คอลัมนิสต์

เตือนระวังแก๊งตกทองเลือกตุ๋นเหยื่อตามห้างดัง

เตือนระวังแก๊งตกทองเลือกตุ๋นเหยื่อตามห้างดัง

06 ต.ค. 2558

เตือนระวังแก๊งตกทองเลือกตุ๋นเหยื่อตามห้างดัง : สายตรวจระวังภัย โดยคณาธิศ ศรีหิรัญเดช

             “แก๊งตกทอง” ไม่ใช่เพิ่งจะเกิด หากแต่มีมานาน ส่วนใหญ่แล้วแก๊งเหล่านี้จะใช้ผู้หญิงเป็นตัวหลอกล่อ “ตุ๋นเหยื่อจนเปื่อย” ใช้วิธีการพูดโน้มน้าวหว่านล้อม อ้างเหตุผล ยกแม่น้ำ เพื่อให้เหยื่อตายใจ เห็นใจ หรือหลงเชื่อ จะด้วยความอยากมีอยากได้ หรือใจบุญสุนทาน ต้องการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ก็แล้วแต่ และปัจจุบันนี้เหล่ามิจฉาชีพแก๊งตกทองเลือกห้างสรรพสินค้าเป็นสถานที่ก่อเหตุเป็นหลัก

             ล่าสุด เมื่อวันที่ 28 กันยายน ที่ผ่านมา ตำรวจ สน.ทองหล่อ นำโดย พ.ต.อ.ขจรพงศ์ จิตต์ภาคภูมิ ผกก.สน.ทองหล่อ พร้อมด้วย พ.ต.ท.วิชัย ณรงค์ รอง ผกก.สส. พ.ต.ต.อัครัช ถนอมชาติ สว.สส. พ.ต.ต.ภานุภัทร กิตติพันธ์ สว.สส. นำกำลังตำรวจฝ่ายสืบสวน เข้าจับกุม นางสกุลรัตน์ กระต่ายเพชร อายุ 47 ปี ชาว จ.ปทุมธานี ในความผิดข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ โดยจับกุมได้ภายในห้างบิ๊กซี สาขาพระราม 4 ถนนพระรามที่ 4 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กทม. พร้อมของกลาง สร้อยคอทองคำปลอม น้ำหนัก 3 บาท 1 เส้น และน้ำหนัก 2 บาท 1 เส้น นอกจากนี้ยังมีสร้อยข้อมือทองคำปลอม น้ำหนัก 2 บาท 1 เส้น และกระเป๋าถือสุภาพสตรี 1 ใบ การจับกุมดังกล่าวเนื่องจากเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม ที่ผ่านมา มีผู้เสียหายหญิงรายหนึ่ง แจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ว่าถูก “แก๊งโจรสาว” 3 คน ร่วมกันก่อเหตุตกทอง ได้ทรัพย์สินเป็นสร้อยคอทองคำ น้ำหนัก 1.50 บาท 1 เส้น ไปจากห้างบิ๊กซี สาขาพระราม 4 ก่อนหลบหนีไป

             ต่อมาเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ทองหล่อ ได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในห้างดังกล่าว กระทั่งพบว่า นางสกุลรัตน์ พร้อมพวกอีก 2 คน ที่ยังหลบหนีอยู่ เป็นผู้ก่อเหตุ จึงจัดกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนคอยดักซุ่ม พร้อมประชาสัมพันธ์กับทางห้างให้ช่วยเฝ้าระวังผู้ต้องหากลุ่มนี้ กระทั่งเมื่อช่วงเย็นวันที่ 27 กันยายน ที่ผ่านมา นางสกุลรัตน์ ได้เดินทางมาที่ห้างดังกล่าวอีกครั้ง เพื่อหวังจะก่อเหตุกับเหยื่อรายอื่นๆ ตำรวจจึงเข้าจับกุมได้พร้อมของกลาง พอสอบปากคำ “โจรสาวแก๊งตกทอง” ก็เปิดปากรับสารภาพ “แฉพฤติการณ์” ว่า ก่อนหน้านี้เคยถูกตำรวจ สน.ท่าพระ จับกุมข้อหาเดียวกันมาแล้ว เมื่อปี 2552 ติดคุกอยู่ 2 ปีก็ออกมาตระเวนก่อเหตุอีก โดยจะรวมตัวกับเพื่อนอีก 2 คน คือ น.ส.เอี้ยง กับ น.ส.จันทร์ ไม่ทราบชื่อ-นามสกุลจริง ตระเวนก่อเหตุตามห้างโลตัส บิ๊กซี ใน กทม.และต่างจังหวัด เพราะเป็นสถานที่คนพลุกพล่านไม่เป็นที่สังเกต จากนั้นก็จะเจาะจงเลือกเหยื่อที่เป็นผู้หญิง ดูหน้าซื่อๆ ไม่ทันคน

