คอลัมนิสต์

ตร.คุมเข้มมาตรการกรองคนร้ายข้ามชาติเตรียมรับเออีซี

ตร.คุมเข้มมาตรการกรองคนร้ายข้ามชาติเตรียมรับเออีซี

08 ต.ค. 2558

ตร.คุมเข้มมาตรการกรองคนร้ายข้ามชาติ เตรียมรับเออีซี ทำงานร่วมตำรวจสากล : สายตรวจระวังภัย โดยเจษฎา จันทรรักษ์

            ใกล้เข้าสู่ประชาคมอาเซียน นักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติเข้าออกประเทศไทยจำนวนมาก บางส่วนเข้ามาก่อปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ รูปแบบการกระทำความผิดทั้งการฟอกเงิน ค้ายาเสพติด ค้ามนุษย์ โดยใช้หนังสือเดินทางปลอมเป็นช่องทางเข้ามาก่อเหตุ พล.ต.อ.วุฒิ ลิปตพัลลภ รอง ผบ.ตร.ฐานะศูนย์อาเซียนและควบคุมกำกับดูแลงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติให้กองการต่างประเทศประสาน สตม. เชื่อมโยงระบบตรวจสอบหนังสือเดินทางปลอม ร่วมกันคัดกรอง บุคคลที่มีประวัติการกระทำความผิดในต่างประเทศ บุคคลที่มีการแจ้งหายไว้ในประเทศสมาชิกตำรวจสากล จำนวน 190 ประเทศทั่วโลก ทั้งนี้องค์กรตำรวจสากลได้จัดทำระบบฐานข้อมูลคนร้าย ที่มีหมายจับแล้วหลบหนีออกนอกประเทศและไม่ทราบว่าไปหลบที่ประเทศใด เพื่อขอความร่วมมือจากประเทศสมาชิกเมื่อพบตัวแล้วให้จับกุมและส่งตัวในฐานะ “ผู้ร้ายข้ามแดน” โดยผู้ที่จะเดินทางเข้าประเทศไทยจะถูกตรวจสอบข้อมูล ตั้งแต่หนังสือเดินทางมีการแจ้งหายหรือถูกโจรกรรมหรือไม่ มีประวัติการกระทำผิดในต่างประเทศ เป็นบุคคลที่ตำรวจในต่างประเทศ ประกาศสืบจับและมีหมายจับขององค์กรตำรวจสากลหรือไม่

            พล.ต.อ.วุฒิ ระบุว่า ระบบตรวจสอบข้อมูลหนังสือเดินทางหายมีชื่อว่า SLTD (Stolen and Lost Travel Document) ที่มีอยู่ในระบบ I24/7 ขององค์กรตำรวจสากล จะสามารถยับยั้งและต่อต้านการเดินทางเข้ามาประกอบอาชญากรรมของคนต่างด้าวและติดตามคนต่างด้าวที่ใช้หนังสือเดินทางปลอม (หาย) ที่เข้ามาในประเทศไทย ที่ผ่านมาได้มีการเชิญผู้แทนด้านความมั่นคงและกิจการตำรวจของสถานทูตในประเทศต่างๆ ในกลุ่มอาเซียน 9 ประเทศ มาประชุมหาแนวทางความร่วมมือแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร การต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติที่ส่งผลร้ายแรงต่อภูมิภาค ผ่านฐานข้อมูลในระบบ E-ADS Database in e-ADS (ระบบฐานข้อมูลตำรวจอาเซียน) เกี่ยวกับรูปแบบการกระทำความผิด, บุคคลตามหมายจับ เอกสารการเดินทางที่ถูกขโมย การกระทำผิดในรูปของขบวนการ หรือองค์กรอาชญากรรม เป็นต้น

            พล.ต.อ.วุฒิ บอกว่า สมาชิกขององค์การตำรวจสากลทั้งหมด 190 ประเทศทั่วโลก สามารถติดต่อกันโดยตรงผ่านช่องทางการสื่อสารขององค์การตำรวจสากลที่เรียกว่า I 24-7 (Information 24 hours and 7 days) เป็นระบบอินเทอร์เน็ตที่มีความเร็วและความปลอดภัยสูง หน่วยงานภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะทำหน้าที่ติดต่อประสานงานกับองค์การตำรวจสากลและประเทศสมาชิกทำให้ไทยเป็น “ศูนย์กลางของอาเซียนในการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ” โดยมีศูนย์อาเซียนของ ตร.เป็นศูนย์กลางในการประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ของ ตร.และหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนในการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติและเตรียมพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน

            ด้านพ.ต.อ.ดร.คมสัน สุขมาก รอง ผบก.สบส.ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานประสานงานภาครัฐและเอกชนในการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียนของตร. เปิดเผยว่า ตร.ได้ร่วมมือกับกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จัดหลักสูตรพิเศษ เป็นโครงการฝึกอบรมการสืบสวนสอบสวนคดีการค้ามนุษย์สำหรับพนักงานสอบสวน โดยมีสถาบันส่งเสริมงานสอบสวน สำนักงานกฎหมายและคดี เป็นเจ้าภาพหลักในการฝึกอบรมพนักงานสอบสวนทั่วประเทศ ในทุกๆ ปี

            สำหรับโครงการนี้ เป็นการฝึกอบรมพนักงานสอบสวน เสริมความรู้เกี่ยวกับ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 และกฎหมายอื่นที่ใช้ในการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดและการช่วยเหลือคุ้มครองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ รวมถึงการใช้นิติวิทยาศาสตร์ในการสืบสวนสอบสวนคดีความผิดฐานค้ามนุษย์ การใช้คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตเพื่อการสืบสวนสอบสวนคดีความผิดฐานค้ามนุษย์ เป็นต้น