขอให้ไล่เช็กภาพจากกล้องวงจรปิดทั้งก่อนเกิดเหตุและหลังเกิดเหตุ ส่วนเรื่องยาเสพติดยอมรับว่าผู้ตายเคยมีคดีและเคยติดคุก แต่ไม่เชื่อว่าจะมียาบ้าอยู่ในกระเป๋าตามที่มีการกล่าวอ้าง แต่เจ้าหน้าที่กลับกระทำเกินกว่าเหตุ รวมทั้งอยากให้ทางจังหวัดตรวจสอบเรื่องดังกล่าว และขอให้ทำงานให้โปร่งใส ส่วนเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นคิดว่าไม่ได้มาจากเรื่องของเด็กที่เสียชีวิตแล้ว แต่เกิดจากความเกลียดชังตำรวจของชาวบ้านมากกว่า จึงอยากให้การตรวจมีความโปร่งใสและยุติธรรม และให้จบเรื่องนี้โดยเร็วที่สุด นอกจากนี้ทางญาติได้เรียกร้องให้นำนายตำรวจทั้ง 4 นาย ที่อยู่ในที่เกิดเหตุมาพูดคุยกับชาวบ้าน และขอความเป็นธรรมให้แก่วัยรุ่นทั้งสองคนด้วย
 
 
พ่อร่ำไห้บอกรับไม่ได้ตร.ทำเกินไป
 
           นายทวีสิทธิ์ ปะณะรักษ์ พ่อของเด็กวัยรุ่นวัย 22 ปี ที่เสียชีวิต กล่าวทั้งน้ำตาว่า มีลูกชายคนเดียว ที่ผ่านมายอมรับว่าลูกเคยเสพยาไอซ์ และเคยติดคุกมาแล้ว เชื่อว่าคนที่ออกจากคุกมาแล้วคงไม่อยากกลับเข้าไป และไม่เชื่อว่าลูกชายจะมียาบ้า หรือถ้าเด็กกระทำผิดจริง การกระทำของตำรวจถือว่าเป็นการกระทำที่รุนแรงเกินไป ตอนนี้ไม่มีใครที่จะเอาชีวิตของลูกกลับมาให้ได้ เพราะหากลูกติดคุกยังมีโอกาสได้ออกมาจากคุก แต่ครั้งนี้ลูกต้องมาเสียชีวิตจากการกระทำของเจ้าหน้าที่
 
           “ส่วนตัวรู้สึกว่า รับไม่ได้ เนื่องจากชีวิตของเด็กทั้ง 2 คน ไม่ควรที่จะจบแบบนี้ ตำรวจทำเกินกว่าเหตุ ทั้งที่ตอนไล่ล่าก็ไม่มีหลักฐาน หรือแม้แต่ตอนรถชนก็ไม่มีพยานหลักฐานที่ชัดเจนว่าเด็กมียาเสพติดจริงหรือไม่” นายทวีสัทธิ์ กล่าว
 
 
ผู้ว่าฯตั้งกก.ตรวจสอบร่วม 4 ฝ่าย
 
           ขณะที่นายจำเริญ กล่าวว่า ในส่วนของจังหวัดพร้อมจะให้ความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย และพร้อมจะปกป้องประชาชนไม่ให้ถูกรังแก และจะดูแลปัญหาเรื่องนี้ให้ดีที่สุด ประชาชนรายใดมีหลักฐานสามารถส่งมาให้จังหวัดได้ ทางจังหวัดจะตั้งคณะทำงานขึ้นมาสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้ ควบคู่ไปกับคณะทำงานของตำรวจ และยืนยันว่า จะไม่เข้าข้างใครแน่นอน ถูกก็ว่ากันไปตามถูก ผิดว่ากันไปตามผิด แต่หากชาวบ้านไม่เชื่อมั่นสามารถยื่นฟ้องได้อีกทางหนึ่ง ส่วนเรื่องเงินทำศพนั้น ในส่วนของจังหวัดจะเข้าไปตรวจสอบเรื่องนี้ว่าจะสามารถใช้เงินในส่วนไหนเพื่อช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้ทั้ง 2 ครอบครัว
 