             เมื่อได้เหยื่อแล้วก็จะ “ส่งสัญญาณ” ให้ น.ส.จันทร์ ทำทีเดินเข้าไปหาเหยื่อเป็นคนแรก แล้วบอกเหยื่อว่า ทำกระเป๋าถือหาย พร้อมบอกลักษณะของกระเป๋าเอาไว้ ก่อนที่ น.ส.จันทร์ จะเดินเลี่ยงออกจากเหยื่อไป หลังจากนั้นนางสกุลรัตน์ ก็จะทำทีเดินเข้าไปหาเหยื่อเป็นคนถัดไป พร้อมชี้ไปทาง น.ส.เอี้ยง ที่กำลังเดินตรงเข้ามาหาเหยื่อ แล้วบอกเหยื่อว่า น.ส.เอี้ยง น่าจะเป็นคนเก็บกระเป๋าถือได้ เมื่อ น.ส.เอี้ยงเดินเข้ามาหาเหยื่อ ก็จะบอกเหยื่อว่าเก็บกระเป๋าได้จริง จากนั้น “แก๊งมิจฉาชีพสาว” ก็ทำทีชวนกันไปเดินตามหา น.ส.จันทร์ ที่ทำกระเป๋าหายทั่วทั้งห้าง พอตามหา น.ส.จันทร์ ไม่เจอ ก็ชวนเหยื่อเปิดกระเป๋าตรวจดูทรัพย์สิน แล้วทำทีหยิบ “ทองปลอม” ที่เตรียมไว้ในกระเป๋าขึ้นมา จากนั้น “ออกอุบาย” อาศัย “ความโลภ” ชวนเหยื่อแบ่งทรัพย์สินกัน โดยให้ น.ส.เอี้ยง ขอสร้อยทองของจริงที่เหยื่อใส่อยู่ ซึ่งมีน้ำหนักน้อยกว่าไป แลกกับทองปลอมเส้นใหญ่ในกระเป๋า เมื่อเหยื่อยอมแลก น.ส.เอี้ยง ก็จะรีบหลบหนีไปทันที ส่วนนางสกุลรัตน์ จะทำทีบอกเหยื่อว่า ขายของอยู่ในห้างแห่งนี้ และพูดให้เหยื่อ “ตายใจ” บอกเหยื่อนำทองไปขายเอง เมื่อขายได้ค่อยเอาเงินมาแบ่งกัน แล้วอาศัยจังหวะนี้เดินหลบหนีไป กว่าเหยื่อจะรู้ตัวว่าทองที่แลกไปนั้นเป็นของปลอม แก๊งตกทองสาวก็จะเอาทองที่ตกจากเหยื่อมาได้ไปขายนำเงินมาแบ่งกัน โดยจะหาเหยื่อแบบนี้ไปเรื่อยๆ แต่ออกอุบายแตกต่างกันไป

             ตรวจสอบอย่างละเอียดผู้ต้องหาก่อเหตุในลักษณะนี้มาแล้วหลายสิบครั้ง ย่านคลองเตย บางนา ดาวคะนอง สมุทรปราการ และตามต่างจังหวัด ซึ่งเฉพาะในท้องที่ สน.ทองหล่อนั้น ผู้ต้องหากับพวกก่อเหตุในปีนี้มาแล้วถึง 5 ครั้ง ได้ทองคำไปครั้งละ 50 สตางค์ ถึง 1 บาท 50 สตางค์ เมื่อค้นประวัติจึงพบว่า มีหมายจับข้อหาร่วมกันฉ้อโกงในลักษณะนี้ติดตัวอยู่อีกหลายหมายจับด้วยกัน ทั้งใน สน.บางซื่อ จ.พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี และน่าน หากผู้เสียหายรายใด สงสัยว่าจะเคยถูกผู้ต้องหาแก๊งนี้ก่อเหตุตกทอง สามารถชี้ตัวเอาผิดได้ที่ สน.ทองหล่อ