คอลัมนิสต์

ต้องมีมาตรการป้องกัน

ต้องมีมาตรการป้องกัน

08 ต.ค. 2558

ต้องมีมาตรการป้องกัน : บทบรรณาธิการประจำวันที่8ต.ค.2558

            กรณีเกิดเหตุนักท่องเที่ยวหญิงสาวชาวเยอรมันถูกพิษแมงกะพรุนกล่อง เป็นเหตุให้เสียชีวิต 1 คน และได้รับบาดเจ็บอีก 1 คน โดยทั้ง 2 คนเข้ามาท่องเที่ยวที่เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี นับเป็นอีกกรณีที่หน่วยงานภาครัฐควรให้ความสนใจและหาแนวทางวิธีป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำรอยขึ้นอีก เพราะเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ใช่ครั้งแรกแต่เกิดขึ้นต่อเนื่องกันมาตลอด มีทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวต้องเสียชีวิตและบาดเจ็บจากแมงกะพรุนกล่องในแต่ละปีไม่ใช่น้อย และเมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาก็มีนักท่องเที่ยวสาวไทยได้เสียชีวิตเช่นกันจากแมงกะพรุนกล่องที่หาดริ้น อ.เกาะพะงัน ซึ่งหลายฝ่ายได้ออกมาให้ข้อแนะนำและวิธีการปฏิบัติที่ควรจะแจ้งเตือนภัยตลอดจนวิธีการเบื้องต้นในการรับมือเมื่อเกิดเหตุขึ้นเพื่อให้ทันการณ์

            ข้อมูลจากศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงทะเล อ่าวไทยฝั่งตะวันออก ระบุว่า แมงกะพรุนกล่อง มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “ตัวต่อทะเล” หรือนักพ่นพิษแห่งท้องทะเล เป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังลำตัวคล้ายร่มหรือระฆังคว่ำ มีลักษณะโปร่งใส มีหนวดยื่นจากมุมทั้ง 4 มุม อาจยาวได้ถึง 3 เมตร หนวดแต่ละเส้นมีเซลล์พิษ มักอาศัยอยู่ในทะเลเขตอุ่น มีรายงานว่าพบในประเทศไทยที่เกาะหมาก จ.ตราด และเกาะลันตา จ.กระบี่ โดยพิษมีผลต่อผิวหนัง ระบบประสาท และหัวใจ ออกฤทธิ์ทำให้เซลล์ผิวหนังบริเวณที่สัมผัสตายได้ ทำให้เซลล์เม็ดเลือดแดงแตกจากพิษที่ซึมเข้าสู่กระแสเลือด ผลที่ตามมาคือเกิดภาวะไตวายเฉียบพลัน และผลต่อหัวใจ ทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือหัวใจหยุดเต้น และกดระบบประสาททำให้หยุดหายใจได้

            ในอีกมุมหนึ่ง นักวิชาการที่เชี่ยวชาญเรื่องทะเลและสิ่งแวดล้อม ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ได้ให้ข้อมูลที่ควรเป็นเรื่องที่สังคมต้องให้ความใส่ใจโดยเฉพาะภาครัฐ นั่นคือในปัจจุบันแมงกะพรุนกล่องเริ่มมีมากขึ้น ข้อมูลจากการสำรวจพบอยู่ทั่วอ่าวไทย ตั้งแต่ภาคตะวันออกถึงภาคใต้ แม้ในบริเวณหาดทรายแหล่งท่องเที่ยว สาเหตุอาจเกิดจากสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงหรือจากระบบนิเวศได้รับผลกระทบจากมนุษย์ ซึ่งกะพรุนกล่องพบได้ทั้งกลางวันและกลางคืน ในน้ำตื้นก็เป็นไปได้ พบในเขตชายฝั่งหรือเกาะใกล้ฝั่งมากกว่าในเกาะไกลฝั่ง และเนื่องจากมีขนาดเล็กประมาณเท่ากำปั้นเคลื่อนที่เร็ว ตัวใส และพบในน้ำขุ่น โอกาสที่จะมองเห็นก่อนเป็นเรื่องยากมาก ดังนั้นต้องมีการเตรียมความพร้อมในการรับมือจึงมีความสำคัญยิ่ง

            การเกิดเหตุการณ์ที่มีนักท่องเที่ยวเสียชีวิตจากเรื่องนี้ติดต่อกันในระยะเวลาเพียงช่วงสองเดือนจึงน่าจะเป็นสัญญาณเตือนให้หน่วยงานท้องถิ่นและส่วนกลางต้องกระตือรือร้นหาทางป้องกัน เพราะย่อมส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว โดยเฉพาะเรื่องสวัสดิภาพของนักท่องเที่ยวเป็นหัวใจสำคัญในธุรกิจบริการ และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติย่อมไม่ทราบถึงภัยอันตรายจากสัตว์ทะเลตามธรรมชาติของไทย การให้ความรู้และการให้ข้อแนะนำเป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องแจ้งกล่าวเพื่อให้เกิดการระมัดระวังตัว โดยหน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องเป็นปราการด่านแรกที่ต้องตระหนักว่าโอกาสเกิดเหตุเช่นนี้มีขึ้นได้ตลอดเวลาและอาจเกิดขึ้นบ่อยครั้งอีกด้วย เพราะการเปลี่ยนแปลงทางทะเลจึงต้องทำงานให้ทันกับสภาวการณ์ที่เปลี่ยนไปเช่นกัน