           ส่วน พล.ต.ต.พชร กล่าวว่า ในส่วนของตำรวจทั้ง 4 นาย ขณะนี้ได้สั่งย้ายออกนอกพื้นที่แล้ว ส่วนการดำเนินการต่อเหตุการณ์ที่เกิดตำรวจจะตั้งกรรมการสอบสวนเช่นกัน ขั้นแรกเป็นเรื่องของการตรวจพิสูจน์ ซึ่งจะต้องร่วมทำการกัน 4 ฝ่าย ทั้งพนักงานสอบสวน แพทย์ อัยการ และฝ่ายปกครอง ซึ่งในส่วนของฝ่ายปกครองได้แต่งตั้งรองผู้ว่าฯ เข้าร่วม ส่วนกรณีที่ญาติอยากจะติดตามอย่างใกล้ชิด และร่วมรับทราบการตรวจพิสูจน์ทางตำรวจก็พร้อม ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะเสร็จภายใน 30 วัน จากนั้นจะนำเรื่องขึ้นศาลา หรือถ้าหากญาติเห็นว่าผลการตรวจพิสูจน์ยังไม่ถูกต้องก็สามารถฟ้องเองได้เลย ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 4 นายนั้น จะมีการสอบสวนหากพบว่าผิดก็ว่ากันไปตามผิด รับรองว่าจะไม่เข้าข้างกันแน่นอน และทุกคนจะต้องได้รับผลจากการกระทำ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของตำรวจจะดำเนินการไปตามขึ้นตอนคือ การตั้งกรรมการขึ้นมาสอบสวนเรื่องนี้ ผิดว่ากันไปตามผิด ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลายคนสงสัยว่าทำไมเจ้าหน้าที่ตำรวจถึงปล่อยให้เกิดเหตุการณ์บานปลาย เพราะตำรวจไม่ต้องการใช้ความรุนแรง ถ้ามีการใช้ความรุนแรงก็จะเกิดความสูญเสียทั้ง 2 ฝ่าย ส่วนคนที่ทำความผิด และทำลายทรัพย์สินนั้น ขอยืนยันว่ามีการเก็บภาพไว้ทั้งหมดแล้ว
 
 
ชาวบ้านบางส่วนยังไม่พอใจ
 
           ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการร่วมเจรจาในครั้งนี้ ได้สร้างความพอใจให้แก่ญาติของผู้เสียชีวิตในระดับหนึ่ง และยอมที่จะรอให้ผลการตรวจสอบเสร็จเสร็จ แต่หลังจากนำข้อมูลและข้อสรุปต่างๆ มาแจ้งให้ชาวบ้านที่ชุมนุมอยู่ด้านนอกได้รับทราบถึงข้อตกลงดังกล่าวพบว่ามีชาวบ้านและกลุ่มวัยรุ่นบางส่วนไม่ยอมรับข้อตกลง และตะโกนว่าไม่ยอม ตำรวจที่ก่อเหตุจะต้องติดคุก และมีบางส่วนพยายามจะชักชวนกลุ่มชาวบ้านที่ไม่พอใจเดินทางไปยัง สภ.ถลาง อีกครั้ง เพื่อกดดันให้เจ้าหน้าที่ทำตามข้อเรียกร้อง ซึ่งตัวแทนชาวบ้านพยายามช่วยไกล่เกลี่ย แต่กลุ่มคนดังกล่าวมีท่าทีไม่รับฟัง
จากเหตุการณ์ดังกล่าวเจ้าหน้าที่สรุปความเสียหายเบื้องต้นพบว่า รถยนต์ถูกเผา 9 คัน รถยนต์ถูกทุบเสียหาย 13 คัน รถจักรยานยนต์ถูกทุบตีเสียหาย 5 คัน รวมเสียหาย 27 คัน ป้ายสถานีตำรวจถูกรื้อทำลายเสียหาย รั้วเหล็กหน้า สภ.ถลาง เสียหาย กระจก สภ.ถลางทั้ง 3 ชั้นแตกได้รับความเสียหาย นอกจากนี้ยับพบการฉีดสเปรย์ด่าตำรวจที่ป้ายหน้าโรงพัก สายไฟฟ้าที่มีพีวีซีหุ้มหน้าโรงพักถูกเผายาวประมาณ 50 เมตร เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 14 นาย ทั้งนี้พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบความเสียหายของ สภ.ถลางแล้ว เบื้องต้นยังไม่สามารถระบุมูลค่าความเสียหายได้
 
 
นายกฯเสียใจ-ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย
 
           วันเดียวกัน พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีเหตุจลาจลที่บริเวณหน้า สภ.ถลาง จ.ภูเก็ต ว่า ขณะนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) รับทราบรายงานเหตุการณ์ดังกล่าวจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม และพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เรียบร้อยแล้ว โดยนายกฯ แสดงความเสียใจต่อผู้เสียชีวิต และเข้าใจในหัวอกพ่อแม่และญาติของผู้เสียชีวิต
พล.ต.สรรเสริญ กล่าวต่อว่า พร้อมกันนี้นายกฯ ยืนยันว่า จะกำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความเป็นธรรมต่อทุกส่วน ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้เสียชีวิต จึงขอทุกส่วนอย่าเป็นกังวล ซึ่งรัฐบาลจะไม่ปกป้องคนผิด ถูกก็คือถูก ผิดก็คือผิด ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม นอกจากนี้นายกฯ ได้ฝากถึงประชาชน ไม่อยากให้มีการทำลายทรัพย์สินของราชการ หรือทรัพย์สินของคนอื่น เนื่องจากทรัพย์สินเหล่านี้ล้วนมาจากภาษีอากรประชาชนทั้งสิ้น และขอให้ประชาชนมั่นใจในกระบวนการยุติธรรม รัฐบาลจะให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย แต่รัฐบาลไม่ขอลงรายละเอียดอื่นๆ เพราะเจ้าหน้าที่จะทำงานลำบาก ขณะนี้เราต้องปล่อยให้เจ้าหน้าที่ทำงานตามกระบวนการ
 
 
ญาติร้อง 4 ข้อ-ตร.เอาผิดมือเผาโรงพัก
 
           พล.ต.อ.ประวุฒิ ถาวรศิริ ที่ปรึกษา (สบ10) และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้เจรจากับญาติผู้เสียชีวิตเป็นที่เข้าใจแล้ว โดยข้อเรียกร้องของญาติผู้เสียชีวิต ได้แก่ ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นว่าตำรวจใช้ยุทธวิธีทำเกินกว่าเหตุหรือไม่, ให้ดำเนินการทางปกครองและดำเนินคดีอาญาเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 4 นาย หากสอบสวนแล้วกระทำผิดจริง, ให้เยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิต และให้เร่งดำเนินการเพื่อทราบผลการชันสูตรออกมาให้เร็วที่สุด และต้องชันสูตรศพร่วมกัน 4 ฝ่ายโดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ แพทย์ ฝ่ายปกครองและทหาร ซึ่งแม้ตามกฎหมายจะให้เวลา 30 วันในการชันสูตร แต่ในกรณีดังกล่าวเจ้าหน้าที่จะเร่งดำเนินการ โดยคาดว่าภายใน 7 วันจะต้องทราบผล ทั้งนี้จากประวัติผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย มี 1 รายที่มีประวัติเคยถูกจับกุมครอบครองและจำหน่ายยาเสพติด ซึ่งเบื้องต้นตำรวจพบยาเสพติดจำนวนหนึ่งที่ตัวผู้เสียชีวิต จึงคาดว่าเป็นสาเหตุให้ผู้เสียชีวิตพยายามหลบหนีการตรวจค้น
 
           ส่วนกรณีการทำลายทรัพย์สินทางราชการและรถยนต์ที่จอดอยู่ภายใน สภ.ถลาง จะมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบกล้องวงจรปิดว่า มีบุคคลใดบ้างร่วมทำลายทรัพย์สินราชการ และมีใครเป็นผู้นำในการก่อเหตุ โดยตำรวจจะต้องดำเนินคดีเนื่องจากการวางเพลิงเผาทรัพย์มีข้อหาหนัก และจากการตรวจสอบเบื้องต้นเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ 17 นาย รถยนต์เสียหาย 9 คัน พร้อมย้ำว่า ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติสั่งการให้เจ้าหน้าที่ทำงานอย่างตรงไปตรงมา และเน้นการเจรจาแก้ปัญหา
 
 
สตช.ส่งรองผบ.ตร.ลงพื้นที่ดูแล
 
           พล.ต.อ.ประวุฒิ กล่าวต่อว่า ล่าสุด พล.ต.อ.จักรทิพย์สั่งกำชับให้ ตำรวจในพื้นที่ดูแลคดีอย่างตรงไปตรงมา และให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย โดยให้นายตำรวจที่รับผิดชอบเร่งชี้แจงทำความเข้าใจกับกลุ่มชาวบ้านที่กำลังโกรธให้ดีที่สุด เน้นการเจรจาคลี่คลายสถานการณ์ เพื่อไม่ให้เกิดความรุนแรงวุ่นวาย ต้องทำให้สถานการณ์ดีขึ้น
 
           พล.ต.อ.ประวุฒิ กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.(ปป.2) พร้อมด้วย พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา ที่ปรึกษา (สบ 10) พล.ต.ท.พิสิฏฐ์ พิสุทธิ์ศักดิ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร.(ปป.22) ที่รับผิดชอบพื้นที่ ภ.8 เรียกประชุม ผบช.ภ.8 ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต และเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติ เพื่อสรุปเหตุการณ์ชุมนุมประท้วงหน้า สภ.ถลาง ณ ห้องประชุม ภ.จว.ภูเก็ต และรายงานให้ทราบเป็นระยะ
 
 
เยียวยาก่อนรายละแสน-เด้ง4ตร.
 
           ที่ สภ.ถลาง จ.ภูเก็ต พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติเข้ารับฟังสรุปสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยมี พล.ต.ท.เทศา ศิริวาโท ผบช.ภ.8 พล.ต.ต.พชร บุญญสิทธิ์ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต และนายตำรวจที่เกี่ยวข้องร่วมชี้แจงข้อเท็จจริง ใช้เวลาราว 1 ชั่วโมง จากนั้นได้ตรวจสอบความเสียหายภายในอาคารและบริเวณโดยรอบ สภ.ถลาง รวมถึงรถยนต์ 7 คัน ที่ถูกเผา ซึ่งยังจอดอยู่ในสภาพเดิม และรถยนต์ รถจักรยานยนต์ อีก 25 คัน ที่อยู่บริเวณลานจอดรถได้รับความเสียหาย ซึ่งขณะนี้ยังไม่สรุปมูลค่าความเสียหาย เนื่องจากต้องรอผลการตรวจสอบจากกองพิสูจน์หลักฐานภาค 8 ให้แล้วเสร็จ
 
           พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่า ขณะนี้คณะกรรมการที่ตั้งขึ้นอยู่ระหว่างสอบสวนข้อเท็จจริงคดีเจ้าหน้าที่ขับรถเฉี่ยวชนวัยรุ่น 2 คนเสียชีวิตขณะจะเข้าตรวจค้นยาเสพติด ซึ่งเป็นไปตามหลักวินัยและอาญา โดยต้องแยกออก ทุกอย่างที่เกิดขึ้นจะต้องว่าด้วยข้อกฎหมายบ้านเมือง ส่วนการเยียวยาญาติผู้เสียชีวิตนั้น อยู่ระหว่างการพูดคุยกับญาติ เบื้องต้นจะเยียวยาญาติผู้เสียชีวิตรายละ 1 แสนบาท จากนั้นคงต้องเป็นไปตามข้อกฎหมาย ขณะที่มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 4 นาย ไปช่วยราชการที่ตำรวจภูธรภาค 8 แล้ว จนกว่าการสอบสวนข้อเท็จจริงทั้งหมดจะแล้วเสร็จ
 
           ทั้งนี้ สภ.ถลาง มีความเสียหายเป็นอย่างมาก เบื้องต้นได้สั่งการให้ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต ดำเนินการจัดหาจุดรับแจ้งความร้องทุกข์ให้แก่ประชาชนเป็นการชั่วคราว โดยสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นนายกรัฐมนตรีและ ผบ.ตร.ต่างให้ความสนใจเป็นอย่างมาก และได้กำชับให้สอบสวนข้อเท็จจริงไปตามหลักฐานและต้องให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย ขณะเดียวกันมีการเผยแพร่คลิปขณะเกิดเหตุ ตำรวจสายตรวจขับรถไล่จับวัยรุ่น 2 คนขับขี่รถ จักรยานยนต์หลบหนี
 
 
ยันมีพยานยืนยันผู้ตายมียาบ้า
 
           พ.ต.อ.ชาณุชาญ ชลสุวัฒน์ ผกก.สภ.ถลาง เปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า สาเหตุที่เหตุการณ์บานปลาย เริ่มต้นเกิดจากหัวหน้าสายตรวจที่เข้าเวรตามปกติ ได้ขับรถออกตรวจตราพบเห็นวัยรุ่น 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์ด้วยท่าทางมีพิรุธ จึงเข้าไปประกบแล้วให้จอดรถ แต่วัยรุ่นทั้ง 2 คนขี่รถหนี ทางหัวหน้าสายตรวจจึงขับรถติดตาม และวิทยุสกัดจับไปตามเส้นทางหลบหนี เมื่อถึงจุดเกิดเหตุรถสายตรวจอีกคันหนึ่งที่สกัดตามมาเป็นคันที่ 2 ตามเส้นทาง ซึ่งขณะที่ทางคนตายขี่รถจักรยานยนต์สวนประสานงากับรถสายตรวจ ทำให้เสียชีวิตทั้งคู่ และจากการตรวจในกระเป๋าสะพายพบยาบ้า 50 เม็ด และใบกระท่อมจำนวนหนึ่ง ซึ่งนั่นหมายถึงการหลบหนีของเขาเพราะมียาเสพติด อย่างไรก็ตามเรื่องที่เกิดขึ้นทางตำรวจยืนยันจะให้ความเป็นธรรม แต่ชาวบ้านไม่ฟังเหตุผล
 
           “ยาเสพติดที่ตำรวจพบ เจ้าหน้าที่ที่เป็นเจ้าหน้าที่มูลนิธิในที่เกิดเหตุสามารถเป็นพยานยืนยันได้ว่า ของกลางที่พบอยู่ในกระเป๋าของคนตายจริงๆ ตอนแรกในการเจรจาคุยกับทางญาติผู้ตายก็น่าจะพอใจ ซึ่งทางเราได้รับปากจะให้ความเป็นธรรม แต่ช่วงเย็นได้รวมตัวกันอีกครั้ง ซึ่งทางผู้การได้เข้าเจรจาหลายรอบ แต่ชาวบ้านไม่ยอมฟัง” พ.ต.อ.ชาณุชาญ กล่าว
 
 
 
จลาจล!ล้อมโรงพักเผารถ-ตร.จับยาชนตาย2
 
 
 
จลาจล!ล้อมโรงพักเผารถ-ตร.จับยาชนตาย2
 
 
 
จลาจล!ล้อมโรงพักเผารถ-ตร.จับยาชนตาย2
 
 
 
 
จลาจล!ล้อมโรงพักเผารถ-ตร.จับยาชนตาย2
 
 
 
 
จลาจล!ล้อมโรงพักเผารถ-ตร.จับยาชนตาย2
 
 
 
 
จลาจล!ล้อมโรงพักเผารถ-ตร.จับยาชนตาย2
 
 
 
 

จลาจล!ล้อมโรงพักเผารถ-ตร.จับยาชนตาย2

 

จลาจล!ล้อมโรงพักเผารถ-ตร.จับยาชนตาย2

 

จลาจล!ล้อมโรงพักเผารถ-ตร.จับยาชนตาย2

 

จลาจล!ล้อมโรงพักเผารถ-ตร.จับยาชนตาย2

 

ขอบคุณภาพ : @ittipatNOW26 บรรยากาศ ล้อม สภ.ถลาง เมื่อ 01.12น. ผู้ชุมนุมที่ยืนดูเหตุการณ์ ตร.ปราบจลาจล คุมสถานการณ์ cr.ภาพหวานเจี๊ยบ